การศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับ abiotic stress ในข้าว จากการประชุมพันธุศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 20
วันที่เขียน 4/9/2560 19:24:56     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/5/2569 21:10:51
เปิดอ่าน: 11769 ครั้ง

Genome-wide association study (GWAS) เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลำดับเบสที่แตกต่างกันในจีโนมของกลุ่มประชากรหนึ่งๆ ต่อลักษณะฟีโนไทป์หนึ่งๆ ที่มีความแตกต่างกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบบริเวณของดีเอ็นเอที่เกี่ยวข้องกับลักษณะฟีโนไทป์ที่สนใจนั้น ซึ่งในการวิเคราะห์หาบริเวณดีเอ็นเอที่มีความสัมพันธ์กับลักษณะที่ศึกษานั้น นอกจากข้อมูลลำดับดีเอ็นเอแล้ว อาจจะต้องใช้ข้อมูล transcriptomes proteomics และ metabolomics ร่วมวิเคราะห์ด้วย ในการศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะทนเค็มในข้าวพบว่ายีนยีน CROOK-NECKED อาจบทบาทสำคัญต่อการตอบสนองต่อการทนเค็ม และอาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมการตอบสนองหรือปรับตัวต่อสภาวะความเครียดจากความเค็มในข้าว

การศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับ abiotic stress ในข้าว

Genome-wide association study (GWAS) เป็นการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลำดับเบสที่แตกต่างกันในจีโนมของกลุ่มประชากรหนึ่งๆ ต่อลักษณะฟีโนไทป์หนึ่งๆ ที่มีความแตกต่างกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทราบบริเวณของดีเอ็นเอที่เกี่ยวข้องกับลักษณะฟีโนไทป์ที่สนใจนั้น ซึ่งสามารถศึกษาร่วมกับการศึกษาทางโอมิกส์ต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลของบริเวณดีเอ็นเอที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่นการศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะ abiotic stress อาจศึกษาโดยวิธี GWAS ซึ่งจะศึกษาเพื่อเปรียบเทียบลำดับดีเอ็นเอในจีโนมของพืชแต่ละต้น เพื่อหาคสัมพันธ์กับความสามารถในการทนต่อ abiotic stress ร่วมกับการเปรียบเทียบข้อมูล transcriptomes และ proteomes ของพืชทียู่ในสภาวะปกติ และพืชที่อยู่ในสภาวะ abiotic stress และอาจศึกษาข้อมูลของ  metabolomes เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับวิถีการสังเคราะห์สารเหล่านั้นด้วย แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์ด้วย bioinformatics เพื่อที่จะหายีนหรือบริเวณดีเอ็นเอที่อาจเกี่ยวข้องกับการทนต่อ abiotic stress หลังจากนั้นจึงศึกษาหน้าที่ของยีนนั้นๆ ด้วยวิธี reverse genetics โดยถ่ายยีนเข้าสู่พืชแล้วจึงศึกษา transcriptome และ proteomes ของพืชที่ถูกถ่ายยีนนี้ เปรียบเทียบกับพืชปกติ พร้อมทั้งศึกษาลักษณะฟีโนไทป์ที่เกิดขึ้น  

          การศึกษายีนที่เกี่ยวข้องกับลักษณะทนเค็มในข้าวโดยวิธี GWAS ดีเอ็นเอในจีโนมของข้าว 171 สายพันธุ์ถูกเปรียบเทียบและศึกษาความสัมพันธ์กับลักษณะการเจริญของรากภายใต้สภาวะปกติ และสภาวะเครียดจากความเค็ม พบว่ามียีนที่อาจเกี่ยวข้อง 19 ยีน และมี 16 ยีนที่พบว่าเป็น orthologous gene กับ Arabidopsis หลังจากนั้นจึงตรวจสอบหน้าที่ของยีนเหล่านั้น โดยศึกษาใน Arabidopsis ที่มียีนเหล่านี้กลายพันธุ์ พบว่า Arabidopsis ที่มีการกลายพันธุ์ของยีน AT5G41770 ซึ่งเป็นยีน ortholog กับ LOC_Os05g22260 หรือ CROOK-NECKED gene สามารถเจริญเติบโตในสภาวะความเครียดจากความเค็ม และมีพิกเมนต์สำหรับการสังเคราะห์แสงในปริมาณที่สูงกว่าพืชปกติ (wild type) นอกจากนี้เมื่อเลี้ยงต้นกลายพันธุ์ (mutant line) ที่อยู่ในระยะออกดอกในสารละลาย 350 mM NaCl พบว่าต้นกลายพันธุ์สามารถรักษาปริมาณพิกเมนต์สำหรับการสังเคราะห์แสง และรักษาระดับน้ำในเซลล์ได้ ดังนั้นยีน CROOK-NECKED จีงมีบทบาทสำคัญต่อการตอบสนองต่อการทนเค็ม และอาจเกี่ยวข้องกับการควบคุมการตอบสนองหรือปรับตัวต่อสภาวะความเครียดจากความเค็ม  

            จากความรู้นี้และความรู้อื่นๆ จากการเข้าร่วมประชุมสามารถนำมาในการเรียนการสอนต่างๆ ในสาขาวิชาพันธุศาสตร์ และใช้ในการวิจัยได้    

ที่มา:      Kojonna T, Khunpolwattana N, Buaboocha T, Pongpanich M, Suriya-aroonroj D and Chadchawan S. (2007) Genome-wide association study for root biomass under salt stress at seedling stage in local Thai rice varieties. In National Genetics Conference 2017 “Integrative Genetics: from Discovery to Innovation” (pp. 106). Online proceeding. 

            Chadchawan S. (2017) Omic science for abiotic stress tolerant gene identification and mechanism studies. In National Genetics Conference 2017 “Integrative Genetics: from Discovery to Innovation” (pp. 17). Online proceeding.

 

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=719
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
ความรู้จากการนำเสนอผลงานทางวิชาการ » หนังสือและ ตำรา การเริ่มต้นงานเขียนอย่างมีคุณภาพ
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ การเขียนหนังสือและตำราเพื่อประกอบการขอตำแหน่งทางวิชาการ 30 พฤศจิกายน 2568 โดย ศาสตราจารย์ปิยะแสง จันทรวงศ์ไพศาล มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้รับความรู้เรื่องโครงสร้าง หนังสือแ...
หนังสือ ตำรา แตกต่าง     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน สุภาพร แสงศรีจันทร์  วันที่เขียน 6/5/2569 12:35:34  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/5/2569 4:44:45   เปิดอ่าน 17  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7
การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการประมงแ...
การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 3/5/2569 21:03:47  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/5/2569 17:29:05   เปิดอ่าน 2062  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7
การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (มหาวิทยาลัยแม่โจ้) ครั้งที่ 7 ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 ณ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ซึ่งจัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการประมงแ...
การประชุมวิชาการ  คณิตศาสตร์  วิทยาศาสตร์     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 3/5/2569 21:03:45  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/5/2569 12:45:52   เปิดอ่าน 32  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เขียนผลวิจัยอย่างไร…ไม่ให้กรรมการงง: บทเรียนจากห้องอบรมที่อยากเล่าให้เพื่อนอาจารย์ฟัง
บทความนี้เป็นการสะท้อนการเรียนรู้จากการอบรมออนไลน์เรื่อง “หลักการเขียนผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเขียนบทความวิจัยให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยพบว่า ก...
การเขียนผลการวิจัย  การอภิปรายผล  อาจารย์นักวิจัย     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 3/5/2569 14:30:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/5/2569 18:36:25   เปิดอ่าน 31  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » จากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิมสู่การใช้ GenAI: บทสะท้อนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ยุคใหม่
การเข้าร่วมอบรมออนไลน์กับหน่วยงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในวันที่ 28 เมษายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดและหลักการในการเข้าถึง สืบค้น คัดกรอง และสรุปเนื้อหาจากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิม” และ “การเลือกและ...
Generative AI  การทบทวนวรรณกรรม  การสะท้อนการเรียนรู้  งานวิจัยเชิงวิชาการ  อาจารย์ยุคใหม่     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 29/4/2569 17:23:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/5/2569 18:43:26   เปิดอ่าน 32  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง