|
|
|
|
|
|
|
องค์ความรู้
»
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
|
|
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุคใหม่” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ Gemini เป็นเครื่องมือหลักในการฝึกปฏิบัติ และสามารถประยุกต์ชุดคำสั่งกับ ChatGPT หรือเครื่องมือ AI อื่นได้ เนื้อหาครอบคลุมการใช้ AI เพื่อสร้าง Interactive Simulation, Interactive Learning Object, Case Study กิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบ เครื่องมือประเมินผล และ Rubric รวมถึงการนำสื่อการสอนเดิมมาพัฒนาเป็นประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้การใช้ NotebookLM, Canva, Claude และ Perplexity เพื่อช่วยจัดโครงสร้างเนื้อหา พัฒนาสื่อการสอน และปรับปรุงเนื้อหาวิชาการให้ทันสมัย โดยผู้สอนยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของเนื้อหา ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสื่อ กิจกรรม และการประเมินผลการเรียนรู้ ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมการสอน เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI แก่บุคลากรภายในหลักสูตรและคณะ เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
|
|
คำสำคัญ :
การใช้ AI การพัฒนาสื่อการสอน สมรรถนะด้าน AI
|
|
กลุ่มบทความ :
กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
|
|
หมวดหมู่ :
กลุ่มงานสายวิชาการ
|
|
สถิติการเข้าถึง :
เปิดอ่าน
154
ครั้ง | แสดงความคิดเห็น
0
ครั้ง
|
|
ผู้เขียน
รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์
วันที่เขียน
23/9/2569 15:58:21
แก้ไขล่าสุดเมื่อ
31/10/2569 19:43:08
|
|
|
องค์ความรู้
»
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
|
|
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุคใหม่” มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการประยุกต์ใช้ Generative AI เพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน โดยใช้ Gemini เป็นเครื่องมือหลักในการฝึกปฏิบัติ และสามารถประยุกต์ชุดคำสั่งกับ ChatGPT หรือเครื่องมือ AI อื่นได้ เนื้อหาครอบคลุมการใช้ AI เพื่อสร้าง Interactive Simulation, Interactive Learning Object, Case Study กิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบ เครื่องมือประเมินผล และ Rubric รวมถึงการนำสื่อการสอนเดิมมาพัฒนาเป็นประสบการณ์การเรียนรู้รูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้การใช้ NotebookLM, Canva, Claude และ Perplexity เพื่อช่วยจัดโครงสร้างเนื้อหา พัฒนาสื่อการสอน และปรับปรุงเนื้อหาวิชาการให้ทันสมัย โดยผู้สอนยังคงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของเนื้อหา ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาสื่อ กิจกรรม และการประเมินผลการเรียนรู้ ช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมการสอน เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ตลอดจนสามารถถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI แก่บุคลากรภายในหลักสูตรและคณะ เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
|
|
คำสำคัญ :
การใช้ AI การพัฒนาสื่อการสอน สมรรถนะด้าน AI
|
|
กลุ่มบทความ :
กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
|
|
หมวดหมู่ :
กลุ่มงานสายวิชาการ
|
|
สถิติการเข้าถึง :
เปิดอ่าน
154
ครั้ง | แสดงความคิดเห็น
0
ครั้ง
|
|
ผู้เขียน
รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์
วันที่เขียน
23/9/2569 15:58:21
แก้ไขล่าสุดเมื่อ
31/10/2569 19:43:08
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
นักบัญชีก็สร้าง AI ได้
»
Vibe Coding สำหรับงานบัญชียุคใหม่
|
|
นักบัญชีก็สร้าง AI ได้
หากพูดถึงการสร้างโปรแกรมหรือระบบงาน (Application) หลายคนอาจนึกถึงการเขียนโค้ด (Coding) ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของฝ่ายไอที (IT) เช่น โปรแกรมเมอร์ (Programmer) สำหรับคนทำงานบัญชีก็ไม่ต่างกัน ที่ผ่านมานักบัญชีเรียนรู้ที่จะใช้งานโปรแกรมบัญชี โปรแกรมประยุกต์ เช่น Excel หรือใช้งานระบบสารสนเทศที่องค์กรจัดเตรียมไว้มากกว่าการเป็นคนพัฒนาเครื่องมือหรือโปรแกรมขึ้นมาใช้เอง แต่การมาถึงของ Generative AI กำลังทำให้ภาพจำนี้เปลี่ยนไป
ในการอบรมเรื่อง AI Vibe Coding for Accounting ได้กล่าวถึงแนวคิดของการนำ AI มาช่วยพัฒนาเครื่องมือหรือกระบวนการทำงาน โดยผู้ใช้งานหรือนักบัญชีไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด เขียนโปรแกรมในระดับสูงเหมือนในอดีต นักบัญชีสามารถนำเครื่องมือประเภท Agentic AI เช่น Claude Code และ Claude Cowork ให้ทำงานตามคำสั่งหรือความต้องการของตนเองด้วยคำสั่งงานที่เป็นภาษามนุษย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นจึงให้ AI ช่วยแปลงความต้องการเหล่านั้นให้กลายเป็นเครื่องมือหรือกระบวนการทำงานใหม่ได้ทันที
เหตุใดแนวคิด Vibe Coding จึงน่าสนใจสำหรับนักบัญชี? เพราะในการประกอบธุรกิจ มีรายการค้าเกิดขึ้นในระบบตลอดเวลาก่อให้เกิดเอกสารที่เกี่ยวข้องมากมาย นักบัญชีต้องใช้เวลาในการบันทึกและตรวจสอบมาก อีกทั้งข้อมูลต่าง ๆ อาจถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแบบตารางข้อมูล (Excel) หรือมีข้อมูลจากโปรแกรมบัญชี โปรแกรมบริหารทรัพยากรองค์กร ที่ต้องนำมารวมกันเพื่อจัดทำรายงานหรือสร้างสารสนเทศเพื่อใช้ในการตัดสินใจ และงานบัญชีบางงานต้องทำและตรวจสอบซ้ำ ๆ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและต้นทุน เช่น จำนวนคน และเวลาในการตรวจสอบประมวลผลค่อนข้างมาก หากนักบัญชีสามารถอธิบายขั้นตอนเหล่านี้แก่ AI แล้วให้ AI ช่วยจัดลำดับงาน รวบรวมข้อมูล สอบทานและตรวจสอบ หรือสร้างรายงานตามรูปแบบที่ต้องการได้ ก็จะส่งผลให้ภาระงานประจำบางส่วนลดลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในงานบัญชีไม่ได้หมายความว่านักบัญชีจะมอบหมายงานทุกอย่างให้แก่ AI แล้วรอรับรายงานทางการบัญชีในขั้นตอนสุดท้ายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากงานบัญชีมีความเกี่ยวข้องกับความถูกต้อง ความครบถ้วน และความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสารสนเทศ ดังนั้นนักบัญชียังต้องเข้าใจกระบวนการทางบัญชี การตรวจสอบรายการ และตัดสินใจว่าอะไรสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลอยู่เสมอ ดังนั้น ทักษะสำคัญของนักบัญชีในอนาคตอาจไม่ใช่การเขียนโปรแกรมให้ได้เหมือนนักพัฒนาระบบ แต่นักบัญชีต้องเข้าใจขั้นตอนงานของตนเองให้ดีพอที่จะสื่อสารให้ AI เข้าใจได้ เช่น ในแต่ละกระบวนการหรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจ นักบัญชีต้องรู้ว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูลเกิดขึ้นที่ไหน ผ่านขั้นตอนอะไร ใครควรเป็นผู้ทำและใครเป็นผู้ตรวจสอบ จัดเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน และผลลัพธ์ที่ถูกต้องควรมีหน้าตาอย่างไร เป็นต้น
ดังนั้น Vibe Coding จึงอาจไม่ใช่เรื่องของการเขียนโปรแกรมแบบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่กำลังเปิดโอกาสให้คนที่รู้จักงานของตนเองดีที่สุดมีส่วนร่วมในการสร้างเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น
|
|
คำสำคัญ :
คำสำคัญ : งานบัญชี, ปัญญาประดิษฐ์, ระบบสารสนเทศทางการบัญชี, Vibe Coding และ Generative AI
|
|
กลุ่มบทความ :
กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
|
|
หมวดหมู่ :
กลุ่มงานสายวิชาการ
|
|
สถิติการเข้าถึง :
เปิดอ่าน
100
ครั้ง | แสดงความคิดเห็น
0
ครั้ง
|
|
ผู้เขียน
อรทัย ดุษฎีดำเกิง
วันที่เขียน
2/9/2569 14:24:18
แก้ไขล่าสุดเมื่อ
1/11/2569 1:18:35
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติในการเขียนผลงานทางวิชาการ
»
NotebookLM: เครื่องมือ AI สำหรับการจัดการองค์ความรู้และการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
|
|
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายแนวทางการใช้งาน NotebookLM ซึ่งเป็นเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของ Google ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยอ่าน วิเคราะห์ สรุป และจัดการองค์ความรู้จากข้อมูลของผู้ใช้ เช่น เอกสาร PDF, Google Docs, เว็บไซต์, YouTube และข้อความที่นำเข้า โดยจุดเด่นของ NotebookLM คือการตอบคำถามและสร้างผลลัพธ์โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ผู้ใช้กำหนด ทำให้ผลลัพธ์มีความถูกต้องและสอดคล้องกับบริบทของข้อมูลมากกว่าการใช้ AI ทั่วไป บทความได้นำเสนอขั้นตอนการเริ่มต้นใช้งาน ตั้งแต่การสร้าง Notebook การนำเข้าข้อมูล การประมวลผล และการเลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ภายในระบบ พร้อมอธิบายการประยุกต์ใช้ฟีเจอร์สำคัญ ได้แก่ Audio Overview, Slide Deck, Video Overview, Mind Map, Reports, Flashcards, Quiz, Infographic และ Data Table รวมถึงยกตัวอย่างการใช้งานในบริบทของการศึกษา ธุรกิจ งานสำนักงาน งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และการผลิตสื่อดิจิทัล นอกจากนี้ยังนำเสนอแนวทางการเขียน Prompt ที่มีประสิทธิภาพและเทคนิคการใช้งานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของผู้ใช้ ผลการศึกษาพบว่า NotebookLM เป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสรุปข้อมูล การจัดระเบียบองค์ความรู้ และการสร้างสื่อในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาในการอ่านเอกสาร การจัดทำรายงาน และการเตรียมสื่อการเรียนการสอนหรือการนำเสนอ อีกทั้งยังสนับสนุนการเรียนรู้ การทำงาน และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงนับเป็นเครื่องมือ AI ที่มีศักยภาพในการประยุกต์ใช้ทั้งในภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และองค์กรยุคดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการความรู้และการสื่อสารข้อมูลอย่างเป็นระบบ
|
|
คำสำคัญ :
NotebookLM, ปัญญาประดิษฐ์, การจัดการความรู้, การสรุปเอกสาร, การเรียนรู้ดิจิทัล, Google AI
|
|
กลุ่มบทความ :
กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
|
|
หมวดหมู่ :
กลุ่มงานสายวิชาการ
|
|
สถิติการเข้าถึง :
เปิดอ่าน
148
ครั้ง | แสดงความคิดเห็น
0
ครั้ง
|
|
ผู้เขียน
กัญญ์พัสวี กล่อมธงเจริญ
วันที่เขียน
15/7/2569 15:48:04
แก้ไขล่าสุดเมื่อ
30/10/2569 9:20:29
|
|
|
|
|
|
|
การจัดการความรู้ด้านการศึกษา
»
การอบรม AI สำหรับการใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในงานบริการการศึกษา
|
|
การเข้าร่วมอบรม **โครงการพลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generative AI** ระหว่างวันที่ 18–19 ธันวาคม 2568 ณ สำนักบริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) สำหรับการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการข้อมูล และการสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการทำงานในยุคดิจิทัล
เนื้อหาการอบรมครอบคลุมการใช้งานเครื่องมือ AI ที่สำคัญ ได้แก่ Gemini, NotebookLM, Google Opal และ Perplexity รวมถึงหลักการเขียน Prompt (Prompt Engineering) เพื่อให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI ในการจัดทำรายงาน การเขียนโครงการและ TOR การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ภาพ เสียง และวิดีโอ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรม ความปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวทางธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance)
จากการอบรม ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเลือกใช้เครื่องมือ Generative AI ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้น วิเคราะห์ และสรุปข้อมูล ลดระยะเวลาในการจัดทำเอกสารและสื่อประชาสัมพันธ์ รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านวิชาการและงานบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักจริยธรรม ความปลอดภัย และการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานและการยกระดับการดำเนินงานของหน่วยงานในอนาคต
|
|
คำสำคัญ :
Generative AI
|
|
กลุ่มบทความ :
กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
|
|
หมวดหมู่ :
กลุ่มงานบริการการศึกษา
|
|
สถิติการเข้าถึง :
เปิดอ่าน
223
ครั้ง | แสดงความคิดเห็น
0
ครั้ง
|
|
ผู้เขียน
ขวัญชัย สุขถา
วันที่เขียน
26/6/2569 15:40:19
แก้ไขล่าสุดเมื่อ
1/11/2569 2:05:40
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|