|
รหัสอ้างอิง :
2774
|
|
|
ชื่อสมาชิก :
ปริญญา สุนันต๊ะ
|
|
เพศ :
หญิง
|
|
อีเมล์ :
parinya.s@mju.ac.th
|
|
ประเภทสมาชิก :
บุคลากรภายใน [สังกัด]
|
|
ลงทะเบียนเมื่อ :
10/10/2565 14:11:16
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ :
10/10/2565 14:11:16
|
|
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมดของ Blog : พลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generativd AI
การฝึกอบรม เรื่อง พลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generativd AI
ระหว่างวันที่ 18 – 19 ธันวาคม 2568 ณ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หลักสูตร Smart Work with Generative AI Part1 วิทยากรโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมเกียรติ น่วมนา
1. แนะนำเครื่องมือ Generativd AI ในปัจจุบัน มีเครื่องมือที่หลากหลายตามความเหมาะสมของการทำงาน เช่น Gemini /NotebookLM /Opal.google /ChatGPT /Claude /DeepSeek /Copilot /Suno /HayGan /QuillBot เป็นต้น
2. การเข้าใช้งาน Gemini การเข้าใช้งาน เริ่มจากการ Sign-in เข้า Gmail และเลือกเมนู Gemini จาก Google Apps
ความสามารถหลัก
•การสร้างข้อความ เขียนอีเมล บทความ, ร่างจดหมาย
•การสรุปเนื้อหา สรุปจากข้อความโดยตรง หรือสรุปจากไฟล์ PDF/Word ในเวอร์ชัน Advanced
•การแปลและตรวจสอบภาษา แปลข้อความเป็นภาษาอังกฤษและตรวจสอบไวยากรณ์
•การวิเคราะห์และสร้างรูปภาพ สามารถระบุวัตถุในภาพ (Image Recognition) เช่น สายพันธุ์สุนัข หรือวิเคราะห์องค์ประกอบในภาพสวนสัตว์
•งานเทคนิค ช่วยเขียนโค้ดโปรแกรม ค้นหาคำตอบ และเชื่อมโยงกับ Google Workspace
•การสร้าง Custom Gemini (Gem) ผู้ใช้สามารถสร้าง Agent ส่วนตัวให้เหมาะกับงานเฉพาะด้าน เช่น "Guru ท่องเที่ยวเชียงใหม่" หรือใช้ตัวเลือกที่ Google เตรียมไว้ให้ (Premade) เช่น Brainstormer, Career guide, Coding partner, และ Learning coach
•การอัปเกรด (Gemini Advanced) มีการเปรียบเทียบฟีเจอร์ระหว่างรุ่นทั่วไปและรุ่นอัปเกรด เช่น ขนาดบริบทที่เพิ่มจาก 32,000 เป็น 1,000,000 โทเค็น, การเข้าถึงโมเดล 1.5 Pro, และการใช้งานฟีเจอร์พิเศษอย่าง Deep Research หรือการสร้างวิดีโอด้วย Veo 3
3. การใช้ AI ในเชิงสร้างสรรค์ (AI-Powered Creativity)
•การแก้ไขภาพ เช่น การสั่งให้ลบพื้นหลัง (Background) แล้วเปลี่ยนเป็นภาพชายทะเล
•การสร้างอินโฟกราฟิก ตัวอย่างการเขียน Prompt เพื่อสร้างภาพอธิบายองค์ประกอบของกล้องจุลทรรศน์อย่างละเอียดและทันสมัย
•การสร้าง Storybook การสร้างหนังสือนิทานที่มีทั้งข้อความและภาพประกอบ
5. เครื่องมืออื่นๆ
•NotebookLM ใช้สำหรับการสร้าง Mindmap, Infographic, สรุปบทเรียน, สร้าง Flash Card และ Quiz รวมถึงการเปลี่ยนไฟล์ข้อมูลเป็นงานนำเสนอ (Presentation) หรือวิดีโอพร้อมคำบรรยาย
Opal.google หนึ่งในหัวข้อ Agenda สำหรับการอบรม
1. หลักการทำงานของ Opal
การทำงานของ Opal จะแบ่งออกเป็นขั้นตอนอัจฉริยะดังนี้
•Natural Language to Workflow เมื่อพิมพ์บอกว่า "อยากได้แอปสรุปวิดีโอ YouTube และแปลเป็นภาษาไทย" AI จะไม่ได้แค่เขียนโค้ด แต่จะสร้าง Workflow (กระบวนการทำงาน) ออกมาเป็นแผนผัง ให้เห็นว่าข้อมูลไหลไปทางไหน
•Modular Steps (Nodes) : Opal จะสร้างกล่องกิจกรรม (Steps) ต่างๆ มาเชื่อมกัน เช่น
Input Node : ช่องให้ผู้ใช้ใส่ URL หรืออัปโหลดไฟล์
Generate Node : ใช้โมเดล Gemini ในการประมวลผล (คิด, สรุป, แปล)
Output Node : หน้าตาแสดงผลลัพธ์ (UI) ที่ AI ออกแบบมาให้โดยอัตโนมัติ
•Agentic Workflows (อัปเดตล่าสุดปี 2026) ปัจจุบัน Opal สามารถใช้ "AI Agent" ที่คิดเองได้ว่าต้องใช้เครื่องมืออะไร เช่น ถ้าเราสั่งให้หาข้อมูลร้านอาหาร มันจะเลือกใช้ Google Search หรือ Google Maps เองโดยที่เราไม่ต้องตั้งค่าทีละขั้น
2. ฟีเจอร์เด่นที่น่าสนใจของ Opal.google
•AI-Native Design : สามารถสั่งปรับหน้าตาแอป (UI) ได้ด้วยคำพูด เช่น "ขอพื้นหลังสีฟ้า ตัวหนังสือสีขาว สไตล์มินิมอล"
•Multi-Modal Input : รองรับทั้งข้อความ, รูปภาพ, วิดีโอ และการวาดเขียน (Drawing Pad)
•Instant Sharing : เมื่อสร้างเสร็จแล้ว จะได้ลิงก์ (URL) ที่สามารถส่งให้คนอื่นเปิดใช้งานผ่าน Browser ได้ทันที ไม่ต้องทำ Server เอง
•Remix : คุณสามารถนำแอปที่คนอื่นสร้างไว้ใน Gallery มา "Remix" หรือดัดแปลงต่อให้เป็นสไตล์ของเราเองได้
หลักสูตร Smart Work with Generative AI Part2 วิทยากรโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพิพัฒน์ ธัญพงษ์ภัทร
1. Generative AI สำหรับการทำงานประจำวัน และพื้นฐานการสร้าง Prompt
•องค์กรมีการนำ GenAI มาใช้อย่างรวดเร็ว โดยในปี 2024 มีองค์กรถึง 71% ที่ใช้ GenAI ในการทำงานอย่างน้อยหนึ่งส่วน และ 74% ขององค์กรได้รับผลตอบแทนเชิงบวกจากการลงทุนนี้
•ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) ได้ไม่สิ้นสุด, ช่วยในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ได้ง่าย (Effortless Imagination) และเชื่อมต่อกระบวนการทำงานอัตโนมัติ (Seamless Integration)
•ข้อจำกัดและความเสี่ยง ต้องระวังเรื่องข้อมูลลวงที่ AI สร้างขึ้นเอง (Hallucinations), อคติจากข้อมูล (Bias) รวมถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
1.1 องค์ประกอบของ Prompt ที่ดี
การเขียนชุดคำสั่ง (Prompt) ที่ดีเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพ AI โดยมีองค์ประกอบหลัก 5 ส่วน
•Persona (บทบาท) กำหนดให้ AI เป็นใคร เช่น "ในฐานะนักวิเคราะห์นโยบาย"
•Context (บริบท) ให้ข้อมูลพื้นหลัง เช่น "เราเป็นมหาวิทยาลัยที่กำลังเจอวิกฤตนักเรียนลดลง"
•Instruction (คำสั่ง) ระบุสิ่งที่ต้องการให้ทำชัดเจน เช่น "สรุปเนื้อหาเป็น 3 ประเด็นหลัก"
•Format (รูปแบบ) ระบุหน้าตาของผลลัพธ์ เช่น ตาราง, ย่อหน้า หรือโค้ด
• Example (ตัวอย่าง) การให้ตัวอย่าง (Few-shot) เพื่อเป็นแนวทางให้ AI ทำงานได้แม่นยำขึ้น
1.2 การเขียน Prompt ให้มีประสิทธิภาพ
Step 1: กำหนดบทบาท (Identity Role) ก่อนเริ่มใช้งาน AI ควรพิจารณาให้ชัดเจนว่าต้องกำรให้ AI ประมวลผลหรือดำเนินงานอย่างไร จากนั้นจึงกำหนดบทบาทตามหน้าที่ที่เหมาะสมกับคำสั่งดังกล่าว โดยใช้ถ้อยคำที่กระชับและชัดเจน เช่น “ในฐานะ …” หรือ “As a …” ตัวอย่างเช่น “ในฐานะเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สังกัดคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้”
Step 2: กำหนดเป้าหมายหรือคำสั่ง (Identify Objectives or Instructions) กำหนดเป้าหมายหรือคำสั่งที่ชัดเจน เพื่อให้ AI เข้าใจสิ่งที่ต้องการประมวลผลหรือสร้างขึ้น เช่น “เขียนรายงาน เกี่ยวกับ.... ” หรือ “write
URL สำหรับอ้างอิงถึงหน้านี้