รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามคำสำคัญ  :
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตรการออกแบบหลักสูตรตามแนวทาง Backward Curriculum Design (BCD) รุ่นที่ 19
การอบรมหลักสูตรการออกแบบหลักสูตรตามแนวทาง Backward Curriculum Design (BCD) รุ่นที่ 19 ในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : Backward Curriculum Design  การออกแบบหลักสูตร  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 30  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 10/7/2569 22:40:13  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15/7/2569 0:23:10
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตรการออกแบบหลักสูตรตามแนวทาง Backward Curriculum Design (BCD) รุ่นที่ 19
การอบรมหลักสูตรการออกแบบหลักสูตรตามแนวทาง Backward Curriculum Design (BCD) รุ่นที่ 19 ในวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : Backward Curriculum Design  การออกแบบหลักสูตร  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 30  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 10/7/2569 22:40:13  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15/7/2569 0:23:10
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตรการจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs Formulation) รุ่นที่ 19
การอบรมหลักสูตรการจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs Formulation) รุ่นที่ 19 ในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : PLOs  การจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 26  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 10/7/2569 22:09:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 16:39:59
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตรการจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs Formulation) รุ่นที่ 19
การอบรมหลักสูตรการจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร (PLOs Formulation) รุ่นที่ 19 ในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : PLOs  การจัดทำผลลัพธ์การเรียนรู้ระดับหลักสูตร  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 26  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 10/7/2569 22:09:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 16:39:59
รายงานการอบรม ประชุมวิชาการ » สรุปเนื้อหาการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 6th International Conference on Science Technology & Innovation (2026)
งานวิจัยเรื่อง Enhancing industrial vinegar production from coffee pulp: role of aeration rate on acetic acid formation งานวิจัยนี้ศึกษาบทบาทของอัตราการให้อากาศต่อการสร้างกรดอะซิติกในการผลิตน้ำส้มสายชูจากเนื้อกาแฟ โดยศึกษาผลของอัตราการให้อากาศ (Aeration rate) 3 ระดับ คือ 0.5, 1.0 และ 1.5 vvm ต่อการเจริญเติบโตและการผลิตกรดอะซิติกของแบคทีเรีย Acetobacter pasteurianus TISTR 102 ในถังหมักขนาด 10 ลิตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เนื้อกาแฟที่เป็นผลพลอยได้เหลือทิ้ง ผลการทดลองพบว่า อัตราการให้อากาศที่ 1.0 vvm ให้ผลดีที่สุด โดยได้ความเข้มข้นกรดอะซิติกสูงสุด (5.12%) มีความหนาแน่นเซลล์สูงสุด และใช้เวลาหมักสั้นที่สุด (144 ชั่วโมง) เนื่องจากเป็นระดับที่สมดุลระหว่างออกซิเจนและความเสถียรของจุลินทรีย์ การให้อากาศต่ำไป (0.5 vvm) ทำให้ขาดออกซิเจน ส่วนสูงไป (1.5 vvm) ทำให้เกิดแรงเฉือนและปฏิกิริยาออกซิเดชันที่มากเกินไปจนลดประสิทธิภาพลง เมื่อนำเงื่อนไขการหมักที่เหมาะสม (1.0 vvm) ไปขยายขนาดการผลิต (Scale-up) ในถังหมักขนาด 100 ลิตร พบว่าสามารถผลิตกรดอะซิติกได้ 4.48% ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารสำหรับการผลิตน้ำส้มสายชู งานวิจัยเรื่อง Isolation and characterization of a novel Staphylococcus aureus Bacteriophage against antibiotic-resistant Staphylococcus aureus งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาแนวทางใหม่ในการรักษาโรคติดเชื้อดื้อยา โดยเฉพาะเชื้อดื้อยาเมทิซิลลิน (MRSA) โดยการแยกแบคเทอริโอฟาจ (Bacteriophage) หรือไวรัสที่ทำลายแบคทีเรียจากน้ำเสีย ซึ่งจากผลการทดลอง สามารถแยกแบคเทอริโอฟาจชนิดไลติก (Lytic phage) ได้สำเร็จ ตั้งชื่อว่า "Phage J" จากการส่องกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน (TEM) พบว่ามีส่วนหัวเป็นรูปทรงเหลี่ยม (Icosahedral head) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 85 นาโนเมตร Phage J มีความเสถียรสูง สามารถทนอุณหภูมิได้ในช่วง 4°C ถึง 37°C ยาวนานถึง 21 วัน มีประสิทธิภาพและความจำเพาะเจาะจงสูงมาก โดยสามารถยับยั้งและทำลายเชื้อ S. aureus ได้ถึง 88.24% (45 จาก 51 สายพันธุ์ที่ทดสอบ) ค่าความเข้มข้นที่เหมาะสมในการเพิ่มปริมาณฟาจ (Optimal MOI) คือ 0.01 และ 0.001 บนอาหาร soft agar และพบว่า Phage J สามารถลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียได้อย่างมีนัยสำคัญตลอดระยะเวลา 8 ชั่วโมง สรุปได้ว่าเป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นสารต้านเชื้อดื้อยา งานวิจัยเรื่อง Marker–trait association analysis reveals ABA signaling–related genes associated with root System architecture in rice under PEG‑induced osmotic stress งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหายีนเด่นที่มีความสัมพันธ์กับลักษณะระบบราก (ความลึกของรากและจำนวนปลายรากแตกแขนง) เพื่อช่วยให้ข้าวหลบหลีกภัยแล้ง โดยศึกษาในประชากรข้าวรุ่น F2 ที่เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวนาลุ่ม "ปทุมธานี 1" และข้าวไร่พื้นเมือง "ข้าวโป่งใคร้" ภายใต้ภาวะเครียดที่ชักนำด้วยสาร PEG 20% ผลการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ marker-trait association (MTA) พบ Candidate genes ที่สำคัญ 3 ยีน ได้แก่ OsbZIP23, OsHAP5F และ OsZEP โดย ยีน OsbZIP23 และ OsHAP5F มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับจำนวนของปลายราก ในขณะที่ยีน OsZEP และ OsHAP5F สัมพันธ์กับความลึกของราก ซึ่งยีนเหล่านี้สามารถอธิบายความแปรปรวนของลักษณะปรากฏได้ 10.43% – 21.38% นอกจากนี้ยังพบว่าfavorable alleles ที่ได้รับมาจากพ่อแม่พันธุ์ข้าวไร่ "ข้าวโป่งใคร้" สัมพันธ์กับการเพิ่มการแตกแขนงของรากและการยืดตัวของรากในแนวดิ่ง ซึ่งยีนกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อสิ่งเร้าทางกายภาพและการส่งสัญญาณของกรดแอบไซซิก (ABA) ทำให้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการคัดเลือกสายพันธุ์ข้าวหอมให้ทนแล้งด้วยเครื่องหมายโมเลกุล (MAS)
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ 6thICSTI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 267  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน นฤมล เข็มกลัดเงิน  วันที่เขียน 30/6/2569 13:01:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 23:28:28
การจัดการองค์ความรู้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ » องค์ความรู้จากการประชุมวิชาการ The International Conference on Applied Statistics 2026 (ICAS2026) พร้อมเสนอผลงานวิจัย
การจัดการองค์ความรู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม สังเคราะห์ และถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The International Conference on Applied Statistics 2026 (ICAS 2026) ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Driving the AI Era: The Synergy of Statistics and Data Science” โดยมีเนื้อหาครอบคลุมด้านสถิติประยุกต์ วิทยาการข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ ปัญญาประดิษฐ์ การเรียนรู้ของเครื่อง และการประยุกต์ใช้สถิติในการแก้ปัญหาในโลกจริง ผู้เข้าร่วมได้นำเสนอผลงานวิจัยเรื่อง “Bayesian Quantile Regression for Count Data with a Generalised Asymmetric Laplace Likelihood: An Application to Environmental Epidemiology” ซึ่งเป็นการพัฒนาวิธีการถดถอยควอนไทล์แบบเบส์สำหรับข้อมูลนับ โดยประยุกต์ใช้กับข้อมูลด้านระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อม องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถสรุปได้เป็น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) การพัฒนาระเบียบวิธีทางสถิติขั้นสูงสำหรับข้อมูลที่มีความซับซ้อน 2) การประยุกต์ใช้สถิติ วิทยาการข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในงานวิจัยและการตัดสินใจบนหลักฐานเชิงประจักษ์ และ 3) การนำองค์ความรู้จากเวทีวิชาการนานาชาติมาปรับใช้ในการเรียนการสอน การพัฒนาหลักสูตร และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ผลจากการจัดการองค์ความรู้ครั้งนี้สามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการพัฒนางานวิจัยด้านสถิติประยุกต์และวิทยาการข้อมูล การปรับปรุงเนื้อหารายวิชาให้ทันสมัย การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นข้อมูลจริง ตลอดจนการส่งเสริมศักยภาพของหลักสูตรและคณะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์
คำสำคัญ : การจัดการองค์ความรู้, สถิติประยุกต์, วิทยาการข้อมูล, ปัญญาประดิษฐ์, การถดถอยควอนไทล์แบบเบส์, ระบาดวิทยาสิ่งแวดล้อม  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 93  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ทวีศักดิ์ จันทร์งาม  วันที่เขียน 27/6/2569 11:03:50  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 23:26:46
พลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generativd AI » การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา
คำสำคัญ : การประยุกต์ใช้ AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานประชาสัมพันธ์
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 49  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ปริญญา สุนันต๊ะ  วันที่เขียน 26/6/2569 16:27:00  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 17:48:17
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประยุกต์ใช้ AI ในงานวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพและมีจริยธรรม
คำสำคัญ : การประยุกต์ใช้ AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานบริการการศึกษา
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 87  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน มนัสดา อุตรสัก  วันที่เขียน 26/6/2569 15:50:47  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 15:49:03
การจัดการความรู้ด้านการศึกษา » การอบรม AI สำหรับการใช้งานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในงานบริการการศึกษา
การเข้าร่วมอบรม **โครงการพลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generative AI** ระหว่างวันที่ 18–19 ธันวาคม 2568 ณ สำนักบริหารวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) สำหรับการปฏิบัติงาน การบริหารจัดการข้อมูล และการสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการทำงานในยุคดิจิทัล เนื้อหาการอบรมครอบคลุมการใช้งานเครื่องมือ AI ที่สำคัญ ได้แก่ Gemini, NotebookLM, Google Opal และ Perplexity รวมถึงหลักการเขียน Prompt (Prompt Engineering) เพื่อให้ AI สร้างผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ AI ในการจัดทำรายงาน การเขียนโครงการและ TOR การสร้างสื่อประชาสัมพันธ์ ภาพ เสียง และวิดีโอ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรม ความปลอดภัยของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแนวทางธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) จากการอบรม ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเลือกใช้เครื่องมือ Generative AI ให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้น วิเคราะห์ และสรุปข้อมูล ลดระยะเวลาในการจัดทำเอกสารและสื่อประชาสัมพันธ์ รวมทั้งสามารถประยุกต์ใช้ AI เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านวิชาการและงานบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้หลักจริยธรรม ความปลอดภัย และการใช้เทคโนโลยีอย่างรับผิดชอบ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการปฏิบัติงานและการยกระดับการดำเนินงานของหน่วยงานในอนาคต
คำสำคัญ : Generative AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานบริการการศึกษา
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 70  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ขวัญชัย สุขถา  วันที่เขียน 26/6/2569 15:40:19  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 15:58:18
งานบริการการศึกษา » รายงานการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) หลักสูตร: พลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generative AI (Smart Work with Generative AI)
ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การบริหารจัดการและการปฏิบัติงานในสถาบันอุดมศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อก้าวสู่การเป็น "Smart University" โครงการฝึกอบรม "พลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generative AI" จัดขึ้นโดยสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (UNISERV CMU) ร่วมกับวิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี (CAMT) เพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะและสมรรถนะดิจิทัลให้แก่บุคลากร โดยนำศักยภาพของ Generative AI และระบบอัตโนมัติ (Automation) มาประยุกต์ใช้เพื่อลดขั้นตอนการทำงาน เพิ่มความถูกต้องแม่นยำ และยกระดับการให้บริการการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม
คำสำคัญ : AI  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานบริการการศึกษา
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 87  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ภาวิณี จีปูคำ  วันที่เขียน 26/6/2569 15:28:29  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 15:06:45
การพัฒนางานประจำสู่นวัตกรรมการให้บริการ » การอบรมโครงการพลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generative AI
รายงานฉบับนี้สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการ พลิกโฉมการทำงานยุคใหม่ด้วย Generative AI ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือ AI เช่น ChatGPT, Gemini, NotebookLM และ Google Opal รวมถึงหลักการเขียน Prompt Engineering การสร้างสื่อและการสรุปข้อมูลด้วย AI ตลอดจนแนวทางการใช้ AI อย่างมีจริยธรรมและปลอดภัย องค์ความรู้ที่ได้รับสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำเอกสาร สื่อประชาสัมพันธ์ และ Infographic เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสหกิจศึกษา ช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความถูกต้อง และประสิทธิภาพในการทำงาน รวมทั้งสามารถต่อยอดและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่บุคลากรในหน่วยงานได้อย่างเหมาะสม
คำสำคัญ : Generative AI, ChatGPT, Prompt Engineering, การพัฒนางาน, สหกิจศึกษา  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานบริการการศึกษา
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 86  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฉวีวรรณ ธงงาม  วันที่เขียน 26/6/2569 9:43:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 2:52:39
งานประชุมวิชาการและการประกวดผลงานนวัตกรรมระดับนานาชาติในงาน International Innovation, Entrepreneurship & Applied Solutions Competition 2026 รูปแบบ online ณ National Ilan University ไต้หวัน » ANTIO Plus SESAMIO : Super Boost for Immune System, Anti-inflammatory, Blood Circulation and Alternative Treatment for Diabetic Wound/Diabetic Foot Ulcer
ANTIO Plus SESAMIO : Super Boost for Immune System, Anti-inflammatory, Blood Circulation and Alternative Treatment for Diabetic Wound/Diabetic Foot Ulcer ANTIO and SESAMIO are dietary supplement products developed from plant-derived materials and natural honey. ANTIO is formulated from four fresh medicinal plants—kariyat (Andrographis paniculata), elephant garlic (Allium ampeloprasum), butterfly pea (Clitoria ternatea), and turmeric (Curcuma longa)—using an innovative extraction process based on osmotic dehydration, in which natural honey serves as the osmotic agent. SESAMIO is a dietary supplement produced from black sesame seeds (Sesamum indicum) and natural honey using the same innovative extraction technique. Both products were evaluated for their biological and pharmacological activities and further assessed through clinical investigations involving conditions such as diabetic foot ulcers, deep vein thrombosis, and thrombosis (blood clot formation). The innovation underlying ANTIO and SESAMIO lies in the utilization of fresh herbal materials and fresh black sesame seeds, combined with a non-chemical extraction process that preserves natural physicochemical properties and essential nutrients. The production process avoids the use of artificial preservatives, synthetic additives, or chemical extraction agents.
คำสำคัญ : เซซามิน  แอนไทออกซิแดนท์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 519  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 10/6/2569 13:09:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15/7/2569 0:09:44
งานประชุมวิชาการและการประกวดผลงานนวัตกรรมระดับนานาชาติในงาน International Innovation, Entrepreneurship & Applied Solutions Competition 2026 รูปแบบ online ณ National Ilan University ไต้หวัน » ANTIO Plus SESAMIO : Super Boost for Immune System, Anti-inflammatory, Blood Circulation and Alternative Treatment for Diabetic Wound/Diabetic Foot Ulcer
ANTIO Plus SESAMIO : Super Boost for Immune System, Anti-inflammatory, Blood Circulation and Alternative Treatment for Diabetic Wound/Diabetic Foot Ulcer ANTIO and SESAMIO are dietary supplement products developed from plant-derived materials and natural honey. ANTIO is formulated from four fresh medicinal plants—kariyat (Andrographis paniculata), elephant garlic (Allium ampeloprasum), butterfly pea (Clitoria ternatea), and turmeric (Curcuma longa)—using an innovative extraction process based on osmotic dehydration, in which natural honey serves as the osmotic agent. SESAMIO is a dietary supplement produced from black sesame seeds (Sesamum indicum) and natural honey using the same innovative extraction technique. Both products were evaluated for their biological and pharmacological activities and further assessed through clinical investigations involving conditions such as diabetic foot ulcers, deep vein thrombosis, and thrombosis (blood clot formation). The innovation underlying ANTIO and SESAMIO lies in the utilization of fresh herbal materials and fresh black sesame seeds, combined with a non-chemical extraction process that preserves natural physicochemical properties and essential nutrients. The production process avoids the use of artificial preservatives, synthetic additives, or chemical extraction agents.
คำสำคัญ : เซซามิน  แอนไทออกซิแดนท์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 519  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 10/6/2569 13:09:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15/7/2569 0:09:44
การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 6th International Conference on Science, Technology & Innovation (2026) » ENCAPSULATION OF PHENOLIC COMPOUNDS FROM STROBILANTHES CUSIA LEAVES AND CHARACTERIZATION และ ENCAPSULATION OF BEETROOT EXTRACT USING SODIUM ALGINATE/SODIUM ALGINATE-CASEIN SODIUM SALT: STUDY OF PHYSICAL AND CHEMICAL PROPERTIES
ENCAPSULATION OF PHENOLIC COMPOUNDS FROM STROBILANTHES CUSIA LEAVES AND CHARACTERIZATION Strobilanthes cusia (Hom) is commonly used as a traditional medicine with widespread health benefits. The present investigation aimed to determine the effectiveness of phenolics extracted from Hom leaves using the ultrasonic assisted extraction (UAE) method. The lyophilized Hom extract (HE) was analyzed for total phenolic contents and examined for antioxidants. The HE was encapsulated with sodium alginate as the single wall material and with sodium alginate-gum arabic as the combination wall material to enhance the shelf life and stability of the phenolics. Additionally, hydrogel patches incorporating the encapsulated HE were developed to study the antipyretic property. The effects of type and concentration of encapsulating agents on encapsulation efficiency and cooling performance of the hydrogel patches were evaluated. The encapsulation efficiency was analyzed and characterized the encapsules using Fourier-transform infrared spectroscopy (FTIR) and scanning electron microscopy (SEM) analyses corroborated the effectiveness of the encapsulation process. Results indicated that HE contained total phenolics of 97.38±0.19 mgGAE/g. Moreover, HE had an IC50 value against the DPPH scavenging assay of 0.182±0.53 g/ml. The highest encapsulation efficiency (87.95%) was achieved using combination wall of 1% sodium alginate and gum arabic. Morphological analysis using SEM revealed the surface particle aggregation of the hydrogel patches. Furthermore, FTIR analysis confirmed the interaction between HE and encapsulating agents, indicating successful microencapsulation. These findings suggest that encapsulation is a promising strategy to enhance the stability and efficacy of HM for pharmaceutical applications. ENCAPSULATION OF BEETROOT EXTRACT USING SODIUM ALGINATE/SODIUM ALGINATE-CASEIN SODIUM SALT: STUDY OF PHYSICAL AND CHEMICAL PROPERTIES This study aimed to develop microcapsules containing beetroot extract (BE) to enhance the stability of phenolic compounds during storage and thermal exposure. Beetroot extract was obtained using microwave-assisted extraction, resulting in an extraction yield of 9.58%. The total phenolic content (TPC) of the crude extract was determined to be 25.12±0.23 mg GAE/g extract. To improve the stability of phenolic compounds, BE was microencapsulated using natural wall materials. Sodium alginate was employed as a single wall material, while a combination of sodium alginate and casein sodium salt was used as a mixed wall system. The encapsulation efficiency and physicochemical characteristics of the resulting microcapsules were investigated. Among the tested formulations, microcapsules prepared using 3.0% (w/v) sodium alginate exhibited a more spherical morphology and smoother surface characteristics compared with other formulations. However, the optimized mixed-wall formulation using 3.0% (w/v) sodium alginate combined with 1.0% (w/v) casein sodium salt and crosslinked in 5.0% (w/v) CaCl2 solution demonstrated the thermal stability and the low degradation of phenolic compounds during thermal treatment and had higher encapsulation efficiency than single wall formulation. After 14 days of storage, the total phenolic contents of microcapsules prepared with single-wall alginate and mixed-wall sodium alginate–casein sodium salt systems were 23.18±0.23 and 24.59±0.16 mg GAE/g extract, respectively. These findings indicate that microencapsulation of BE using natural biopolymeric wall materials can effectively reduce polyphenol degradation and improve the thermal stability and shelf life of beetroot phenolics, thereby enhancing the potential applications of BE in food, pharmaceutical, and nutraceutical products.
คำสำคัญ : นานาชาติ  ประชุมICSTI2026  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 151  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 8/6/2569 14:57:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 12:37:26
การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ The 6th International Conference on Science, Technology & Innovation (2026) » ENCAPSULATION OF PHENOLIC COMPOUNDS FROM STROBILANTHES CUSIA LEAVES AND CHARACTERIZATION และ ENCAPSULATION OF BEETROOT EXTRACT USING SODIUM ALGINATE/SODIUM ALGINATE-CASEIN SODIUM SALT: STUDY OF PHYSICAL AND CHEMICAL PROPERTIES
ENCAPSULATION OF PHENOLIC COMPOUNDS FROM STROBILANTHES CUSIA LEAVES AND CHARACTERIZATION Strobilanthes cusia (Hom) is commonly used as a traditional medicine with widespread health benefits. The present investigation aimed to determine the effectiveness of phenolics extracted from Hom leaves using the ultrasonic assisted extraction (UAE) method. The lyophilized Hom extract (HE) was analyzed for total phenolic contents and examined for antioxidants. The HE was encapsulated with sodium alginate as the single wall material and with sodium alginate-gum arabic as the combination wall material to enhance the shelf life and stability of the phenolics. Additionally, hydrogel patches incorporating the encapsulated HE were developed to study the antipyretic property. The effects of type and concentration of encapsulating agents on encapsulation efficiency and cooling performance of the hydrogel patches were evaluated. The encapsulation efficiency was analyzed and characterized the encapsules using Fourier-transform infrared spectroscopy (FTIR) and scanning electron microscopy (SEM) analyses corroborated the effectiveness of the encapsulation process. Results indicated that HE contained total phenolics of 97.38±0.19 mgGAE/g. Moreover, HE had an IC50 value against the DPPH scavenging assay of 0.182±0.53 g/ml. The highest encapsulation efficiency (87.95%) was achieved using combination wall of 1% sodium alginate and gum arabic. Morphological analysis using SEM revealed the surface particle aggregation of the hydrogel patches. Furthermore, FTIR analysis confirmed the interaction between HE and encapsulating agents, indicating successful microencapsulation. These findings suggest that encapsulation is a promising strategy to enhance the stability and efficacy of HM for pharmaceutical applications. ENCAPSULATION OF BEETROOT EXTRACT USING SODIUM ALGINATE/SODIUM ALGINATE-CASEIN SODIUM SALT: STUDY OF PHYSICAL AND CHEMICAL PROPERTIES This study aimed to develop microcapsules containing beetroot extract (BE) to enhance the stability of phenolic compounds during storage and thermal exposure. Beetroot extract was obtained using microwave-assisted extraction, resulting in an extraction yield of 9.58%. The total phenolic content (TPC) of the crude extract was determined to be 25.12±0.23 mg GAE/g extract. To improve the stability of phenolic compounds, BE was microencapsulated using natural wall materials. Sodium alginate was employed as a single wall material, while a combination of sodium alginate and casein sodium salt was used as a mixed wall system. The encapsulation efficiency and physicochemical characteristics of the resulting microcapsules were investigated. Among the tested formulations, microcapsules prepared using 3.0% (w/v) sodium alginate exhibited a more spherical morphology and smoother surface characteristics compared with other formulations. However, the optimized mixed-wall formulation using 3.0% (w/v) sodium alginate combined with 1.0% (w/v) casein sodium salt and crosslinked in 5.0% (w/v) CaCl2 solution demonstrated the thermal stability and the low degradation of phenolic compounds during thermal treatment and had higher encapsulation efficiency than single wall formulation. After 14 days of storage, the total phenolic contents of microcapsules prepared with single-wall alginate and mixed-wall sodium alginate–casein sodium salt systems were 23.18±0.23 and 24.59±0.16 mg GAE/g extract, respectively. These findings indicate that microencapsulation of BE using natural biopolymeric wall materials can effectively reduce polyphenol degradation and improve the thermal stability and shelf life of beetroot phenolics, thereby enhancing the potential applications of BE in food, pharmaceutical, and nutraceutical products.
คำสำคัญ : นานาชาติ  ประชุมICSTI2026  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 151  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 8/6/2569 14:57:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 12:37:26
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 30 ปี 2569 (AMM2026) และการประชุมวิชาการ เรื่อง ทฤษฎีจำนวนและการประยุกต์ ปี 2569 (CNA2026)
การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 30 ปี 2569 (AMM2026) และการประชุมวิชาการ เรื่อง ทฤษฎีจำนวนและการประยุกต์ ปี 2569 (CNA2026) ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2569 ณ อวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 94  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 6/6/2569 14:58:20  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 14:32:59
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 30 ปี 2569 (AMM2026) และการประชุมวิชาการ เรื่อง ทฤษฎีจำนวนและการประยุกต์ ปี 2569 (CNA2026)
การประชุมวิชาการทางคณิตศาสตร์ ครั้งที่ 30 ปี 2569 (AMM2026) และการประชุมวิชาการ เรื่อง ทฤษฎีจำนวนและการประยุกต์ ปี 2569 (CNA2026) ในวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2569 ณ อวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จังหวัดขอนแก่น และคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คำสำคัญ : การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 94  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 6/6/2569 14:58:20  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 14:32:59
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตร AUN-QA Implementation and Gap Analysis version 4 รุ่นที่ 27
การอบรมหลักสูตร AUN-QA Implementation and Gap Analysis version 4 รุ่นที่ 27 ในวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : AUN-QA  Gap Analysis  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 97  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 6/6/2569 14:46:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 14:32:58
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การอบรมหลักสูตร AUN-QA Implementation and Gap Analysis version 4 รุ่นที่ 27
การอบรมหลักสูตร AUN-QA Implementation and Gap Analysis version 4 รุ่นที่ 27 ในวันที่ 11-12 พฤษภาคม 2569 เวลา 8.30 น. - 16.30 น. แบบออนไลน์ ผ่านระบบ Zoom Meeting จัดโดยที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย
คำสำคัญ : AUN-QA  Gap Analysis  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 97  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 6/6/2569 14:46:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 14:32:58
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » โครงการวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ CWIE ๕.๐
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจภาพรวมของการขับเคลื่อน CWIE ทั้งในมิตินโยบาย ระดับการบริหารจัดการหลักสูตร ระดับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ และระดับผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคตว่า การผลิตบัณฑิตจำเป็นต้องมุ่งสู่การสร้างคนที่ พร้อมทำงาน สร้างนวัตกรรม ปรับตัวได้ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคการทำงานจริง
คำสำคัญ : CWIE  สถานประกอบการ  สหกิจศึกษา  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 101  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 6/6/2569 10:51:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 19:34:06
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » โครงการวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ CWIE ๕.๐
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจภาพรวมของการขับเคลื่อน CWIE ทั้งในมิตินโยบาย ระดับการบริหารจัดการหลักสูตร ระดับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ และระดับผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคตว่า การผลิตบัณฑิตจำเป็นต้องมุ่งสู่การสร้างคนที่ พร้อมทำงาน สร้างนวัตกรรม ปรับตัวได้ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคการทำงานจริง
คำสำคัญ : CWIE  สถานประกอบการ  สหกิจศึกษา  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 101  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 6/6/2569 10:51:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 19:34:06
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » โครงการวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ CWIE ๕.๐
การเข้าร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจภาพรวมของการขับเคลื่อน CWIE ทั้งในมิตินโยบาย ระดับการบริหารจัดการหลักสูตร ระดับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ และระดับผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคตว่า การผลิตบัณฑิตจำเป็นต้องมุ่งสู่การสร้างคนที่ พร้อมทำงาน สร้างนวัตกรรม ปรับตัวได้ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคการทำงานจริง
คำสำคัญ : CWIE  สถานประกอบการ  สหกิจศึกษา  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 101  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 6/6/2569 10:51:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 19:34:06
การอบรมแลกเปลี่ยนความรู้ » The 6th International Conference on Science, Technology & Innovation (2026) in Design and Fabrication of Bio-Based Hydroquinone Functional Materials from Citrus hystrix Dc. for Antioxidant Performance Enhancement in nonpolar Systems
การเข้าร่วมการสมนาทางวิชาการในงาน The 6th International Conference on Science, Technology & Innovation (2026)ณ. คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ ได้นำเสนอผลงานในรูปแบบโปสเตอร์ นำเสนอผลงาน และรับฟังการนำเสนองานวิจัยทางด้านเคมี ในหัวข้อต่างๆได้ทำอภิปราย และซักถามในงานวิจัยที่สนใจ เพื่อนำเอาทักษะ หรือความก้าวหน้าทางด้านวิจัยใหม่ๆไปใช้ในงานวิจัย และการเรียนการสอน
คำสำคัญ : สมนาทางวิชาการ  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 126  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อุทุมพร กันแก้ว  วันที่เขียน 4/6/2569 13:30:32  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 15:28:03
Conference » การสร้างความเชื่อมั่นใน AI: อัลกอริทึม ข้อมูล และกระบวนการ (Building Trust in AI: Algorithms, Data, and Process)
Keynote Speaker โดย Assoc. Prof. Teeradaj Racharak, Ph.D. Tohoku University ได้บรรยายถึงเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นใน AI ซึ่งในปัจจุบัน ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำไปใช้งานเพิ่มมากขึ้น ทั้งในงานสำคัญที่มีผลกระทบสูงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน การสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ให้กับ AI จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญอย่างยิ่ง AI ที่น่าเชื่อถือไม่ได้หมายถึงเพียงการมีความแม่นยำในการทำนายสูงเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถอธิบายเหตุผลของผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใส มีความทนทานต่อความเปลี่ยนแปลง ใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และผ่านกระบวนการประเมินที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถไว้วางใจได้ การบรรยายนี้นำเสนอแนวคิดแบบองค์รวมเกี่ยวกับ AI ที่สามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้ (Verifiable and Trustable AI) โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ความเชื่อมั่นในอัลกอริทึม (Trust in Algorithms) ความเชื่อมั่นในข้อมูล (Trust in Data) และความเชื่อมั่นในกระบวนการ (Trust in Process)
คำสำคัญ : Trust in AI  Trust in Algorithms  Trust in Data  Trust in Process  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 93  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน สายัณห์ อุ่นนันกาศ  วันที่เขียน 27/5/2569 10:47:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 21:25:52
Conference » การสร้างความเชื่อมั่นใน AI: อัลกอริทึม ข้อมูล และกระบวนการ (Building Trust in AI: Algorithms, Data, and Process)
Keynote Speaker โดย Assoc. Prof. Teeradaj Racharak, Ph.D. Tohoku University ได้บรรยายถึงเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นใน AI ซึ่งในปัจจุบัน ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำไปใช้งานเพิ่มมากขึ้น ทั้งในงานสำคัญที่มีผลกระทบสูงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน การสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ให้กับ AI จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญอย่างยิ่ง AI ที่น่าเชื่อถือไม่ได้หมายถึงเพียงการมีความแม่นยำในการทำนายสูงเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถอธิบายเหตุผลของผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใส มีความทนทานต่อความเปลี่ยนแปลง ใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และผ่านกระบวนการประเมินที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถไว้วางใจได้ การบรรยายนี้นำเสนอแนวคิดแบบองค์รวมเกี่ยวกับ AI ที่สามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้ (Verifiable and Trustable AI) โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ความเชื่อมั่นในอัลกอริทึม (Trust in Algorithms) ความเชื่อมั่นในข้อมูล (Trust in Data) และความเชื่อมั่นในกระบวนการ (Trust in Process)
คำสำคัญ : Trust in AI  Trust in Algorithms  Trust in Data  Trust in Process  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 93  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน สายัณห์ อุ่นนันกาศ  วันที่เขียน 27/5/2569 10:47:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 21:25:52
Conference » การสร้างความเชื่อมั่นใน AI: อัลกอริทึม ข้อมูล และกระบวนการ (Building Trust in AI: Algorithms, Data, and Process)
Keynote Speaker โดย Assoc. Prof. Teeradaj Racharak, Ph.D. Tohoku University ได้บรรยายถึงเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นใน AI ซึ่งในปัจจุบัน ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำไปใช้งานเพิ่มมากขึ้น ทั้งในงานสำคัญที่มีผลกระทบสูงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน การสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ให้กับ AI จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญอย่างยิ่ง AI ที่น่าเชื่อถือไม่ได้หมายถึงเพียงการมีความแม่นยำในการทำนายสูงเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถอธิบายเหตุผลของผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใส มีความทนทานต่อความเปลี่ยนแปลง ใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และผ่านกระบวนการประเมินที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถไว้วางใจได้ การบรรยายนี้นำเสนอแนวคิดแบบองค์รวมเกี่ยวกับ AI ที่สามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้ (Verifiable and Trustable AI) โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ความเชื่อมั่นในอัลกอริทึม (Trust in Algorithms) ความเชื่อมั่นในข้อมูล (Trust in Data) และความเชื่อมั่นในกระบวนการ (Trust in Process)
คำสำคัญ : Trust in AI  Trust in Algorithms  Trust in Data  Trust in Process  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 93  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน สายัณห์ อุ่นนันกาศ  วันที่เขียน 27/5/2569 10:47:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 21:25:52
Conference » การสร้างความเชื่อมั่นใน AI: อัลกอริทึม ข้อมูล และกระบวนการ (Building Trust in AI: Algorithms, Data, and Process)
Keynote Speaker โดย Assoc. Prof. Teeradaj Racharak, Ph.D. Tohoku University ได้บรรยายถึงเรื่องการสร้างความเชื่อมั่นใน AI ซึ่งในปัจจุบัน ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ถูกนำไปใช้งานเพิ่มมากขึ้น ทั้งในงานสำคัญที่มีผลกระทบสูงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน การสร้าง “ความน่าเชื่อถือ” ให้กับ AI จึงกลายเป็นความท้าทายสำคัญอย่างยิ่ง AI ที่น่าเชื่อถือไม่ได้หมายถึงเพียงการมีความแม่นยำในการทำนายสูงเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถอธิบายเหตุผลของผลลัพธ์ได้อย่างโปร่งใส มีความทนทานต่อความเปลี่ยนแปลง ใช้ข้อมูลอย่างเป็นธรรม และผ่านกระบวนการประเมินที่ผู้เกี่ยวข้องสามารถไว้วางใจได้ การบรรยายนี้นำเสนอแนวคิดแบบองค์รวมเกี่ยวกับ AI ที่สามารถตรวจสอบและเชื่อถือได้ (Verifiable and Trustable AI) โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติหลัก ได้แก่ ความเชื่อมั่นในอัลกอริทึม (Trust in Algorithms) ความเชื่อมั่นในข้อมูล (Trust in Data) และความเชื่อมั่นในกระบวนการ (Trust in Process)
คำสำคัญ : Trust in AI  Trust in Algorithms  Trust in Data  Trust in Process  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 93  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน สายัณห์ อุ่นนันกาศ  วันที่เขียน 27/5/2569 10:47:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 21:25:52
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เมื่อ “AI” เข้ามาในโลกวิจัยแบบผสม…อาจารย์อย่างเราควรปรับตัวอย่างไร?
บทความนี้ถ่ายทอดความรู้และมุมมองที่ได้รับจากการเข้าร่วมเพิ่มพูนความรู้เรื่อง “ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงาน” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้การวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยในยุคดิจิทัล โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วยแนวคิดการผสานการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การออกแบบงานวิจัยแบบ Sequential, Convergent และ Hybrid ตลอดจนการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสนับสนุนการทำวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยยุคใหม่ไม่จำเป็นต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างตัวเลขกับเรื่องเล่า แต่สามารถใช้ทั้งสองร่วมกันเพื่อให้เข้าใจ “ความจริง” ของปรากฏการณ์ได้ลึกขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแทนนักวิจัย แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดมุมมองใหม่ในการทำวิจัยสำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำสำคัญ : AI เพื่อการวิจัย  การวิจัยแบบผสม  ปัญญาประดิษฐ์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 92  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 25/5/2569 20:46:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 11:02:57
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เมื่อ “AI” เข้ามาในโลกวิจัยแบบผสม…อาจารย์อย่างเราควรปรับตัวอย่างไร?
บทความนี้ถ่ายทอดความรู้และมุมมองที่ได้รับจากการเข้าร่วมเพิ่มพูนความรู้เรื่อง “ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงาน” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้การวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยในยุคดิจิทัล โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วยแนวคิดการผสานการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การออกแบบงานวิจัยแบบ Sequential, Convergent และ Hybrid ตลอดจนการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสนับสนุนการทำวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยยุคใหม่ไม่จำเป็นต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างตัวเลขกับเรื่องเล่า แต่สามารถใช้ทั้งสองร่วมกันเพื่อให้เข้าใจ “ความจริง” ของปรากฏการณ์ได้ลึกขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแทนนักวิจัย แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดมุมมองใหม่ในการทำวิจัยสำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำสำคัญ : AI เพื่อการวิจัย  การวิจัยแบบผสม  ปัญญาประดิษฐ์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 92  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 25/5/2569 20:46:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 11:02:57
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เมื่อ “AI” เข้ามาในโลกวิจัยแบบผสม…อาจารย์อย่างเราควรปรับตัวอย่างไร?
บทความนี้ถ่ายทอดความรู้และมุมมองที่ได้รับจากการเข้าร่วมเพิ่มพูนความรู้เรื่อง “ระเบียบวิธีการวิจัยแบบผสมกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยงาน” ระหว่างวันที่ 18–19 พฤษภาคม 2569 ซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้การวิจัยแบบผสม (Mixed Methods Research) ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับคุณภาพงานวิจัยในยุคดิจิทัล โดยเนื้อหาสำคัญประกอบด้วยแนวคิดการผสานการวิจัยเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ การออกแบบงานวิจัยแบบ Sequential, Convergent และ Hybrid ตลอดจนการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสนับสนุนการทำวิจัยอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เขียนสะท้อนให้เห็นว่า งานวิจัยยุคใหม่ไม่จำเป็นต้อง “เลือกข้าง” ระหว่างตัวเลขกับเรื่องเล่า แต่สามารถใช้ทั้งสองร่วมกันเพื่อให้เข้าใจ “ความจริง” ของปรากฏการณ์ได้ลึกขึ้น พร้อมทั้งชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแทนนักวิจัย แต่เป็น “ผู้ช่วย” ที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพ และเปิดมุมมองใหม่ในการทำวิจัยสำหรับอาจารย์มหาวิทยาลัย
คำสำคัญ : AI เพื่อการวิจัย  การวิจัยแบบผสม  ปัญญาประดิษฐ์  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 92  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 25/5/2569 20:46:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/7/2569 11:02:57