รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
N/A
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 41  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 7:48:25
เสวนาการบ่มเพาะเพื่อเตรียมความพร้อมในการขอตำแหน่งทางวิชาการ » การสร้างแรงบันดาลใจเพื่อการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อความก้าวหน้าทางวิชาการที่สูงขึ้น
คำสำคัญ : แรงบันดาลใจ การสร้างสรรค์ผลงาน ความก้าวหน้า วิชาชีพ  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 43  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน สุธาวัลย์ สัจจสมบูรณ์  วันที่เขียน 11/9/2569 16:05:58  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 12:55:25
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การสร้าง Data Pipeline ด้วย Apache Spark Declarative Pipelines บน Databricks
การสร้าง Data Pipeline ด้วย Apache Spark Declarative Pipelines (Delta Live Tables) บน Databricks เป็นแนวทางที่เน้นการกำหนดผลลัพธ์ปลายทางที่ต้องการ (What) แทนการเขียนคำสั่งควบคุมทีละขั้นตอน (How) ระบบจะบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐาน ลำดับการประมวลผล และการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลให้อัตโนมัติ แนวทางนี้ช่วยลดความซับซ้อนของโค้ด รองรับทั้งข้อมูลแบบ Batch และ Streaming ทำให้วิศวกรข้อมูลสามารถพัฒนาระบบและส่งมอบข้อมูลที่พร้อมใช้งานทางธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และมีเสถียรภาพ
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 34  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 9/9/2569 3:44:38  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 22:52:52
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการข้อมูล การทำงานอัตโนมัติ และการช่วยประมวลผลเพื่อลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือบุคลากรสามารถนำความรู้ไปต่อยอดเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว แม่นยำ และสร้างนวัตกรรมใหม่ในกระบวนการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 43  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 16:25:10
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน ผลลัพธ์จากการประชุมจะถูกนำไปใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินและรับรองคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อยกระดับขีดความสามารถของบุคลากรไทยต่อไป
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 50  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 10:42:28
นักบัญชีก็สร้าง AI ได้ » Vibe Coding สำหรับงานบัญชียุคใหม่
นักบัญชีก็สร้าง AI ได้ หากพูดถึงการสร้างโปรแกรมหรือระบบงาน (Application) หลายคนอาจนึกถึงการเขียนโค้ด (Coding) ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของฝ่ายไอที (IT) เช่น โปรแกรมเมอร์ (Programmer) สำหรับคนทำงานบัญชีก็ไม่ต่างกัน ที่ผ่านมานักบัญชีเรียนรู้ที่จะใช้งานโปรแกรมบัญชี โปรแกรมประยุกต์ เช่น Excel หรือใช้งานระบบสารสนเทศที่องค์กรจัดเตรียมไว้มากกว่าการเป็นคนพัฒนาเครื่องมือหรือโปรแกรมขึ้นมาใช้เอง แต่การมาถึงของ Generative AI กำลังทำให้ภาพจำนี้เปลี่ยนไป ในการอบรมเรื่อง AI Vibe Coding for Accounting ได้กล่าวถึงแนวคิดของการนำ AI มาช่วยพัฒนาเครื่องมือหรือกระบวนการทำงาน โดยผู้ใช้งานหรือนักบัญชีไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด เขียนโปรแกรมในระดับสูงเหมือนในอดีต นักบัญชีสามารถนำเครื่องมือประเภท Agentic AI เช่น Claude Code และ Claude Cowork ให้ทำงานตามคำสั่งหรือความต้องการของตนเองด้วยคำสั่งงานที่เป็นภาษามนุษย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นจึงให้ AI ช่วยแปลงความต้องการเหล่านั้นให้กลายเป็นเครื่องมือหรือกระบวนการทำงานใหม่ได้ทันที เหตุใดแนวคิด Vibe Coding จึงน่าสนใจสำหรับนักบัญชี? เพราะในการประกอบธุรกิจ มีรายการค้าเกิดขึ้นในระบบตลอดเวลาก่อให้เกิดเอกสารที่เกี่ยวข้องมากมาย นักบัญชีต้องใช้เวลาในการบันทึกและตรวจสอบมาก อีกทั้งข้อมูลต่าง ๆ อาจถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแบบตารางข้อมูล (Excel) หรือมีข้อมูลจากโปรแกรมบัญชี โปรแกรมบริหารทรัพยากรองค์กร ที่ต้องนำมารวมกันเพื่อจัดทำรายงานหรือสร้างสารสนเทศเพื่อใช้ในการตัดสินใจ และงานบัญชีบางงานต้องทำและตรวจสอบซ้ำ ๆ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและต้นทุน เช่น จำนวนคน และเวลาในการตรวจสอบประมวลผลค่อนข้างมาก หากนักบัญชีสามารถอธิบายขั้นตอนเหล่านี้แก่ AI แล้วให้ AI ช่วยจัดลำดับงาน รวบรวมข้อมูล สอบทานและตรวจสอบ หรือสร้างรายงานตามรูปแบบที่ต้องการได้ ก็จะส่งผลให้ภาระงานประจำบางส่วนลดลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในงานบัญชีไม่ได้หมายความว่านักบัญชีจะมอบหมายงานทุกอย่างให้แก่ AI แล้วรอรับรายงานทางการบัญชีในขั้นตอนสุดท้ายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากงานบัญชีมีความเกี่ยวข้องกับความถูกต้อง ความครบถ้วน และความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสารสนเทศ ดังนั้นนักบัญชียังต้องเข้าใจกระบวนการทางบัญชี การตรวจสอบรายการ และตัดสินใจว่าอะไรสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลอยู่เสมอ ดังนั้น ทักษะสำคัญของนักบัญชีในอนาคตอาจไม่ใช่การเขียนโปรแกรมให้ได้เหมือนนักพัฒนาระบบ แต่นักบัญชีต้องเข้าใจขั้นตอนงานของตนเองให้ดีพอที่จะสื่อสารให้ AI เข้าใจได้ เช่น ในแต่ละกระบวนการหรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจ นักบัญชีต้องรู้ว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูลเกิดขึ้นที่ไหน ผ่านขั้นตอนอะไร ใครควรเป็นผู้ทำและใครเป็นผู้ตรวจสอบ จัดเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน และผลลัพธ์ที่ถูกต้องควรมีหน้าตาอย่างไร เป็นต้น ดังนั้น Vibe Coding จึงอาจไม่ใช่เรื่องของการเขียนโปรแกรมแบบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่กำลังเปิดโอกาสให้คนที่รู้จักงานของตนเองดีที่สุดมีส่วนร่วมในการสร้างเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น
คำสำคัญ : คำสำคัญ : งานบัญชี, ปัญญาประดิษฐ์, ระบบสารสนเทศทางการบัญชี, Vibe Coding และ Generative AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 63  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อรทัย ดุษฎีดำเกิง  วันที่เขียน 2/9/2569 14:24:18  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 19:37:32
AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน » AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 85  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน จำเนียร บุญมาก  วันที่เขียน 25/8/2569 9:46:27  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 9:21:08
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประยุกต์ใช้ AI ในงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม
การฝึกอบรม เรื่อง “การประยุกต์ใช้ AI ในงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม" ในวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 08.30-15.30 น. ณ ห้องประชุม ๓๐๔ ชั้น ๓ สำนักวิจัยและผ่านระบบออนไลน์ (Zoom Meeting) จัดโดย สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้
คำสำคัญ : AI ในงานวิจัย  ChatGPT  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 97  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 24/7/2569 23:07:46  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 11:26:24
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » AUN-QA Implementation and Gap Analysis Version ๔ (รุ่นที่ ๒๘)
หลักสูตรอบรมเชิงวิชาการที่มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับ การนำเกณฑ์ AUN-QA Programme Level Version 4 ไปประยุกต์ใช้ในการประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร โดยเน้นการตีความเจตนารมณ์ของเกณฑ์ และการวิเคราะห์ความสอดคล้องระหว่างกรอบ AUN-QA กับการดำเนินงานจริงของหลักสูตร เหมาะสำหรับ ผู้บริหารด้านวิชาการ อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร อาจารย์ผู้สอน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพการศึกษา รวมถึงผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้าน AUN-QA อย่างมีทิศทางและมาตรฐาน โดยกรอบการอบรมได้แก่ การทำความเข้าใจเจตนารมณ์และกรอบแนวคิดของเกณฑ์ AUN-QA Programme Level Version 4 เพื่อสร้างความชัดเจนในการตีความเกณฑ์และการเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของหลักสูตรในบริบทจริง การฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์หลักสูตรเชิงระบบ (Group Workshop) ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ความสอดคล้องตามเกณฑ์ AUN-QA เพื่อระบุช่องว่าง (Gap Analysis) และกำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
คำสำคัญ : AUNQA  GapAnalysis  Version4  การประกันคุณภาพการศึกษา  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 139  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 16/7/2569 11:56:25  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 21:15:16
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเขียนผลงานทางวิชาการ » NotebookLM: เครื่องมือ AI สำหรับการจัดการองค์ความรู้และการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายแนวทางการใช้งาน NotebookLM ซึ่งเป็นเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Google ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยอ่าน วิเคราะห์ สรุป และจัดการองค์ความรู้จากข้อมูลของผู้ใช้ เช่น เอกสาร PDF, Google Docs, เว็บไซต์, YouTube และข้อความที่นำเข้า โดยจุดเด่นของ NotebookLM คือการตอบคำถามและสร้างผลลัพธ์โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ผู้ใช้กำหนด ทำให้ผลลัพธ์มีความถูกต้องและสอดคล้องกับบริบทของข้อมูลมากกว่าการใช้ AI ทั่วไป บทความได้นำเสนอขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน ตั้งแต่การสร้าง Notebook การนำเข้าข้อมูล การประมวลผล และการเลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ภายในระบบ พร้อมอธิบายการประยุกต์ใช้ฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่ Audio Overview, Slide Deck, Video Overview, Mind Map, Reports, Flashcards, Quiz, Infographic และ Data Table รวมถึงยกตัวอย่างการใช้งานในบริบทของการศึกษา ธุรกิจ งานสำนักงาน งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการผลิตสื่อดิจิทัล นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวทางการเขียน Prompt ที่มีประสิทธิภาพและเทคนิคการใช้งานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ผลการศึกษาพบว่า NotebookLM เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสรุปข้อมูล การจัดระเบียบองค์ความรู้ และการสร้างสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการอ่านเอกสาร การจัดทำรายงาน และการเตรียมสื่อการเรียนการสอนหรือการนำเสนอ อีกทั้งยังสนับสนุนการเรียนรู้ การทำงาน และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนับเป็นเครื่องมือ AI ที่มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ทั้งในภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และองค์กรยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการความรู้และการสื่อสารข้อมูลอย่างเป็นระบบ
คำสำคัญ : NotebookLM, ปัญญาประดิษฐ์, การจัดการความรู้, การสรุปเอกสาร, การเรียนรู้ดิจิทัล, Google AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 113  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน กัญญ์พัสวี กล่อมธงเจริญ  วันที่เขียน 15/7/2569 15:48:04  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 12:09:29
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตรการออกแบบหลักสูตรตามแนวทาง Backward Curriculum Design (BCD) รุ่นที่ 19
การอบรมหลักสูตรการออกแบบหลักสูตรตามแนวทาง Backward Curriculum Design (BCD) รุ่นที่ 19 ในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : Backward Curriculum Design  การออกแบบหลักสูตร  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 176  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 10/7/2569 22:40:13  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 19:17:01
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตรการจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs Formulation) รุ่นที่ 19
การอบรมหลักสูตรการจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs Formulation) รุ่นที่ 19 ในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : PLOs  การจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 168  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 10/7/2569 22:09:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 13:51:13
รายงานการอบรม ประชุมวิชาการ » สรุปเนื้อหาการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 6th International Conference on Science Technology & Innovation (2026)
งานวิจัยเรื่อง Enhancing industrial vinegar production from coffee pulp: role of aeration rate on acetic acid formation งานวิจัยนี้ศึกษาบทบาทของอัตราการให้อากาศต่อการสร้างกรดอะซิติกในการผลิตน้ำส้มสายชูจากเนื้อกาแฟ โดยศึกษาผลของอัตราการให้อากาศ (Aeration rate) 3 ระดับ คือ 0.5, 1.0 และ 1.5 vvm ต่อการเจริญเติบโตและการผลิตกรดอะซิติกของแบคทีเรีย Acetobacter pasteurianus TISTR 102 ในถังหมักขนาด 10 ลิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เนื้อกาแฟที่เป็นผลพลอยได้เหลือทิ้ง ผลการทดลองพบว่า อัตราการให้อากาศที่ 1.0 vvm ให้ผลดีที่สุด โดยได้ความเข้มข้นกรดอะซิติกสูงสุด (5.12%) มีความหนาแน่นเซลล์สูงสุด และใช้เวลาหมักสั้นที่สุด (144 ชั่วโมง) เนื่องจากเป็นระดับที่สมดุลระหว่างออกซิเจนและความเสถียรของจุลินทรีย์ การให้อากาศต่ำไป (0.5 vvm) ทำให้ขาดออกซิเจน ส่วนสูงไป (1.5 vvm) ทำให้เกิดแรงเฉือนและปฏิกิริยาออกซิเดชันที่มากเกินไปจนลดประสิทธิภาพลง เมื่อนำเงื่อนไขการหมักที่เหมาะสม (1.0 vvm) ไปขยายขนาดการผลิต (Scale-up) ในถังหมักขนาด 100 ลิตร พบว่าสามารถผลิตกรดอะซิติกได้ 4.48% ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการผลิตน้ำส้มสายชู งานวิจัยเรื่อง Isolation and characterization of a novel Staphylococcus aureus Bacteriophage against antibiotic-resistant Staphylococcus aureus งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ในการรักษาโรคติดเชื้อดื้อยา โดยเฉพาะเชื้อดื้อยาเมทิซิลลิน (MRSA) โดยการแยกแบคเทอริโอฟาจ (Bacteriophage) หรือไวรัสที่ทำลายแบคทีเรียจากน้ำเสีย ซึ่งจากผลการทดลอง สามารถแยกแบคเทอริโอฟาจชนิดไลติก (Lytic phage) ได้สำเร็จ ตั้งชื่อว่า "Phage J" จากการส่องกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (TEM) พบว่ามีส่วนหัวเป็นรูปทรงเหลี่ยม (Icosahedral head) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 85 นาโนเมตร Phage J มีความเสถียรสูง สามารถทนอุณหภูมิได้ในช่วง 4°C ถึง 37°C ยาวนานถึง 21 วัน มีประสิทธิภาพและความจำเพาะเจาะจงสูงมาก โดยสามารถยับยั้งและทำลายเชื้อ S. aureus ได้ถึง 88.24% (45 จาก 51 สายพันธุ์ที่ทดสอบ) ค่าความเข้มข้นที่เหมาะสมในการเพิ่มปริมาณฟาจ (Optimal MOI) คือ 0.01 และ 0.001 บนอาหาร soft agar และพบว่า Phage J สามารถลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้อย่างมีนัยสำคัญตลอดระยะเวลา 8 ชั่วโมง สรุปได้ว่าเป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นสารต้านเชื้อดื้อยา งานวิจัยเรื่อง Marker–trait association analysis reveals ABA signaling–related genes associated with root System architecture in rice under PEG‑induced osmotic stress งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหายีนเด่นที่มีความสัมพันธ์กับลักษณะระบบราก (ความลึกของรากและจำนวนปลายรากแตกแขนง) เพื่อช่วยให้ข้าวหลบหลีกภัยแล้ง โดยศึกษาในประชากรข้าวรุ่น F2 ที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวนาลุ่ม "ปทุมธานี 1" และข้าวไร่พื้นเมือง "ข้าวโป่งใคร้" ภายใต้ภาวะเครียดที่ชักนำด้วยสาร PEG 20% ผลการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ marker-trait association (MTA) พบ Candidate genes ที่สำคัญ 3 ยีน ได้แก่ OsbZIP23, OsHAP5F และ OsZEP โดย ยีน OsbZIP23 และ OsHAP5F มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับจำนวนของปลายราก ในขณะที่ยีน OsZEP และ OsHAP5F สัมพันธ์กับความลึกของราก ซึ่งยีนเหล่านี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของลักษณะปรากฏได้ 10.43% – 21.38% นอกจากนี้ยังพบว่าfavorable alleles ที่ได้รับมาจากพ่อแม่พันธุ์ข้าวไร่ "ข้าวโป่งใคร้" สัมพันธ์กับการเพิ่มการแตกแขนงของรากและการยืดตัวของรากในแนวดิ่ง ซึ่งยีนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางกายภาพและการส่งสัญญาณของกรดแอบไซซิก (ABA) ทำให้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวหอมให้ทนแล้งด้วยเครื่องหมายโมเลกุล (MAS)
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ 6thICSTI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 363  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน นฤมล เข็มกลัดเงิน  วันที่เขียน 30/6/2569 13:01:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 5:29:24
การจัดการองค์ความรู้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ » องค์ความรู้จากการประชุมวิชาการ The International Conference on Applied Statistics 2026 (ICAS2026) พร้อมเสนอผลงานวิจัย
การจัดการองค์ความรู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม สังเคราะห์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The International Conference on Applied Statistics 2026 (ICAS 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Driving the AI Era: The Synergy of Statistics and Data Science” โดยมีเนื้อหาครอบคลุมด้านสถิติประยุกต์ วิทยาการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้ของเครื่อง และการประยุกต์ใช้สถิติในการแก้ปัญหาในโลกจริง ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “Bayesian Quantile Regression for Count Data with a Generalised Asymmetric Laplace Likelihood: An Application to Environmental Epidemiology” ซึ่งเป็นการพัฒนาวิธีการถดถอยควอนไทล์แบบเบส์สำหรับข้อมูลนับ โดยประยุกต์ใช้กับข้อมูลด้านระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อม องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถสรุปได้เป็น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาระเบียบวิธีทางสถิติขั้นสูงสำหรับข้อมูลที่มีความซับซ้อน 2) การประยุกต์ใช้สถิติ วิทยาการข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในงานวิจัยและการตัดสินใจบนหลักฐานเชิงประจักษ์ และ 3) การนำองค์ความรู้จากเวทีวิชาการนานาชาติมาปรับใช้ในการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ผลจากการจัดการองค์ความรู้ครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยด้านสถิติประยุกต์และวิทยาการข้อมูล การปรับปรุงเนื้อหารายวิชาให้ทันสมัย การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นข้อมูลจริง ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของหลักสูตรและคณะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
คำสำคัญ : การจัดการองค์ความรู้, สถิติประยุกต์, วิทยาการข้อมูล, ปัญญาประดิษฐ์, การถดถอยควอนไทล์แบบเบส์, ระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อม  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 167  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ทวีศักดิ์ จันทร์งาม  วันที่เขียน 27/6/2569 11:03:50  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 19:17:44
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาและการบริหารงานห้องปฏิบัติงานวิจัยและการบริหารวิชาการสำหรับบุคลากร สายสนับสนุนวิชาการ
หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ ได้จัดโครงการพัฒนาและการบริหารงานห้องปฏิบัติงานวิจัยและการบริหารวิชาการสำหรับบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการ ในระหว่างวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี และศูนย์วิเคราะห์วิจัยและพัฒนาอัญมณี มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดจันทบุรี
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 94  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน เพชรลดา กันทาดี  วันที่เขียน 23/6/2569 17:39:44  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 12:47:04
งานประชุมวิชาการและการประกวดผลงานนวัตกรรมระดับนานาชาติในงาน International Innovation, Entrepreneurship & Applied Solutions Competition 2026 รูปแบบ online ณ National Ilan University ไต้หวัน » ANTIO Plus SESAMIO : Super Boost for Immune System, Anti-inflammatory, Blood Circulation and Alternative Treatment for Diabetic Wound/Diabetic Foot Ulcer
ANTIO Plus SESAMIO : Super Boost for Immune System, Anti-inflammatory, Blood Circulation and Alternative Treatment for Diabetic Wound/Diabetic Foot Ulcer ANTIO and SESAMIO are dietary supplement products developed from plant-derived materials and natural honey. ANTIO is formulated from four fresh medicinal plants—kariyat (Andrographis paniculata), elephant garlic (Allium ampeloprasum), butterfly pea (Clitoria ternatea), and turmeric (Curcuma longa)—using an innovative extraction process based on osmotic dehydration, in which natural honey serves as the osmotic agent. SESAMIO is a dietary supplement produced from black sesame seeds (Sesamum indicum) and natural honey using the same innovative extraction technique. Both products were evaluated for their biological and pharmacological activities and further assessed through clinical investigations involving conditions such as diabetic foot ulcers, deep vein thrombosis, and thrombosis (blood clot formation). The innovation underlying ANTIO and SESAMIO lies in the utilization of fresh herbal materials and fresh black sesame seeds, combined with a non-chemical extraction process that preserves natural physicochemical properties and essential nutrients. The production process avoids the use of artificial preservatives, synthetic additives, or chemical extraction agents.
คำสำคัญ : เซซามิน  แอนไทออกซิแดนท์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 566  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 10/6/2569 13:09:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 11:26:39
การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 6th International Conference on Science, Technology & Innovation (2026) » ENCAPSULATION OF PHENOLIC COMPOUNDS FROM STROBILANTHES CUSIA LEAVES AND CHARACTERIZATION และ ENCAPSULATION OF BEETROOT EXTRACT USING SODIUM ALGINATE/SODIUM ALGINATE-CASEIN SODIUM SALT: STUDY OF PHYSICAL AND CHEMICAL PROPERTIES
ENCAPSULATION OF PHENOLIC COMPOUNDS FROM STROBILANTHES CUSIA LEAVES AND CHARACTERIZATION Strobilanthes cusia (Hom) is commonly used as a traditional medicine with widespread health benefits. The present investigation aimed to determine the effectiveness of phenolics extracted from Hom leaves using the ultrasonic assisted extraction (UAE) method. The lyophilized Hom extract (HE) was analyzed for total phenolic contents and examined for antioxidants. The HE was encapsulated with sodium alginate as the single wall material and with sodium alginate-gum arabic as the combination wall material to enhance the shelf life and stability of the phenolics. Additionally, hydrogel patches incorporating the encapsulated HE were developed to study the antipyretic property. The effects of type and concentration of encapsulating agents on encapsulation efficiency and cooling performance of the hydrogel patches were evaluated. The encapsulation efficiency was analyzed and characterized the encapsules using Fourier-transform infrared spectroscopy (FTIR) and scanning electron microscopy (SEM) analyses corroborated the effectiveness of the encapsulation process. Results indicated that HE contained total phenolics of 97.38±0.19 mgGAE/g. Moreover, HE had an IC50 value against the DPPH scavenging assay of 0.182±0.53 g/ml. The highest encapsulation efficiency (87.95%) was achieved using combination wall of 1% sodium alginate and gum arabic. Morphological analysis using SEM revealed the surface particle aggregation of the hydrogel patches. Furthermore, FTIR analysis confirmed the interaction between HE and encapsulating agents, indicating successful microencapsulation. These findings suggest that encapsulation is a promising strategy to enhance the stability and efficacy of HM for pharmaceutical applications. ENCAPSULATION OF BEETROOT EXTRACT USING SODIUM ALGINATE/SODIUM ALGINATE-CASEIN SODIUM SALT: STUDY OF PHYSICAL AND CHEMICAL PROPERTIES This study aimed to develop microcapsules containing beetroot extract (BE) to enhance the stability of phenolic compounds during storage and thermal exposure. Beetroot extract was obtained using microwave-assisted extraction, resulting in an extraction yield of 9.58%. The total phenolic content (TPC) of the crude extract was determined to be 25.12±0.23 mg GAE/g extract. To improve the stability of phenolic compounds, BE was microencapsulated using natural wall materials. Sodium alginate was employed as a single wall material, while a combination of sodium alginate and casein sodium salt was used as a mixed wall system. The encapsulation efficiency and physicochemical characteristics of the resulting microcapsules were investigated. Among the tested formulations, microcapsules prepared using 3.0% (w/v) sodium alginate exhibited a more spherical morphology and smoother surface characteristics compared with other formulations. However, the optimized mixed-wall formulation using 3.0% (w/v) sodium alginate combined with 1.0% (w/v) casein sodium salt and crosslinked in 5.0% (w/v) CaCl2 solution demonstrated the thermal stability and the low degradation of phenolic compounds during thermal treatment and had higher encapsulation efficiency than single wall formulation. After 14 days of storage, the total phenolic contents of microcapsules prepared with single-wall alginate and mixed-wall sodium alginate–casein sodium salt systems were 23.18±0.23 and 24.59±0.16 mg GAE/g extract, respectively. These findings indicate that microencapsulation of BE using natural biopolymeric wall materials can effectively reduce polyphenol degradation and improve the thermal stability and shelf life of beetroot phenolics, thereby enhancing the potential applications of BE in food, pharmaceutical, and nutraceutical products.
คำสำคัญ : นานาชาติ  ประชุมICSTI2026  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 200  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 8/6/2569 14:57:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 23/9/2569 1:36:37
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 30 ปี 2569 (AMM2026) และการประชุมวิชาการ เรื่อง ทฤษฎีจำนวนและการประยุกต์ ปี 2569 (CNA2026)
การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 30 ปี 2569 (AMM2026) และการประชุมวิชาการ เรื่อง ทฤษฎีจำนวนและการประยุกต์ ปี 2569 (CNA2026) ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2569 ณ อวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 209  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 6/6/2569 14:58:20  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 21:48:07
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตร AUN-QA Implementation and Gap Analysis version 4 รุ่นที่ 27
การอบรมหลักสูตร AUN-QA Implementation and Gap Analysis version 4 รุ่นที่ 27 ในวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : AUN-QA  Gap Analysis  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 165  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 6/6/2569 14:46:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/9/2569 21:07:49
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » โครงการวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ CWIE ๕.๐
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจภาพรวมของการขับเคลื่อน CWIE ทั้งในมิตินโยบาย ระดับการบริหารจัดการหลักสูตร ระดับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ และระดับผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคตว่า การผลิตบัณฑิตจำเป็นต้องมุ่งสู่การสร้างคนที่ พร้อมทำงาน สร้างนวัตกรรม ปรับตัวได้ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคการทำงานจริง
คำสำคัญ : CWIE  สถานประกอบการ  สหกิจศึกษา  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 166  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 6/6/2569 10:51:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 13:48:07
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เมื่อ “AI” เข้ามาในโลกวิจัยแบบผสม…อาจารย์อย่างเราควรปรับตัวอย่างไร?
บทความนี้ถ่ายทอดความรู้และมุมมองที่ได้รับจากการเข้าร่วมเพิ่มพูนความรู้เรื่อง “ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงาน” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้การวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยในยุคดิจิทัล โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วยแนวคิดการผสานการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การออกแบบงานวิจัยแบบ Sequential, Convergent และ Hybrid ตลอดจนการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสนับสนุนการทำวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยยุคใหม่ไม่จำเป็นต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างตัวเลขกับเรื่องเล่า แต่สามารถใช้ทั้งสองร่วมกันเพื่อให้เข้าใจ “ความจริง” ของปรากฏการณ์ได้ลึกขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแทนนักวิจัย แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดมุมมองใหม่ในการทำวิจัยสำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำสำคัญ : AI เพื่อการวิจัย  การวิจัยแบบผสม  ปัญญาประดิษฐ์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 133  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 25/5/2569 20:46:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/9/2569 17:39:55
สรุปเนื้อหาการเข้าร่วมประชุม เรื่อง "มาตรฐานการเผยแพร่ผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการ" » การเรียนรู้วิธีใช้ Gemini & NotebookLM
การเรียนรรู้วิธีการใช้ Gemini & NotebookLM เพื่อพลิกโฉมการทำงานและการใช้ชีวิตให้สมาร์ทกว่าเดิม โดยมีวิทยากร จาก Google Thailand คือ ดร.รชฏ จันทร์น้อย และคุณณัฐพงศ์ เริ่มเจริญ ที่มาถ่ายทอดเทคนิคการใช้งาน AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อีกทั้งแนะนำแหล่งความรู้ของ AI จาก Google และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ คุณอัครเดช ชูเลาตระกูล ที่มาให้ความรู้และเทคนิคการใช้ AI มุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 136  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิลาศลักษณ์ ศรแก้ว  วันที่เขียน 22/5/2569 15:11:11  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 15:58:09
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » Green Office ไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม…แต่คือวัฒนธรรมการทำงานของมหาวิทยาลัยยุคใหม่: บทเรียนจากการอบรมทบทวนความรู้สำนักงานสีเขียว ที่ทำให้มอง “ที่ทำงาน” เปลี่ยนไป
บทความนี้เป็นการสะท้อนองค์ความรู้และประสบการณ์จากการเข้าร่วม “โครงการอบรมทบทวนความรู้สำนักงานสีเขียว (Green Office)” ซึ่งมหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดขึ้นสำหรับบุคลากร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการจัดการสำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการของเสีย และการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในองค์กร บทความนี้นำเสนอในรูปแบบเรียงความภาษาง่ายๆ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองว่า “Green Office” ไม่ใช่เพียงเรื่องของการประหยัดไฟหรือคัดแยกขยะ แต่คือการปรับวัฒนธรรมการทำงานและพฤติกรรมของบุคลากรในมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ที่เผชิญปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง อีกทั้งยังสะท้อนว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยสามารถประยุกต์แนวคิดนี้เข้าสู่ภารกิจด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการเป็นแบบอย่างให้แก่นักศึกษาได้อย่างไร
คำสำคัญ : Green Office  การลดก๊าซเรือนกระจก  มหาวิทยาลัยสีเขียว  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 140  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 20/5/2569 19:07:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 19:14:58
ความรู้จากการนำเสนอผลงานทางวิชาการ » หนังสือและ ตำรา การเริ่มต้นงานเขียนอย่างมีคุณภาพ
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเขียนหนังสือและตำราเพื่อประกอบการขอตำแหน่งทางวิชาการ 30 พฤศจิกายน 2568 โดย ศาสตราจารย์ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับความรู้เรื่องโครงสร้าง หนังสือและ ตำรา การเริ่มต้นงานเขียนอย่างมีคุณภาพ การอ้างอิง การใช้ภาพที่ไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และเกณฑ์ กพอ 2568 ที่ประกาศล่าสุด
คำสำคัญ : หนังสือ ตำรา แตกต่าง  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 145  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน สุภาพร แสงศรีจันทร์  วันที่เขียน 6/5/2569 12:35:34  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 9:15:27
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7
การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ และคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 2192  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 3/5/2569 21:03:47  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 23/9/2569 0:31:03
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7
การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ และคณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยนเรศวร
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 161  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 3/5/2569 21:03:45  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 12:47:03
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เขียนผลวิจัยอย่างไร…ไม่ให้กรรมการงง: บทเรียนจากห้องอบรมที่อยากเล่าให้เพื่อนอาจารย์ฟัง
บทความนี้เป็นการสะท้อนการเรียนรู้จากการอบรมออนไลน์เรื่อง “หลักการเขียนผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเขียนบทความวิจัยให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยพบว่า การเขียนผลการวิจัยที่ดีต้องเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ ตัวแปร และวิธีวิจัยอย่างชัดเจน รวมถึงต้องคำนึงถึงความตรงภายในและภายนอกของงานวิจัย ขณะเดียวกัน การอภิปรายผลควรเน้นการตีความเชิงลึกและเชื่อมโยงทฤษฎี ไม่ใช่เพียงการอธิบายซ้ำข้อมูล นอกจากนี้ การใช้ GenAI สามารถช่วยปรับปรุงการเขียนได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมเชิงวิชาการ บทความนี้จึงนำเสนอแนวทางประยุกต์ใช้สำหรับอาจารย์เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยและการตีพิมพ์
คำสำคัญ : การเขียนผลการวิจัย  การอภิปรายผล  อาจารย์นักวิจัย  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 147  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 3/5/2569 14:30:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 17:34:49
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » จากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิมสู่การใช้ GenAI: บทสะท้อนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ยุคใหม่
การเข้าร่วมอบรมออนไลน์กับหน่วยงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในวันที่ 28 เมษายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดและหลักการในการเข้าถึง สืบค้น คัดกรอง และสรุปเนื้อหาจากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิม” และ “การเลือกและการฝึกใช้เครื่องมือในการสืบค้นและสังเคราะห์วรรณกรรมโดยผู้ช่วย GenAI” ได้ก่อให้เกิดการเรียนรู้เชิงลึกที่สำคัญต่อบทบาทของอาจารย์ในยุคดิจิทัล บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนการเรียนรู้ และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม โดยพบว่า การทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิมมิใช่เพียงการรวบรวมข้อมูล แต่เป็นกระบวนการคิด วิเคราะห์ และสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่ และเป็นรากฐานของการพัฒนางานวิจัยที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกัน การประยุกต์ใช้ Generative AI เช่น ChatGPT สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูล วิเคราะห์แนวโน้ม และระบุช่องว่างงานวิจัยได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การใช้ AI จำเป็นต้องอยู่ภายใต้การกำกับด้วยวิจารณญาณเชิงวิชาการ เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจแบบผิวเผินและความคลาดเคลื่อนของข้อมูล บทความบล็อกนี้จึงเสนอว่า อาจารย์ยุคใหม่ควรปรับบทบาทจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” เป็น “ผู้ออกแบบกระบวนการคิด” และบูรณาการ AI เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้และการวิจัยอย่างมีคุณภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานงานวิจัยและการเรียนการสอนในระดับสากล
คำสำคัญ : Generative AI  การทบทวนวรรณกรรม  การสะท้อนการเรียนรู้  งานวิจัยเชิงวิชาการ  อาจารย์ยุคใหม่  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 169  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 29/4/2569 17:23:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 17:37:02
สรุปรายงานการอบรม » การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา >การเขียนงานวิจัยตีพิมพ์ หนังสือ และตำราโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
ปัจจุบันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการช่วยเขียนงานวิจัย หนังสือ และตำรา กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลา และยกระดับคุณภาพของผลงานวิชาการอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณมหาศาลและต้องการการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ จึงทำให้มีผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์ออกมามากมายแข่งขันกัน ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์ม AI ที่นิยมใช้ในงานวิชาการหลายประเภท อาทิเช่น ChatGPT (OpenAI), Claude (Anthropic), Gemini (Google) เป็นต้น แม้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยยกระดับกระบวนการวิจัย ตั้งแต่การออกแบบจนถึงการตีพิมพ์ อย่างไรก็ตามการใช้ AI ควรอยู่ภายใต้หลักจริยธรรม ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบโดยนักวิจัย เพื่อให้ผลงานมีความน่าเชื่อถือและเป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการอย่างแท้จริง
คำสำคัญ : การช่วยเขียนงานวิจัย หนังสือ และตำรา  ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)  แพลตฟอร์ม AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 263  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ชมัยพร นิธิกาจณ์พานิช  วันที่เขียน 29/4/2569 12:42:02  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 11:26:40
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » ตีพิมพ์อย่างมีกลยุทธ์: การเลือกวารสารวิชาการสำหรับอาจารย์ยุคดิจิทัล
บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้จากการอบรมเรื่อง “การเลือกวารสารเพื่อตีพิมพ์ผลงานวิชาการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของอาจารย์ในการคัดเลือกวารสารที่เหมาะสมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ครอบคลุมการวิเคราะห์ Aim & Scope การพิจารณาคุณภาพวารสารจากฐานข้อมูล เช่น TCI และ Scopus ตลอดจนกระบวนการพิจารณาบทความแบบ Peer Review และโครงสร้างบทความมาตรฐาน IMRAD นอกจากนี้ ยังสะท้อนบทบาทของอาจารย์ในยุคดิจิทัลที่ต้องมี “Strategic Publishing Skill” เพื่อเพิ่มโอกาสการตีพิมพ์และยกระดับคุณภาพงานวิจัย
คำสำคัญ : Scopus  TCI  การตีพิมพ์บทความวิจัย  การเลือกวารสาร  อาจารย์ยุคดิจิทัล  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 1451  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 28/4/2569 16:54:10  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 23:35:09