การประยุกต์ใช้ความรู้จากการอบรมเชิงปฏิบัติการ แนวทางการเขียนผลงานด้านการเรียนการสอนเพื่อขอรับการประเมินสมรรถนะอาจารย์ตามกรอบ Thailand PSF
วันที่เขียน 4/8/2568 18:18:40     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/10/2569 15:11:43
เปิดอ่าน: 3978 ครั้ง

การประเมินสมรรถนะอาจารย์ตามกรอบ Thailand Professional Standards Framework (Thailand PSF) เป็นกระบวนการสำคัญในการรับรองคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของอาจารย์ในระดับอุดมศึกษา เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สอดคล้องกับมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา บทความนี้นำเสนอการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ได้รับจากการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “แนวทางการเขียนผลงานด้านการเรียนการสอนเพื่อขอรับการประเมินสมรรถนะอาจารย์” โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เกณฑ์การประเมิน การออกแบบและวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดทำกรณีศึกษาการสอน การสะท้อนคิด (Reflection) และการเตรียมหลักฐานเชิงประจักษ์ให้สอดคล้องกับองค์ประกอบ 3 ด้าน คือ ความรู้ (Knowledge) สมรรถนะ (Competencies) และค่านิยม (Values) ผลจากการประยุกต์ใช้ทำให้สามารถจัดทำผลงานด้านการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ตรงตามเกณฑ์ และแสดงศักยภาพของอาจารย์ได้อย่างเป็นระบบ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการสอน การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง และการสร้างความน่าเชื่อถือในวิชาชีพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการขอรับการประเมินสมรรถนะอาจารย์อย่างยั่งยืน

ในยุคที่การศึกษาไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่มาตรฐานสากล อาจารย์มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องแสดงสมรรถนะทางวิชาชีพอย่างเป็นระบบและสามารถพิสูจน์ได้ว่า การจัดการเรียนการสอนของตนมีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา Thailand Professional Standards Framework (Thailand PSF) จึงเป็นกรอบที่ใช้ประเมินและรับรองสมรรถนะอาจารย์ด้านการเรียนการสอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทั้งในระดับสถาบันและระดับประเทศ การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “แนวทางการเขียนผลงานด้านการเรียนการสอนเพื่อขอรับการประเมินสมรรถนะอาจารย์” ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจทั้งหลักการและวิธีปฏิบัติในการเตรียมเอกสารและผลงานการสอนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้การยื่นขอประเมินมีประสิทธิภาพและมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้น 1. ความเข้าใจในกรอบ Thailand PSF กรอบ Thailand PSF แบ่งองค์ประกอบการประเมินออกเป็น 3 ด้านหลัก 1.ความรู้ (Knowledge) oความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาของตน oความรู้ด้านการสอนและการเรียนรู้ 2.สมรรถนะ (Competencies) oการออกแบบและวางแผนกิจกรรมการเรียนรู้ oการดำเนินการสอนอย่างมีประสิทธิผล oการสร้างบรรยากาศและสนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน oการวัดและประเมินผลพร้อมให้ข้อมูลย้อนกลับ 3.ค่านิยม (Values) oการพัฒนาวิชาชีพและตนเองอย่างต่อเนื่อง oการธำรงจรรยาบรรณวิชาชีพอาจารย์ แต่ละองค์ประกอบมีเกณฑ์การประเมินใน 4 ระดับ (Level 1–4) ตั้งแต่ ครูที่มีคุณภาพ (Fellow Teacher) จนถึง ครูที่เป็นผู้นำในระดับชาติ/นานาชาติ (Mastery Teacher) ผู้ยื่นขอต้องแสดงหลักฐานและผลงานที่สอดคล้องกับระดับที่ต้องการ 2. ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม 2.1 การตีความเกณฑ์อย่างถูกต้อง อบรมช่วยให้เข้าใจว่า การเขียนผลงานต้องเชื่อมโยงกับเกณฑ์อย่างตรงประเด็น โดยไม่คัดลอกเกณฑ์มาใส่ตรงๆ แต่ต้องสะท้อน “การปฏิบัติจริง” ของผู้สอน 2.2 การจัดทำกรณีศึกษาการสอน (Teaching Case Study) ผลงานควรอยู่ในรูปของกรณีศึกษาที่แสดงวงจรการสอนตั้งแต่ • การออกแบบและวางแผนการเรียนรู้ • การดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอน • การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ • การวัดและประเมินผล พร้อมการให้ข้อมูลย้อนกลับ • การปรับปรุงพัฒนาและการสะท้อนคิด 2.3 การสะท้อนคิด (Reflection) ไม่เพียงบรรยายสิ่งที่ทำ แต่ต้องวิเคราะห์เหตุผลของการตัดสินใจ วิธีการที่เลือกใช้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น และสิ่งที่จะปรับปรุงในอนาคต 2.4 การใช้หลักฐานสนับสนุน หลักฐานเชิงประจักษ์ เช่น แผนการสอน ผลงานผู้เรียน แบบประเมินความพึงพอใจ และหลักฐานการมีส่วนร่วมของนักศึกษา เป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลงาน 3. การประยุกต์ใช้ในการขอประเมินสมรรถนะอาจารย์ 3.1 การวิเคราะห์ระดับที่ต้องการขอประเมิน เริ่มจากประเมินตนเองตามเกณฑ์ Thailand PSF เพื่อดูว่ามีผลงานและสมรรถนะตรงกับระดับใด เช่น หากอยู่ระดับ 1 ต้องแสดงให้เห็นความรู้และสมรรถนะขั้นพื้นฐานในการสอน ส่วนระดับ 2–4 ต้องมีบทบาทที่ขยายไปถึงการเป็นพี่เลี้ยง การวิจัยในชั้นเรียน หรือการเป็นผู้นำเชิงนโยบาย 3.2 การรวบรวมและจัดระบบข้อมูล สร้างคลังข้อมูลการสอน (Teaching Portfolio) รวบรวมหลักฐานการออกแบบการสอน ผลการเรียนรู้ของนักศึกษา ข้อเสนอแนะจากผู้เรียน และกิจกรรมพัฒนาวิชาชีพ เพื่อใช้เขียนกรณีศึกษาได้อย่างครบถ้วน 3.3 การเขียนผลงานในลักษณะความเรียง การเขียนต้องเล่าเรื่องราวการสอนให้ต่อเนื่อง ครอบคลุมองค์ประกอบ 3 ด้านของ Thailand PSF ใช้ภาษากระชับ ชัดเจน และอ้างอิงองค์ประกอบตามรหัสที่กำหนด เช่น (ร1.2) หรือ (ส2.4) เพื่อเชื่อมโยงกับเกณฑ์ 3.4 การทำ Reflection เชิงลึก แสดงให้เห็นการเรียนรู้ของตนเองจากประสบการณ์สอน วิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้สำเร็จหรือเกิดปัญหา และวางแผนพัฒนาในอนาคต เช่น ปรับวิธีสอน ทดลองใช้สื่อใหม่ หรือปรับการวัดผล 3.5 การขอคำรับรอง เลือกผู้เขียนจดหมายรับรองที่รู้จักการทำงานการสอนของตนอย่างแท้จริง และสามารถยืนยันสมรรถนะตามเกณฑ์ที่ขอประเมินได้อย่างชัดเจน พร้อมยกตัวอย่างประกอบ 4. ตัวอย่างการนำความรู้ไปใช้จริง สมมติว่าผู้สอนต้องการขอประเมินใน ระดับที่ 2 (Professional Teacher) •ปรับแผนการสอนให้ใช้กิจกรรม Active Learning และสื่อดิจิทัล เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของนักศึกษา •ทำโครงการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อตรวจสอบผลของการใช้กิจกรรมใหม่ แล้วนำผลไปปรับปรุงการสอน •ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับอาจารย์ใหม่ในภาควิชา ถ่ายทอดวิธีการออกแบบการสอนและเทคนิคการประเมินผล •เขียนกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงการสอนส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนอย่างไร พร้อม Reflection วิเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จและสิ่งที่จะพัฒนาต่อไป 5. ผลลัพธ์จากการประยุกต์ใช้ความรู้ การนำความรู้จากการอบรมมาปรับใช้ช่วยให้ผู้สอน •เขียนผลงานได้ตรงตามเกณฑ์ และแสดงสมรรถนะอย่างชัดเจน •เพิ่มคุณภาพการสอน ผ่านการออกแบบกิจกรรมที่มีประสิทธิภาพและการประเมินผลที่หลากหลาย •ยกระดับบทบาทวิชาชีพ จากผู้สอนทั่วไปสู่การเป็นผู้นำการสอนในคณะหรือสถาบัน •สร้างวัฒนธรรมการสะท้อนคิด และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องในหมู่คณาจารย์ สรุปการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “แนวทางการเขียนผลงานด้านการเรียนการสอนเพื่อขอรับการประเมินสมรรถนะอาจารย์ตามกรอบ Thailand PSF” ไม่เพียงให้ความรู้ด้านการเขียนเอกสาร แต่ยังเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์จากการสอนตามหน้าที่ ไปสู่การสอนอย่างมีระบบ วัดและประเมินผลได้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง การนำความรู้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ทำให้การยื่นขอประเมินสมรรถนะเป็นกระบวนการที่สะท้อนตัวตนทางวิชาชีพได้ชัดเจน และยังช่วยยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนของสถาบันอุดมศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 18/10/2569 19:20:03   เปิดอ่าน 92  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/10/2569 7:14:16   เปิดอ่าน 294  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 18/10/2569 18:12:45   เปิดอ่าน 109  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 18/10/2569 18:39:37   เปิดอ่าน 96  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง