การประยุกต์ความรู้จากการอบรมการขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สู่การพัฒนาอาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่เขียน 15/7/2568 19:58:04     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 1/4/2569 8:30:48
เปิดอ่าน: 292 ครั้ง

การอบรมเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการให้มากกว่าความรู้เชิงระเบียบวิธี แต่ยังเปิดโลกทัศน์ให้กับอาจารย์ในการสร้างผลงานอย่างมีคุณภาพ จริยธรรม และวางแผนพัฒนาตนเองอย่างมีทิศทาง การนำความรู้จากการอบรมมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้า ทั้งในระดับบุคคล สาขาวิชา และสถาบันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม “หลักเกณฑ์และการเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์” โดยถ่ายทอดสู่การปฏิบัติงานในสายอาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การสร้างผลงานทางวิชาการ การรักษาจริยธรรมทางวิชาชีพ และการวางแผนพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งทางวิชาการในอนาคต ดังนั้น ความรู้ที่ได้อบรมในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจที่ลึกซึ้งในหลักเกณฑ์การขอตำแหน่งทางวิชาการสามารถขับเคลื่อนคุณภาพการปฏิบัติงานของอาจารย์ในเชิงรุกและยั่งยืน

การดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา เนื่องจากสะท้อนถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจริยธรรมทางวิชาชีพ การอบรมเรื่อง “หลักเกณฑ์และการเขียนผลงานทางวิชาการ” โดยศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สุมิตร สุวรรณ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับอาจารย์รุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่การขอตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเส้นทางสายวิชาการ แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จากหลักเกณฑ์ของ ก.พ.อ. (2564) ผู้ขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องมีคุณสมบัติและผลงานตามที่กำหนด ได้แก่ • มีประสบการณ์สอนอย่างน้อย 3 หน่วยกิต • จัดทำเอกสารประกอบการสอน • ผลงานวิชาการอย่างน้อย 2 เรื่องในระดับ B เช่น งานวิจัย บทความวิชาการ หรือตำรา 1 เล่ม + บทความวิชาการ 1 เรื่อง นอกจากนี้ ผู้ขอจะต้องเป็น first author หรือ corresponding author อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง และผลงานวิชาการจะต้องเผยแพร่ในแหล่งที่ ก.พ.อ. กำหนดเท่านั้น (สุมิตร, 2567) การประยุกต์ใช้ความรู้จากการอบรมในวิชาชีพอาจารย์ 1. การพัฒนาเอกสารประกอบการสอนสู่การเป็นตำราวิชาที่สอน หลังจากการอบรม ข้าพเจ้าตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเอกสารคำสอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงเนื้อหา โครงสร้าง และการอ้างอิง โดยปรับให้มีลักษณะของตำรา เช่น เพิ่มหัวข้อวัตถุประสงค์ประจำบท แบบฝึกหัด และการเชื่อมโยงกับงานวิจัย เพื่อเตรียมพร้อมให้สามารถยื่นขอตำแหน่งได้ในอนาคต 2. การผลิตผลงานวิจัยอย่างมีระบบ การอบรมชี้ให้เห็นว่า งานวิจัยที่สามารถใช้ยื่นขอผศ. ต้องมีคุณภาพตามหลักวิชาการ และเผยแพร่ในวารสารวิชาการที่ผ่านการประเมิน ข้าพเจ้าได้นำแนวทางนี้ไปวางแผนการผลิตบทความวิจัยโดยใช้การเขียนบทที่ 5 ของรายงานวิจัยเป็นจุดเริ่มต้น และขยายเป็นบทความที่ตอบวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน พร้อมการอ้างอิงที่เหมาะสม 3. การรักษาจริยธรรมทางวิชาการ จากเนื้อหาในการอบรม ข้าพเจ้าได้รับความเข้าใจในประเด็นการหลีกเลี่ยงการลอกเลียนผลงาน (Plagiarism) การอ้างอิงให้ถูกต้อง และความจำเป็นในการยื่นขออนุมัติจริยธรรมการวิจัยในกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ โดยข้าพเจ้าได้จัดระบบการอ้างอิงของนักศึกษาในการทำวิจัย และจัดอบรมเรื่อง plagiarism ภายในสาขาวิชาเพื่อสร้างความตระหนักร่วมกัน 4. การวางแผนความก้าวหน้าในสายวิชาการ ความเข้าใจในโครงสร้างการเติบโตของตำแหน่งทางวิชาการทำให้ข้าพเจ้าสามารถวางแผนพัฒนาผลงานได้อย่างมียุทธศาสตร์ เช่น การกำหนดเป้าหมายการเผยแพร่บทความวิจัย 2 เรื่องภายใน 2 ปี การเริ่มพัฒนาตำรา และการเข้าร่วมงานวิจัยร่วมกับคณะ เพื่อสะสมผลงานที่หลากหลาย สรุป การอบรมเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการให้มากกว่าความรู้เชิงระเบียบวิธี แต่ยังเปิดโลกทัศน์ให้กับอาจารย์ในการสร้างผลงานอย่างมีคุณภาพ จริยธรรม และวางแผนพัฒนาตนเองอย่างมีทิศทาง การนำความรู้จากการอบรมมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้า ทั้งในระดับบุคคล สาขาวิชา และสถาบันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม “หลักเกณฑ์และการเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์” โดยถ่ายทอดสู่การปฏิบัติงานในสายอาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การสร้างผลงานทางวิชาการ การรักษาจริยธรรมทางวิชาชีพ และการวางแผนพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งทางวิชาการในอนาคต ดังนั้น ความรู้ที่ได้อบรมในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจที่ลึกซึ้งในหลักเกณฑ์การขอตำแหน่งทางวิชาการสามารถขับเคลื่อนคุณภาพการปฏิบัติงานของอาจารย์ในเชิงรุกและยั่งยืน

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1595
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » ข้อกำหนดและการตรวจติดตามภายในระบบมาตรฐานสากล ISO/IEC 17025 2017
การอบรมครั้งนี้มุ่งให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนด ISO/IEC 17025:2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบ โดยเน้นทั้งด้านระบบบร...
IEC  ISO17025:2017  ห้องปฏิบัติการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 31/3/2569 10:24:36  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 31/3/2569 22:31:42   เปิดอ่าน 7  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้อาจารย์กับการบริการวิชาการ » โปร่งใส ใส่ใจ และใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบ: หลักธรรมาภิบาลสำหรับการดำเนินงานวิจัยและบริการวิชาการของอาจารย์
การอบรมเรื่อง “Ethics in Action: โปร่งใส ใส่ใจ และใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบ” มุ่งเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบในการบริหารงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะในบ...
การบริหารโครงการวิจัยและบริการวิชาการ  ความโปร่งใสในการบริหารงบประมาณ  จริยธรรมในการวิจัย  ธรรมาภิบาล     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 7/3/2569 12:24:18  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 1/4/2569 3:23:07   เปิดอ่าน 73  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง