|
รหัสอ้างอิง :
265
|
|
|
ชื่อสมาชิก :
อรทัย ดุษฎีดำเกิง
|
|
เพศ :
หญิง
|
|
อีเมล์ :
orathai_d@mju.ac.th
|
|
ประเภทสมาชิก :
บุคลากรภายใน [สังกัด]
|
|
ลงทะเบียนเมื่อ :
8/3/2554 11:27:21
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ :
8/3/2554 11:27:21
|
|
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมดของ Blog : นักบัญชีก็สร้าง AI ได้
บทความนี้เรียบเรียงจากองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมเรื่อง AI Vibe Coding for Accounting และนำมาประยุกต์กับการเรียนการสอนด้านระบบสารสนเทศทางการบัญชี
|
นักบัญชีก็สร้าง AI ได้
»
Vibe Coding สำหรับงานบัญชียุคใหม่
|
|
นักบัญชีก็สร้าง AI ได้
หากพูดถึงการสร้างโปรแกรมหรือระบบงาน (Application) หลายคนอาจนึกถึงการเขียนโค้ด (Coding) ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของฝ่ายไอที (IT) เช่น โปรแกรมเมอร์ (Programmer) สำหรับคนทำงานบัญชีก็ไม่ต่างกัน ที่ผ่านมานักบัญชีเรียนรู้ที่จะใช้งานโปรแกรมบัญชี โปรแกรมประยุกต์ เช่น Excel หรือใช้งานระบบสารสนเทศที่องค์กรจัดเตรียมไว้มากกว่าการเป็นคนพัฒนาเครื่องมือหรือโปรแกรมขึ้นมาใช้เอง แต่การมาถึงของ Generative AI กำลังทำให้ภาพจำนี้เปลี่ยนไป
ในการอบรมเรื่อง AI Vibe Coding for Accounting ได้กล่าวถึงแนวคิดของการนำ AI มาช่วยพัฒนาเครื่องมือหรือกระบวนการทำงาน โดยผู้ใช้งานหรือนักบัญชีไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด เขียนโปรแกรมในระดับสูงเหมือนในอดีต นักบัญชีสามารถนำเครื่องมือประเภท Agentic AI เช่น Claude Code และ Claude Cowork ให้ทำงานตามคำสั่งหรือความต้องการของตนเองด้วยคำสั่งงานที่เป็นภาษามนุษย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จากนั้นจึงให้ AI ช่วยแปลงความต้องการเหล่านั้นให้กลายเป็นเครื่องมือหรือกระบวนการทำงานใหม่ได้ทันที
เหตุใดแนวคิด Vibe Coding จึงน่าสนใจสำหรับนักบัญชี? เพราะในการประกอบธุรกิจ มีรายการค้าเกิดขึ้นในระบบตลอดเวลาก่อให้เกิดเอกสารที่เกี่ยวข้องมากมาย นักบัญชีต้องใช้เวลาในการบันทึกและตรวจสอบมาก อีกทั้งข้อมูลต่าง ๆ อาจถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแบบตารางข้อมูล (Excel) หรือมีข้อมูลจากโปรแกรมบัญชี โปรแกรมบริหารทรัพยากรองค์กร ที่ต้องนำมารวมกันเพื่อจัดทำรายงานหรือสร้างสารสนเทศเพื่อใช้ในการตัดสินใจ และงานบัญชีบางงานต้องทำและตรวจสอบซ้ำ ๆ ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและต้นทุน เช่น จำนวนคน และเวลาในการตรวจสอบประมวลผลค่อนข้างมาก หากนักบัญชีสามารถอธิบายขั้นตอนเหล่านี้แก่ AI แล้วให้ AI ช่วยจัดลำดับงาน รวบรวมข้อมูล สอบทานและตรวจสอบ หรือสร้างรายงานตามรูปแบบที่ต้องการได้ ก็จะส่งผลให้ภาระงานประจำบางส่วนลดลงและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้ดียิ่งขึ้นได้
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในงานบัญชีไม่ได้หมายความว่านักบัญชีจะมอบหมายงานทุกอย่างให้แก่ AI แล้วรอรับรายงานทางการบัญชีในขั้นตอนสุดท้ายเพียงอย่างเดียว เนื่องจากงานบัญชีมีความเกี่ยวข้องกับความถูกต้อง ความครบถ้วน และความน่าเชื่อถือของข้อมูลและสารสนเทศ ดังนั้นนักบัญชียังต้องเข้าใจกระบวนการทางบัญชี การตรวจสอบรายการ และตัดสินใจว่าอะไรสมเหตุสมผลหรือไม่สมเหตุสมผลอยู่เสมอ ดังนั้น ทักษะสำคัญของนักบัญชีในอนาคตอาจไม่ใช่การเขียนโปรแกรมให้ได้เหมือนนักพัฒนาระบบ แต่นักบัญชีต้องเข้าใจขั้นตอนงานของตนเองให้ดีพอที่จะสื่อสารให้ AI เข้าใจได้ เช่น ในแต่ละกระบวนการหรือกิจกรรมที่เกิดขึ้นในกระบวนการทางธุรกิจ นักบัญชีต้องรู้ว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของข้อมูลเกิดขึ้นที่ไหน ผ่านขั้นตอนอะไร ใครควรเป็นผู้ทำและใครเป็นผู้ตรวจสอบ จัดเก็บข้อมูลไว้ที่ไหน และผลลัพธ์ที่ถูกต้องควรมีหน้าตาอย่างไร เป็นต้น
ดังนั้น Vibe Coding จึงอาจไม่ใช่เรื่องของการเขียนโปรแกรมแบบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่กำลังเปิดโอกาสให้คนที่รู้จักงานของตนเองดีที่สุดมีส่วนร่วมในการสร้างเครื่องมือที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้ดีขึ้น
|
|
คำสำคัญ :
คำสำคัญ : งานบัญชี, ปัญญาประดิษฐ์, ระบบสารสนเทศทางการบัญชี, Vibe Coding และ Generative AI
|
|
กลุ่มบทความ :
กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
|
|
หมวดหมู่ :
กลุ่มงานสายวิชาการ
|
|
สถิติการเข้าถึง :
เปิดอ่าน
2
ครั้ง | แสดงความคิดเห็น
0
ครั้ง
|
|
ผู้เขียน
อรทัย ดุษฎีดำเกิง
วันที่เขียน
2/9/2569 14:24:18
แก้ไขล่าสุดเมื่อ
2/9/2569 15:33:09
|
|
|
|
URL สำหรับอ้างอิงถึงหน้านี้