เมื่อ “AI” เข้ามาในโลกวิจัยแบบผสม…อาจารย์อย่างเราควรปรับตัวอย่างไร?
วันที่เขียน 25/5/2569 20:46:42     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/9/2569 14:28:59
เปิดอ่าน: 130 ครั้ง

บทความนี้ถ่ายทอดความรู้และมุมมองที่ได้รับจากการเข้าร่วมเพิ่มพูนความรู้เรื่อง “ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงาน” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้การวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยในยุคดิจิทัล โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วยแนวคิดการผสานการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การออกแบบงานวิจัยแบบ Sequential, Convergent และ Hybrid ตลอดจนการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสนับสนุนการทำวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยยุคใหม่ไม่จำเป็นต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างตัวเลขกับเรื่องเล่า แต่สามารถใช้ทั้งสองร่วมกันเพื่อให้เข้าใจ “ความจริง” ของปรากฏการณ์ได้ลึกขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแทนนักวิจัย แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดมุมมองใหม่ในการทำวิจัยสำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย

ช่วงวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ผู้เขียนมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังกับทางสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เรื่อง “ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงาน” ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในวงการวิชาการและการวิจัยในปัจจุบัน

ก่อนเข้าร่วมอบรม ยอมรับตามตรงว่า เมื่อได้ยินคำว่า “AI” หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” ก็แอบรู้สึกกังวลเล็กๆ เหมือนกันว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่บทบาทของอาจารย์หรือนักวิจัยหรือไม่ โดยเฉพาะในยุคที่หลายคนเริ่มใช้ AI ช่วยเขียน ช่วยสรุป หรือแม้กระทั่งช่วยวิเคราะห์ข้อมูล

แต่หลังจากได้ฟังการอบรมครั้งนี้ กลับทำให้มุมมองเปลี่ยนไปอย่างมาก เพราะแท้จริงแล้ว AI ไม่ได้เข้ามาเพื่อ “แทนที่” นักวิจัย แต่เข้ามาในฐานะ “ผู้ช่วย” ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และช่วยให้นักวิจัยสามารถทำงานได้ลึกและกว้างมากขึ้น

สิ่งที่ผู้เขียนรู้สึกว่าน่าสนใจมาก คือแนวคิดเรื่อง “การวิจัยแบบผสม” หรือ Mixed Methods Research ซึ่งเป็นการนำการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพมาผสานเข้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจปรากฏการณ์ได้ครบทั้ง “ตัวเลข” และ “ความหมาย”

ที่ผ่านมา เราอาจคุ้นเคยกับงานวิจัยเชิงปริมาณที่เน้นตัวเลข สถิติ ค่าเฉลี่ย หรือสมการต่างๆ ซึ่งสามารถอธิบายได้ว่า “อะไรเกิดขึ้น” แต่บางครั้ง ตัวเลขเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถตอบได้ว่า “ทำไมมันถึงเกิดขึ้น”

ในทางกลับกัน การวิจัยเชิงคุณภาพจะช่วยให้เราเข้าใจความคิด ความรู้สึก ประสบการณ์ หรือบริบทของผู้คนได้ลึกขึ้น ผ่านการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม หรือการลงพื้นที่จริง

วิทยากรในการอบรมได้อธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า งานวิจัยที่ดีในยุคปัจจุบัน ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้ “เชิงปริมาณ” หรือ “เชิงคุณภาพ” เพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ทั้งสองแบบร่วมกัน เพื่อให้ได้คำตอบที่สมบูรณ์มากขึ้น

ผู้เขียนมองว่า แนวคิดนี้สอดคล้องกับการทำวิจัยในบริบทของมหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นอย่างมาก เพราะหลายงานวิจัยของเราเกี่ยวข้องกับ “คน ชุมชน เกษตรกร ผู้ประกอบการ และสังคม” ซึ่งล้วนมีบริบทเฉพาะตัว

ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยด้านเกษตรอินทรีย์ อาหารสุขภาวะ หรือธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ บางครั้งผลวิเคราะห์ทางสถิติอาจบอกว่า “ปัจจัยด้านรายได้” หรือ “เทคโนโลยี” มีผลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค แต่หากเราได้ลงพื้นที่พูดคุยกับผู้คนจริงๆ เราอาจพบว่า ยังมีปัจจัยด้านวัฒนธรรม ความเชื่อ หรือวิถีชีวิตที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวเลขเหล่านั้น

อีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมาก คือการพูดถึงบทบาทของ AI ในงานวิจัย

ปัจจุบัน AI สามารถช่วยนักวิจัยได้หลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสรุปบทความวิชาการ การช่วยเรียบเรียงภาษา การช่วยวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น หรือแม้แต่การช่วยจัดหมวดหมู่ข้อมูลสัมภาษณ์เชิงคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม วิทยากรได้ย้ำชัดเจนว่า แม้ AI จะเก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่สิ่งที่ AI ยังไม่สามารถแทนมนุษย์ได้ คือ “ความเข้าใจมนุษย์” และ “การตีความเชิงบริบท”

เพราะสุดท้ายแล้ว งานวิจัยไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่สร้างข้อมูลหรือสร้างตัวเลข แต่ต้องสามารถอธิบาย “ชีวิตจริง” ของผู้คนได้ด้วย

สำหรับผู้เขียน การอบรมครั้งนี้จึงไม่ได้ให้เพียงความรู้เรื่องระเบียบวิธีวิจัยเท่านั้น แต่ยังทำให้เห็นทิศทางของโลกวิชาการในอนาคต ว่างานวิจัยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ต้องอาศัยทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ไปพร้อมกัน

ศาสตร์ คือ การใช้ข้อมูล สถิติ และเทคโนโลยี
ศิลป์ คือ ความเข้าใจมนุษย์ ความเข้าใจสังคม และการตีความอย่างลึกซึ้ง

ท้ายที่สุดนี้ ผู้เขียนเชื่อว่า AI จะไม่ทำให้อาจารย์หรือนักวิจัยหมดความสำคัญ แต่จะทำให้เราต้อง “เรียนรู้และปรับตัว” มากขึ้น เพื่อใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับการสร้างองค์ความรู้ใหม่ให้กับสังคม

และบางที…การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ อาจไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดก็ได้

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/9/2569 14:19:28   เปิดอ่าน 13  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 5:59:16   เปิดอ่าน 35  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 1:57:20   เปิดอ่าน 41  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง