AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2/10/2569 15:55:02
เปิดอ่าน: 2 ครั้ง

การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางการใช้ Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วยในการออกแบบรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา” ระดับบัณฑิตศึกษา ควรใช้ Copilot ให้ “เขียนรายวิชา” แต่ให้ทำงานเป็น Course Design Assistant โดยกำหนดกรอบ OBE/CLO ให้ชัดเจนก่อน แล้วให้ Copilot ช่วยสร้าง–ตรวจสอบ–ปรับความสอดคล้องของรายวิชา

การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ

โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ

 

การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางการใช้ Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วยในการออกแบบรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา” ระดับบัณฑิตศึกษา ควรใช้ Copilot ให้ “เขียนรายวิชา” แต่ให้ทำงานเป็น Course Design Assistant โดยกำหนดกรอบ OBE/CLO ให้ชัดเจนก่อน แล้วให้ Copilot ช่วยสร้าง–ตรวจสอบ–ปรับความสอดคล้องของรายวิชา

การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางการใช้ Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วยในการออกแบบรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา” ระดับบัณฑิตศึกษา ควรใช้ Copilot ให้ “เขียนรายวิชา” แต่ให้ทำงานเป็น Course Design Assistant โดยกำหนดกรอบ OBE/CLO ให้ชัดเจนก่อน แล้วให้ Copilot ช่วยสร้าง–ตรวจสอบ–ปรับความสอดคล้องของรายวิชา

 

 

 

      

 

 

          

 

แนวทางการใช้ Microsoft Copilot เป็นผู้ช่วยในการออกแบบรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา” ระดับบัณฑิตศึกษา ควรใช้ Copilot ให้ “เขียนรายวิชา” แต่ให้ทำงานเป็น Course Design Assistant โดยกำหนดกรอบ OBE/CLO ให้ชัดเจนก่อน แล้วให้ Copilot ช่วยสร้าง–ตรวจสอบ–ปรับความสอดคล้องของรายวิชา

  1. กำหนดข้อมูลตั้งต้นให้ Copilot

ก่อนสั่ง Copilot ควรให้ข้อมูล 6 ส่วน

ข้อมูล

สิ่งที่ควรกำหนด

ระดับ

บัณฑิตศึกษา

ชื่อรายวิชา

เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา

จำนวนหน่วยกิต

เช่น 3(2-3-5) หรือ 3(3-0-6)

PLO ของหลักสูตร

K/S/C/E ที่รายวิชาต้องสนับสนุน

กลุ่มผู้เรียน

นักศึกษาปริญญาโท/เอก เคมีประยุกต์

แนวคิดการเรียนรู้

OBE, Active Learning, Research-based Learning

 

  1. Prompt หลักสำหรับใช้กับ Copilot

สามารถคัดลอก Prompt นี้ไปใช้ได้เลย

คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา

และ Outcome-Based Education (OBE) ในสาขาเคมีประยุกต์

โดยมีความเชี่ยวชาญด้าน Natural Products Chemistry และ Drug Discovery

 

 

ช่วยออกแบบรายวิชา "เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา"

สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา สาขาเคมีประยุกต์

เป้าหมายของรายวิชาคือให้นักศึกษาสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้

ด้านเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ กับการค้นหา การพิสูจน์โครงสร้าง

การประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพ และกระบวนการพัฒนาสารธรรมชาติ

ไปสู่สารต้นแบบยา

กรุณาออกแบบโดยใช้หลัก Outcome-Based Education (OBE)

และเน้นระดับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบัณฑิตศึกษา

ให้จัดทำหัวข้อต่อไปนี้

  1. ชื่อรายวิชา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  2. คำอธิบายรายวิชา ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  3. วัตถุประสงค์รายวิชา 4-6 ข้อ
  4. CLO จำนวน 5-6 ข้อ
  5. Mapping ระหว่าง CLO กับ PLO
  6. หัวข้อการสอน 15 สัปดาห์
  7. Learning activities ของแต่ละหัวข้อ
  8. วิธีการประเมินผลที่สอดคล้องกับ CLO
  9. เกณฑ์การประเมิน CLO
  10. ตัวอย่างงานหรือ project สำหรับนักศึกษา
  11. แนะนำ Research-based Learning และ Problem-based Learning
  12. เสนอความแตกต่างระหว่างรายวิชาระดับปริญญาตรีกับบัณฑิตศึกษา
  13. ตรวจสอบว่า CLO ทุกข้อสามารถวัดและประเมินผลได้จริง
  14. ตรวจสอบ constructive alignment ระหว่าง CLO,

    teaching activities และ assessment

 

โปรดใช้คำกริยาที่สามารถวัดผลได้ เช่น

analyze, evaluate, design, synthesize, interpret, critique,

integrate, propose และ formulate

หลีกเลี่ยงคำกริยาที่วัดผลได้ยาก เช่น

understand, know, learn และ appreciate

 

  1. กำหนด “แกนความรู้” ให้ Copilot

ผมแนะนำให้กำหนดเนื้อหาออกเป็น 7 learning domains

Domain 1: Natural Products & Drug Discovery

  • บทบาทของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติในการค้นคว้ายา
  • Natural product-based drug discovery
  • Natural product → hit → lead → candidate

Domain 2: Chemical Diversity

  • Alkaloids
  • Terpenoids
  • Phenolics
  • Flavonoids
  • Polyketides
  • Glycosides
  • Steroids

Domain 3: Extraction & Isolation

  • Solvent extraction
  • UAE
  • MAE
  • Supercritical fluid extraction
  • Chromatographic separation
  • Bioassay-guided fractionation

Domain 4: Structure Elucidation

  • UV-Vis
  • FTIR
  • MS/HRMS
  • 1D NMR
  • 2D NMR
  • LC-MS/MS
  • Dereplication

Domain 5: Biological Activity

  • Antioxidant
  • Anti-inflammatory
  • Antimicrobial
  • Cytotoxicity
  • Enzyme inhibition
  • Molecular targets

Domain 6: Natural Product Drug Development

  • Structure–activity relationship
  • Lead optimization
  • Bioavailability
  • ADME
  • Toxicity
  • Standardization
  • Quality control

Domain 7: Research & Innovation

  • วิเคราะห์บทความวิจัย
  • Research gap
  • Experimental design
  • Data interpretation
  • Intellectual property
  • Translational research

 

  1. ตัวอย่าง “คำอธิบายรายวิชา”

สำหรับระดับบัณฑิตศึกษา ผมแนะนำให้ใช้คำอธิบายที่เน้น chemistry + drug discovery + research

เคมีของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีศักยภาพทางยา แหล่งที่มาและความหลากหลายทางเคมีของสารธรรมชาติ กระบวนการสกัด แยก และทำให้บริสุทธิ์ การคัดกรองและประเมินฤทธิ์ทางชีวภาพ การพิสูจน์เอกลักษณ์และโครงสร้างทางเคมีด้วยเทคนิคสเปกโทรสโกปีและแมสสเปกโทรเมทรี การวิเคราะห์ข้อมูลและการทำ dereplication ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างทางเคมีกับฤทธิ์ทางชีวภาพ แนวทางการค้นหาและพัฒนาสารต้นแบบยา การประเมินเภสัชจลนศาสตร์ ความเป็นพิษ และคุณภาพของสารธรรมชาติ ตลอดจนการวิเคราะห์และวิพากษ์งานวิจัยเพื่อออกแบบแนวทางการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสู่การประยุกต์ใช้ทางเภสัชกรรม

 

  1. วัตถุประสงค์รายวิชา

แนะนำ 5 ข้อ

  1. เพื่อให้นักศึกษาสามารถ อธิบายและวิเคราะห์ หลักการทางเคมีของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติที่มีศักยภาพทางยา
  2. เพื่อให้นักศึกษาสามารถ วิเคราะห์และเลือกวิธีการสกัด แยก และพิสูจน์โครงสร้าง ของสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติได้อย่างเหมาะสม
  3. เพื่อให้นักศึกษาสามารถ ตีความข้อมูลทางเคมีและข้อมูลฤทธิ์ทางชีวภาพ เพื่อระบุสารสำคัญและประเมินศักยภาพของสารต้นแบบยา
  4. เพื่อให้นักศึกษาสามารถ ประเมินและวิพากษ์งานวิจัย ด้าน natural product drug discovery โดยใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์
  5. เพื่อให้นักศึกษาสามารถ ออกแบบแนวทางการวิจัย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ธรรมชาติไปสู่สารต้นแบบยาอย่างเป็นระบบและมีจริยธรรมทางวิชาการ

 

  1. การสร้าง CLO

สำหรับระดับบัณฑิตศึกษา ผมเสนอ 6 CLO

CLO

ผลลัพธ์การเรียนรู้

CLO1

วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างทางเคมี ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ และศักยภาพในการค้นคว้ายา

CLO2

เลือกและประเมินวิธีการสกัด แยก ทำให้บริสุทธิ์ และวิเคราะห์สารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติให้เหมาะสมกับโจทย์วิจัย

CLO3

วิเคราะห์และตีความข้อมูล UV-Vis, FTIR, MS/HRMS และ NMR เพื่อระบุหรือยืนยันโครงสร้างสารธรรมชาติ

CLO4

ประเมินหลักฐานจากการทดสอบฤทธิ์ทางชีวภาพและความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างกับฤทธิ์ของสารเพื่อประเมินศักยภาพของสารต้นแบบยา

CLO5

วิพากษ์และสังเคราะห์องค์ความรู้จากบทความวิจัยเพื่อระบุ research gap และเสนอแนวทางการวิจัยด้าน natural product drug discovery

CLO6

ออกแบบแนวทางการวิจัยเพื่อพัฒนาสารผลิตภัณฑ์ธรรมชาติสู่สารต้นแบบยา โดยคำนึงถึงประสิทธิผล ความปลอดภัย คุณภาพ จริยธรรม และความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้

 

  1. หัวข้อสอน 15 สัปดาห์

สัปดาห์

หัวข้อ

1

Natural Products as Sources for Drug Discovery

2

Chemical Diversity of Natural Products

3

Biosynthesis and Chemotaxonomy

4

Extraction and Green Extraction Technologies

5

Separation and Purification Techniques

6

Bioassay-guided Fractionation

7

Chromatographic and Spectroscopic Analysis

8

Midterm: Structure Elucidation Case Study

9

Mass Spectrometry and Dereplication

10

NMR-based Structure Elucidation

11

Natural Products and Molecular Targets

12

Structure–Activity Relationship

13

ADME, Toxicity and Drug-likeness

14

Standardization, Quality Control and Translational Research

15

Student Research Proposal / Natural Product Drug Discovery Project

 

  1. จุดที่ควรให้ Copilot ช่วย “คิดต่อ”

หลังจากให้ Copilot สร้าง Course Design แล้ว ไม่ควรหยุดที่ผลลัพธ์แรก ให้ใช้ Prompt ต่อเนื่อง

 

 

Prompt 2: ตรวจ CLO

ตรวจสอบ CLO ทั้งหมดของรายวิชา

  1. CLO ใดซ้ำกัน
  2. CLO ใดไม่สามารถวัดผลได้
  3. CLO ใดมี cognitive level ต่ำเกินไปสำหรับระดับบัณฑิตศึกษา
  4. CLO ใดควรใช้ Analyze, Evaluate, Create หรือ Integrate
  5. ปรับ CLO ให้มีเพียงหนึ่ง action verb หลักต่อหนึ่ง CLO
  6. ตรวจสอบว่า CLO ครอบคลุม knowledge, skill และ higher-order thinking
  7. เสนอ CLO ฉบับปรับปรุงพร้อมเหตุผล

 

  1. Prompt สำหรับทำ CLO–Assessment Alignment

จาก CLO ทั้ง 6 ข้อของรายวิชา

ช่วยออกแบบ assessment strategy โดยจัดทำตาราง

CLO | Assessment method | Weight (%) |

Evidence of learning | Rubric criteria

โดยต้องมีทั้ง formative และ summative assessment

ให้ assessment สามารถวัด CLO ได้โดยตรง

และหลีกเลี่ยงการประเมินที่เป็นเพียงการท่องจำ

ตัวอย่างโครงสร้างที่เหมาะกับบัณฑิตศึกษา:

 

การประเมิน

น้ำหนัก

Critical literature review

15%

Structure elucidation case study

20%

Natural product research critique

15%

Research proposal

25%

Presentation/defense

15%

Participation/Discussion

10%

 

  1. Prompt สำหรับทำ Research Project

ส่วนนี้จะทำให้รายวิชาแตกต่างจากรายวิชาเคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติทั่วไป

ออกแบบ Research-based Project สำหรับรายวิชา

"เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา"

ให้นักศึกษาเลือก natural product 1 ชนิด

และดำเนินกระบวนการตั้งแต่

Natural source

→ extraction

→ fractionation

→ chemical profiling

→ structure elucidation

→ biological activity

→ mechanism/target

→ structure-activity relationship

→ toxicity/ADME

→ lead potential

→ research proposal

กำหนด research question,

hypothesis,

variables,

experimental design,

analytical methods,

expected results,

limitations และ criteria สำหรับตัดสินศักยภาพของ lead compound

 

  1. ตัวอย่าง Project ที่เหมาะกับนักศึกษาของคุณ

สามารถให้ Copilot สร้างโจทย์จากพืชสมุนไพร เช่น

Curcuma longa

โจทย์:

“การค้นหาสารออกฤทธิ์ต้านการอักเสบจากขมิ้นชันเพื่อพัฒนาเป็นสารต้นแบบยา”

นักศึกษาต้องตอบว่า

Plant
→ extraction
→ fractionation
→ LC-MS
→ NMR
→ curcuminoids/other constituents
→ NO/TNF-α/IL-6
→ cytotoxicity
→ mechanism
→ SAR
→ lead potential

หรือใช้ Clitoria ternatea, Allium sativum, Andrographis paniculata ฯลฯ

จะทำให้รายวิชาเชื่อมต่อกับ งานวิจัยจริงของนักศึกษา ได้ดีมาก

 

  1. Prompt สำหรับสร้าง Rubric

สร้าง analytical rubric สำหรับประเมิน Research Project

ในรายวิชา "เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา"

ประเมิน 5 dimensions:

  1. Scientific knowledge
  2. Chemical analysis and interpretation
  3. Experimental design
  4. Critical thinking and research gap
  5. Scientific communication

กำหนด 4 performance levels:

Excellent / Good / Developing / Beginning

ให้แต่ละระดับมี descriptors ที่สังเกตและวัดได้

และเชื่อมโยงกับ CLO1-CLO6

 

  1. Workflow ที่แนะนำในการใช้ Copilot

ผมแนะนำให้ใช้ Copilot เป็น 5 ขั้นตอน

Step 1 — Course Architect

“Design the course”

↓

Step 2 — CLO Designer

“Develop and validate CLOs”

↓

Step 3 — Curriculum Mapper

“Map CLO → PLO → Teaching → Assessment”

↓

Step 4 — Learning Designer

“Design active learning and research-based activities”

↓

Step 5 — Quality Reviewer

“Audit constructive alignment and OBE compliance”

ผลลัพธ์สุดท้ายจะได้

PLO → CLO → Content → Learning Activity → Assessment → Rubric

นำไปจัดทำ มคอ.3 / Course Specification / CISA / AUN-QA มากกว่าการใช้ Copilot ให้เขียนรายวิชาครั้งเดียว

 

ชุด Prompt สำหรับ Microsoft Copilot จำนวน 10 Prompt ออกแบบเป็น workflow ต่อเนื่องสำหรับรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา (Natural Products Chemistry for Drug Development)” ระดับบัณฑิตศึกษา โดยเน้น OBE, CISA และ constructive alignment

วิธีใช้: ให้ใช้ Prompt 1 ก่อน แล้วนำผลลัพธ์จาก Prompt ก่อนหน้าไปต่อท้าย Prompt ถัดไป เพื่อให้ Copilot รักษาความสอดคล้องของ PLO → CLO → Teaching → Assessment ตลอดกระบวนการ

Prompt 1 — วิเคราะห์ PLO และกำหนดบทบาทของรายวิชา

วัตถุประสงค์: ให้ Copilot วิเคราะห์ว่า Course นี้ควรสนับสนุน PLO ใด และในระดับใด

คุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Outcome-Based Education (OBE), CISA และการออกแบบหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาเคมีประยุกต์

ช่วยวิเคราะห์บทบาทของรายวิชา

“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”
“Natural Products Chemistry for Drug Development”

สำหรับหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา สาขาเคมีประยุกต์

ข้อมูล PLO ของหลักสูตรมีดังนี้:

PLO1: [ใส่ PLO1]
PLO2: [ใส่ PLO2]
PLO3: [ใส่ PLO3]
PLO4: [ใส่ PLO4]
PLO5: [ใส่ PLO5]

ให้ดำเนินการดังนี้

  1. วิเคราะห์ว่าแต่ละ PLO เกี่ยวข้องกับรายวิชานี้อย่างไร
  2. ระบุ PLO ที่รายวิชานี้ควรสนับสนุนโดยตรง
  3. ระบุระดับการสนับสนุนของแต่ละ PLO:
    I = Introduce
    R = Reinforce
    M = Master
  4. อธิบายเหตุผลเชิงวิชาการของการกำหนดระดับดังกล่าว
  5. เสนอ Course Learning Outcomes ที่ควรพัฒนาจาก PLO
  6. หลีกเลี่ยงการสร้าง CLO ที่ซ้ำหรือกว้างเกินไป
  7. คำนึงถึงระดับบัณฑิตศึกษาและ higher-order thinking

จัดผลลัพธ์เป็นตาราง:
PLO | Course contribution | I/R/M | Rationale | Proposed CLO

 

Prompt 2 — สร้าง CLO

เป้าหมาย: สร้าง CLO ที่วัดได้และเหมาะกับระดับบัณฑิตศึกษา

จาก PLO และบทบาทของรายวิชาที่วิเคราะห์ไว้ก่อนหน้า
ช่วยสร้าง Course Learning Outcomes (CLOs)
สำหรับรายวิชา

“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

ระดับบัณฑิตศึกษา

กำหนด CLO จำนวน 5–6 ข้อ

หลักเกณฑ์:

  1. CLO ทุกข้อ ต้องใช้ measurable action verb
  2. ใช้ระดับ cognitive domain ที่เหมาะกับบัณฑิตศึกษา เช่น
    Analyze
    Evaluate
    Interpret
    Critique
    Integrate
    Design
    Develop
    Propose
  3. หลีกเลี่ยงคำว่า
    understand, know, learn, appreciate
  4. CLO หนึ่งข้อควรมี action หลักที่ชัดเจน
  5. CLO ต้องครอบคลุม
    Knowledge
    Scientific/Research Skills
    Critical Thinking
    Communication
    Ethics/Professionalism ตามความเหมาะสม
  6. CLO ต้องสามารถประเมินผลได้จริง
  7. CLO ต้องเชื่อมโยงกับ PLO โดยตรง

สำหรับแต่ละ CLO ให้ระบุ:

CLO number
CLO statement ภาษาไทย
CLO statement ภาษาอังกฤษ
Bloom's level
Domain: K/S/C/E
Related PLO
Assessment evidence

จากนั้นตรวจสอบ CLO ทั้งหมดว่ามีความซ้ำซ้อนหรือไม่
และเสนอฉบับปรับปรุงหากจำเป็น

Prompt 3 — สร้างคำอธิบายรายวิชา

จุดสำคัญ: ให้ Copilot เขียนจาก CLO ไม่ใช่เขียนก่อนแล้วค่อยสร้าง CLO

จาก CLO ที่ได้รับการอนุมัติแล้วของรายวิชา
“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

ช่วยเขียนคำอธิบายรายวิชา โดยต้องสะท้อน CLO อย่างครบถ้วน

จัดทำ:

  1. ชื่อรายวิชาภาษาไทย
  2. ชื่อรายวิชาภาษาอังกฤษ
  3. คำอธิบายรายวิชาภาษาไทย
  4. Course Description ภาษาอังกฤษ
  5. คำสำคัญของรายวิชา 8–12 คำ

เนื้อหาควรครอบคลุมตามความเหมาะสม:

Natural product chemistry
Chemical diversity
Extraction
Isolation and purification
Chromatography
Spectroscopic analysis
Mass spectrometry
NMR
Dereplication
Bioassay-guided fractionation
Biological activity
Structure–activity relationship
Drug discovery
Lead identification
ADME
Toxicity
Standardization
Quality control
Research design

คำอธิบายต้องเหมาะกับระดับบัณฑิตศึกษา
และไม่ควรเขียนในลักษณะรายการหัวข้อเรียนทั้งหมด

ตรวจสอบด้วยว่าเนื้อหาในคำอธิบายรายวิชาสอดคล้องกับ CLO ทุกข้อ

 

Prompt 4 — ออกแบบเนื้อหา 15 สัปดาห์

จาก CLO และคำอธิบายรายวิชาที่กำหนดไว้
ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ 15 สัปดาห์
สำหรับรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

จัดตาราง:

สัปดาห์ | Topic | Subtopics | CLO | Learning outcome ของสัปดาห์ | Learning activity | Evidence of learning

กำหนดเนื้อหาให้มีลำดับจากพื้นฐานไปสู่การประยุกต์ใช้และการวิจัย เช่น

  1. Natural products and drug discovery
  2. Chemical diversity
  3. Biosynthesis and chemotaxonomy
  4. Extraction technologies
  5. Isolation and purification
  6. Bioassay-guided fractionation
  7. Chromatographic analysis
  8. Structure elucidation case study
  9. Mass spectrometry and dereplication
  10. NMR-based structure elucidation
  11. Biological targets and mechanisms
  12. Structure–activity relationships
  13. ADME and toxicity
  14. Standardization and translational research
  15. Research proposal/project presentation

อย่าให้การสอนเป็น lecture ทั้งหมด
และให้แต่ละสัปดาห์มี active/research-based learning อย่างน้อยหนึ่งกิจกรรม

 

Prompt 5 — ออกแบบ Active Learning

นี่เป็น Prompt สำคัญสำหรับเปลี่ยนรายวิชาจาก lecture-based → graduate research-based learning

ออกแบบ Active Learning สำหรับรายวิชา
“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

โดยใช้ CLO และแผนการสอน 15 สัปดาห์ที่ให้ไว้

เลือกกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น

  • Problem-Based Learning
  • Case-Based Learning
  • Research Article Critique
  • Journal Club
  • Structure Elucidation Workshop
  • Data Interpretation
  • Think–Pair–Share
  • Research Gap Analysis
  • Experimental Design Challenge
  • Research Proposal Pitch
  • Peer Review

สำหรับแต่ละกิจกรรมให้ระบุ:

  1. Week
  2. Activity
  3. Problem/Task
  4. Student action
  5. Lecturer role
  6. CLO
  7. Expected learning evidence
  8. เวลา
  9. วิธีประเมิน

กิจกรรมต้องเน้นให้นักศึกษา
“analyze → interpret → evaluate → design → propose”

มากกว่าการท่องจำเนื้อหา

Prompt 6 — สร้าง Assessment Strategy

จาก CLO และกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมด
ช่วยออกแบบระบบการประเมินผลรายวิชา
“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

สำหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

ให้แบ่งเป็น:

  1. Diagnostic assessment
  2. Formative assessment
  3. Summative assessment

เสนอ assessment อย่างน้อย:

  • Research article critique
  • Structure elucidation case study
  • Data interpretation
  • Journal club
  • Research proposal
  • Oral presentation
  • Final project

กำหนดน้ำหนักรวม 100%

จัดตาราง:

Assessment
| CLO
| Assessment type
| Weight
| Evidence
| Assessment criteria

ตรวจสอบว่า CLO ทุกข้อมี assessment ที่วัดโดยตรง
และไม่มี CLO ใดถูกประเมินด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม

หลีกเลี่ยงการให้น้ำหนักกับข้อสอบความจำมากเกินไป
และให้น้ำหนักกับการวิเคราะห์ วิพากษ์ ออกแบบ และเสนอแนวทางวิจัย

 

Prompt 7 — สร้าง Rubric

สร้าง Analytical Rubric สำหรับประเมินผลงานของนักศึกษา
ในรายวิชา “เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

สร้าง rubric สำหรับ:

  1. Research Article Critique
    B. Structure Elucidation Case Study
    C. Research Proposal
    D. Oral Presentation

ใช้ 4 ระดับ:

4 = Excellent
3 = Proficient
2 = Developing
1 = Beginning

กำหนด criteria ให้เหมาะกับระดับบัณฑิตศึกษา เช่น:

  • Scientific accuracy
  • Depth of chemical analysis
  • Interpretation of analytical data
  • Critical evaluation of evidence
  • Research gap identification
  • Experimental design
  • Integration of chemistry and biological activity
  • Scientific reasoning
  • Originality/feasibility
  • Academic communication

แต่ละ criterion ต้องมี descriptor ที่สังเกตและประเมินได้จริง

เชื่อมโยง rubric กับ CLO โดยตรง
และหลีกเลี่ยงคำอธิบายที่เป็น subjective เช่น
“ดีมาก”
“มีความเข้าใจดี”
โดยไม่มี evidence ที่ชัดเจน

Prompt 8 — CLO/PLO Mapping

นี่คือ Prompt ที่เหมาะสำหรับทำเอกสาร CISA/OBE

จาก PLO และ CLO ที่กำหนดไว้
จัดทำ CLO–PLO Mapping Matrix

ใช้ระดับ:

3 = Strong contribution
2 = Moderate contribution
1 = Low contribution
– = No direct contribution

จัดตาราง:

    PLO1 PLO2 PLO3 PLO4 PLO5

CLO1
CLO2
CLO3
CLO4
CLO5
CLO6

จากนั้นวิเคราะห์:

  1. CLO ใดสนับสนุน PLO ใด
  2. มี PLO ใดที่ไม่มี CLO รองรับหรือไม่
  3. มี CLO ใดที่ไม่เชื่อมโยงกับ PLO หรือไม่
  4. CLO ใดซ้ำกันหรือมี contribution มากเกินไป
  5. รายวิชานี้มีบทบาทเป็น Introduce, Reinforce หรือ Master ต่อ PLO ใด

เสนอ revised mapping หากพบ inconsistency

ห้ามสร้าง mapping เพื่อให้ตารางเต็มทุกช่อง
การ mapping ต้องสะท้อนความสัมพันธ์ทางการเรียนรู้จริง

Prompt 9 — Constructive Alignment Audit

Prompt นี้แนะนำให้ใช้ หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว

ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบคุณภาพรายวิชา
ระดับบัณฑิตศึกษา ตามหลัก Outcome-Based Education

ตรวจสอบรายวิชา
“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”

จากข้อมูลต่อไปนี้:

PLO:
[ใส่ PLO]

CLO:
[ใส่ CLO]

Course Description:
[ใส่คำอธิบายรายวิชา]

15-week content:
[ใส่แผน 15 สัปดาห์]

Learning activities:
[ใส่กิจกรรม]

Assessment:
[ใส่ assessment]

Rubrics:
[ใส่ rubric]

ตรวจสอบ 8 ประเด็น:

  1. PLO–CLO alignment
  2. CLO–Content alignment
  3. CLO–Teaching alignment
  4. CLO–Assessment alignment
  5. CLO–Rubric alignment
  6. Cognitive level appropriateness
  7. Graduate-level rigor
  8. Constructive alignment

ให้คะแนนความสอดคล้องเป็น:

Aligned
Partially aligned
Not aligned

พร้อมระบุ:

Evidence
Problem
Recommended revision

ห้ามแก้ข้อมูลโดยอัตโนมัติ
ให้เสนอข้อแก้ไขก่อน แล้วจัดทำ revised version แยกต่างหาก

 

Prompt 10 — สร้าง Course Specification ฉบับสมบูรณ์

Prompt สุดท้ายใช้เมื่อทุกองค์ประกอบผ่านการตรวจสอบแล้ว

จากข้อมูลทั้งหมดที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
ช่วยจัดทำ Course Specification ฉบับสมบูรณ์
สำหรับรายวิชา

“เคมีผลิตภัณฑ์ธรรมชาติเพื่อเป็นยา”
“Natural Products Chemistry for Drug Development”

ระดับบัณฑิตศึกษา

จัดโครงสร้างดังนี้:

  1. Course title
  2. Course code
  3. Credits
  4. Course description
  5. Course objectives
  6. PLOs supported
  7. CLOs
  8. CLO–PLO mapping
  9. Course content
  10. 15-week teaching plan
  11. Teaching and learning strategies
  12. Active learning activities
  13. Research-based learning
  14. Assessment strategy
  15. Assessment–CLO mapping
  16. Assessment weight
  17. Rubrics
  18. Learning resources
  19. Digital tools and AI tools
  20. Academic integrity
  21. Expected student workload
  22. Course improvement strategy
  23. Course quality indicators

จัดทำตาราง CLO–Teaching–Assessment–Evidence
เพื่อแสดง constructive alignment

ตรวจสอบขั้นสุดท้ายว่า:

PLO → CLO → Content → Learning Activity → Assessment → Rubric

มีความสอดคล้องกันตลอดทั้งระบบ

ใช้ภาษาเชิงวิชาการ เหมาะสำหรับเอกสารหลักสูตรระดับบัณฑิตศึกษา
และสามารถนำไปปรับใช้ในระบบ OBE/CISA/AUN-QA ได้

 

โครงสร้างการทำงานที่แนะนำ

ผมแนะนำให้ อย่าใส่ Prompt ทั้ง 10 ตัวพร้อมกันใน Copilot แต่ใช้เป็นวงจรดังนี้

PLO
↓
Prompt 1: Course Role
↓
Prompt 2: CLO
↓
Prompt 3: Course Description
↓
Prompt 4: 15 Weeks
↓
Prompt 5: Active Learning
↓
Prompt 6: Assessment
↓
Prompt 7: Rubric
↓
Prompt 8: CLO/PLO Mapping
↓
Prompt 9: Alignment Audit
↓
Prompt 10: Course Specification

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1775
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2/10/2569 11:55:42   เปิดอ่าน 40  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2/10/2569 2:53:41   เปิดอ่าน 45  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 1/10/2569 17:02:26   เปิดอ่าน 65  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง