การประยุกต์ความรู้จากการอบรมการขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์สู่การพัฒนาอาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม
วันที่เขียน 15/7/2568 19:58:04     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 6/10/2569 6:36:13
เปิดอ่าน: 463 ครั้ง

การอบรมเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการให้มากกว่าความรู้เชิงระเบียบวิธี แต่ยังเปิดโลกทัศน์ให้กับอาจารย์ในการสร้างผลงานอย่างมีคุณภาพ จริยธรรม และวางแผนพัฒนาตนเองอย่างมีทิศทาง การนำความรู้จากการอบรมมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้า ทั้งในระดับบุคคล สาขาวิชา และสถาบันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม “หลักเกณฑ์และการเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์” โดยถ่ายทอดสู่การปฏิบัติงานในสายอาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การสร้างผลงานทางวิชาการ การรักษาจริยธรรมทางวิชาชีพ และการวางแผนพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งทางวิชาการในอนาคต ดังนั้น ความรู้ที่ได้อบรมในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจที่ลึกซึ้งในหลักเกณฑ์การขอตำแหน่งทางวิชาการสามารถขับเคลื่อนคุณภาพการปฏิบัติงานของอาจารย์ในเชิงรุกและยั่งยืน

การดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา เนื่องจากสะท้อนถึงความรู้ ความเชี่ยวชาญ และจริยธรรมทางวิชาชีพ การอบรมเรื่อง “หลักเกณฑ์และการเขียนผลงานทางวิชาการ” โดยศาสตราจารย์ นาวาอากาศโท ดร.สุมิตร สุวรรณ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับอาจารย์รุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่การขอตำแหน่ง “ผู้ช่วยศาสตราจารย์” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของเส้นทางสายวิชาการ แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ จากหลักเกณฑ์ของ ก.พ.อ. (2564) ผู้ขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ต้องมีคุณสมบัติและผลงานตามที่กำหนด ได้แก่ • มีประสบการณ์สอนอย่างน้อย 3 หน่วยกิต • จัดทำเอกสารประกอบการสอน • ผลงานวิชาการอย่างน้อย 2 เรื่องในระดับ B เช่น งานวิจัย บทความวิชาการ หรือตำรา 1 เล่ม + บทความวิชาการ 1 เรื่อง นอกจากนี้ ผู้ขอจะต้องเป็น first author หรือ corresponding author อย่างน้อยหนึ่งเรื่อง และผลงานวิชาการจะต้องเผยแพร่ในแหล่งที่ ก.พ.อ. กำหนดเท่านั้น (สุมิตร, 2567) การประยุกต์ใช้ความรู้จากการอบรมในวิชาชีพอาจารย์ 1. การพัฒนาเอกสารประกอบการสอนสู่การเป็นตำราวิชาที่สอน หลังจากการอบรม ข้าพเจ้าตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาเอกสารคำสอนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงเนื้อหา โครงสร้าง และการอ้างอิง โดยปรับให้มีลักษณะของตำรา เช่น เพิ่มหัวข้อวัตถุประสงค์ประจำบท แบบฝึกหัด และการเชื่อมโยงกับงานวิจัย เพื่อเตรียมพร้อมให้สามารถยื่นขอตำแหน่งได้ในอนาคต 2. การผลิตผลงานวิจัยอย่างมีระบบ การอบรมชี้ให้เห็นว่า งานวิจัยที่สามารถใช้ยื่นขอผศ. ต้องมีคุณภาพตามหลักวิชาการ และเผยแพร่ในวารสารวิชาการที่ผ่านการประเมิน ข้าพเจ้าได้นำแนวทางนี้ไปวางแผนการผลิตบทความวิจัยโดยใช้การเขียนบทที่ 5 ของรายงานวิจัยเป็นจุดเริ่มต้น และขยายเป็นบทความที่ตอบวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน พร้อมการอ้างอิงที่เหมาะสม 3. การรักษาจริยธรรมทางวิชาการ จากเนื้อหาในการอบรม ข้าพเจ้าได้รับความเข้าใจในประเด็นการหลีกเลี่ยงการลอกเลียนผลงาน (Plagiarism) การอ้างอิงให้ถูกต้อง และความจำเป็นในการยื่นขออนุมัติจริยธรรมการวิจัยในกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ โดยข้าพเจ้าได้จัดระบบการอ้างอิงของนักศึกษาในการทำวิจัย และจัดอบรมเรื่อง plagiarism ภายในสาขาวิชาเพื่อสร้างความตระหนักร่วมกัน 4. การวางแผนความก้าวหน้าในสายวิชาการ ความเข้าใจในโครงสร้างการเติบโตของตำแหน่งทางวิชาการทำให้ข้าพเจ้าสามารถวางแผนพัฒนาผลงานได้อย่างมียุทธศาสตร์ เช่น การกำหนดเป้าหมายการเผยแพร่บทความวิจัย 2 เรื่องภายใน 2 ปี การเริ่มพัฒนาตำรา และการเข้าร่วมงานวิจัยร่วมกับคณะ เพื่อสะสมผลงานที่หลากหลาย สรุป การอบรมเรื่องการขอตำแหน่งทางวิชาการให้มากกว่าความรู้เชิงระเบียบวิธี แต่ยังเปิดโลกทัศน์ให้กับอาจารย์ในการสร้างผลงานอย่างมีคุณภาพ จริยธรรม และวางแผนพัฒนาตนเองอย่างมีทิศทาง การนำความรู้จากการอบรมมาประยุกต์ใช้กับวิชาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม จึงเป็นแนวทางที่สามารถขับเคลื่อนให้เกิดความก้าวหน้า ทั้งในระดับบุคคล สาขาวิชา และสถาบันได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม “หลักเกณฑ์และการเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อขอตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์” โดยถ่ายทอดสู่การปฏิบัติงานในสายอาชีพอาจารย์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการเรียนการสอน การสร้างผลงานทางวิชาการ การรักษาจริยธรรมทางวิชาชีพ และการวางแผนพัฒนาตนเองเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งทางวิชาการในอนาคต ดังนั้น ความรู้ที่ได้อบรมในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจที่ลึกซึ้งในหลักเกณฑ์การขอตำแหน่งทางวิชาการสามารถขับเคลื่อนคุณภาพการปฏิบัติงานของอาจารย์ในเชิงรุกและยั่งยืน

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1595
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 21:43:25   เปิดอ่าน 39  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 14:05:51   เปิดอ่าน 54  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 15:11:24   เปิดอ่าน 60  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 10:34:42   เปิดอ่าน 71  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง