การอบรมแบบออนไลน์ เรื่อง Active learning: Engaging students in online classes
วันที่เขียน 15/11/2564 16:19:38     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/9/2569 17:40:02
เปิดอ่าน: 2862 ครั้ง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) ทำให้รูปแบบการเรียนรู้จากห้องเรียนปรับเปลี่ยนสู่รูปแบบการเรียนการสอนเป็นแบบออนไลน์เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้ผู้สอนหลายท่านพบประสบปัญหาในการสอนแบบออนไลน์ ที่ผู้เรียนไม่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมการสอน ทำให้การสอนเป็นลักษณะการบรรยาย ไม่เกิดการปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง ซึ่งการสอนแบบออนไลน์นั้น ผู้สอนจำเป็นต้องมีทักษะ 3 อย่างด้วยกัน คือ 1. ทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสอน (Digital skills) 2. ทักษะการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ให้เหมาะสมกับผู้เรียน เทคนิคการสอน การสร้างความผูกพันในการเรียนให้กับผู้เรียนในรูปแบบออนไลน์ (Teaching and learning skills) 3. ทักษะการสื่อสาร โต้ตอบและการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ (Personal skills) เพื่อสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและสนุกในกระบวนการเรียนรู้ และที่สำคัญระหว่างการสอนผู้สอนต้องตรวจสอบปฏิสัมพันธ์ หรือให้พื้นที่แก่ผู้เรียนเป็นระยะๆ โดยใช้แบบสอบถามใจ เพื่อตรวจสอบสถานะความพร้อมของผู้เรียนเสมอ ว่ามีปัญหา หรือต้องการระบายความรู้สึก เพื่อที่ผู้สอนจะได้ช่วยแก้ไข แนะนำผู้เรียนทันเวลาตามสถานการณ์ได้ เนื่องจากการเรียนแบบออนไลน์ผู้เรียนอยู่หน้าจอตลอดเวลา ไม่ได้สื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นน้อย ขาดช่วงเวลาในการพัฒนาการด้านสังคมตามช่วงวัย ทำให้เกิดความเครียดสะสม และนำไปสู่สภาวะซึมเศร้าได้ จะเห็นว่าการสอนแบบออนไลน์ผู้สอนต้องใช้หลายทักษะในการสร้างห้องเรียนให้น่าเรียนน่าสนใจ อีกทั้งสิ่งสำคัญยังต้องรักษาใจของผู้เรียนให้พร้อมต่อการเรียนเสมอ ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของผู้สอนที่จะให้แก่ผู้เรียน เพื่อช่วยผู้เรียนให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ได้สำเร็จ

โครงการอบรมแบบออนไลน์ เรื่อง Active learning: Engaging students in online classes จัดโดยสมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย (สมาคม ควอท) ซึ่งได้รับความรู้จากท่านวิทยากรด้วยกัน 3 ท่าน คือ 1. รองศาสตราจารย์ ดร.ธนิตา เลิศพรกุลรัตน์    2. รองศาสตราจารย์ ดร.ชนัตถ์ พูนเดช             3. อาจารย์รณยุทธ เอื้อไตรรัตน์   จากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในหัวข้อเรื่อง การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ การเรียนรู้เชิงรุกในรูปแบบออนไลน์และผสมผสาน  และ การพัฒนา Personal skill ของผู้สอนด้านทักษะการสื่อสารโต้ตอบและ สร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน ทำให้ได้ทราบว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (COVID-19) นี้ ทำให้รูปแบบการเรียนรู้จากห้องเรียนปรับเปลี่ยนรูปแบบการสอนเป็นแบบออนไลน์เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้ผู้สอนหลายท่านพบประสบปัญหาในการสอนแบบออนไลน์ ที่ผู้เรียนไม่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมการสอน ทำให้การสอนเป็นลักษณะการบรรยาย ไม่เกิดการปฏิสัมพันธ์โต้ตอบกันระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง ซึ่งการสอนแบบออนไลน์นั้น ผู้สอนจำเป็นต้องมีทักษะ 3 อย่างด้วยกัน คือ

1. ทักษะการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการสอน (Digital skills)       

2. ทักษะการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ให้เหมาะสมกับผู้เรียน เทคนิคการสอน การสร้างความผูกพันในการเรียนให้กับผู้เรียนในรูปแบบออนไลน์ (Teaching and learning skills)

3. ทักษะการสื่อสาร โต้ตอบและการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ (Personal skills)

 

-เครื่องมือดิจิทัล (Digital tools) ในการสอนแบบออนไลน์มีโปรแกรมที่หลากหลายสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของเนื้อหาการสอน ตัวอย่างเช่น

- Ms Powerpoint    เครื่องมือป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนผ่านคำถาม เล่นเกม หรือทบทวนความรู้  

- Mentimeter         เครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนผ่านคำถาม สำรวจ(Survey)  หรือ ระดมสมอง

- Socrative/ Quizizz/ Kahoot เครื่องมือสร้างแบบทดสอบออนไลน์ ทดสอบได้ทั้งแบบเดี่ยว และแบบทีม

- Online Stopwatch    เครื่องมือช่วยสุ่มชื่อนักเรียน แบ่งกลุ่มนักเรียน และจับเวลา  

- Edpuzzle /Nearpod เครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนผ่านการดูวีดีโอ แล้วตอบคำถาม หรือการทำแบบทดสอบ  เป็นต้น 

 

-รูปแบบการสอน(Teaching tools)  รูปแบบการออนไลน์สามารถใช้ได้หลายรูปแบบผสมผสานกัน เช่น Interactive lecture, Learner Content Interaction, Think Pair Share,  Role playing, Jigsaw technique, Storytelling, Points and rewards, Gallery walk, Avatar technique เป็นต้น 

ตัวอย่างรูปแบบการสอน เช่น Learner Content Interaction เป็นการดูวีดีโอสั้นๆ ความยาวไม่เกิน 2 นาที แล้วตอบคำถาม ซึ่งควรมี 4-5 ข้อ  โดยใช้โปรแกรม Edpuzzle  เป็นเครื่องมือในการสร้างสื่อการสอน หรือ หากเป็นการดูวีดีโอที่เนื้อหาค่อนข้างเยอะ หรือ การ Live สด ระยะเวลาไม่ควรเกิน 18 นาที ต่อ ครั้ง หรือ การสอนรูปแบบ Avatar technique เป็นรูปแบบการสอนแบบใหม่ โดยให้ผู้เรียนตั้งชื่อ อวตาร ที่เป็นนามสมมุติ เพื่อใช้ในการตอบคำถาม และสามารถแต่งรูปภาพเป็นตัวตนของตัวเองได้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้กล้าแสดงออก และปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนได้อย่างไม่กังวลใจ

ระหว่างการสอนหากผู้เรียนหมดความสนใจผู้สอนต้องหากิจกรรมอื่นมาแทรกเพื่อสร้างความปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนเป็นระยะๆ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ เช่น การแบ่งระยะเวลาในการสอนแบบ 25 : 5 กล่าวคือ ทำการบรรยาย 25 นาที พัก 5 นาที ซึ่งในช่วงระหว่างพักผู้สอนควรหากิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้เรียน เช่น ทำความรู้จัก พูดคุยเรื่องทั่วไป การเปิดเพลงฟังตามที่ผู้เรียนเลือกเข้ามา หรือแม้แต่ให้ผู้เรียนสามารถเปิดเพลงเองได้และแชร์ให้ผู้ร่วมเรียนคนอื่นฟัง เป็นต้น  

ดังนั้นผู้สอนจึงต้องมีทักษะการสื่อสาร โต้ตอบและการสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน (Personal skills) ด้วยกฎ 4 P ดังนี้

  1. น้ำเสียง (Pitch) ต้องใช้น้ำเสียงที่เหมาะสมในการบรรยายการสอน การใช้โทนเสียงที่แตกต่างจะสร้างบรรยายการการเรียนการสอนที่ต่างกัน และยังช่วยแก้ปัญหาการพูดแบบเสียงดุดัน หรือ แบบ monotone ได้ เช่น

-การใช้โทนเสียงสูง เพื่อโน้มนาว ดึงดูด สนุกสนาน ชื่นชม

-การใช้โทนเสียงกลาง เพื่อแนะนำทั่วไป เสนอความคิดเห็น

-การใช้โทนเสียงสูง เพื่อเสนอเรื่องที่จริงจัง เน้นข้อความ ความน่าเชื่อถือ

ดังนั้นกฎข้อที่ 1 เปลี่ยนแค่โทนเสียง = บรรยายกาศการสื่อสารเปลี่ยน

  1. หยุดคำ (Pause) เพื่อเป็นการเน้นคำ ให้ความสำคัญ และช่วยแก้ปัญหาการพูดเร็ว สอนเร็ว เช่น “งานวิจัยผมช่วยคนไทย...ได้ถึง 300 ชีวิต” หยุด ระหว่างคำที่ต้องการเน้น 2 วินาที เพื่อเน้นคำให้ดูยิ่งใหญ่ สำคัญขึ้น   “ผมจบมาด้วยเกรด....3.97” หยุด ระหว่างคำเกรด เพื่อเน้นตัวเลข

ดังนั้นกฎข้อที่ 2 การหยุดคำไหน(2วินาที) = เน้นคำให้สำคัญ และใหญ่ขึ้น

  1. ออกเสียง (Projection) การพูดต้องใช้เสียงให้ถูกต้อง ลมต้องออกมาจากช่องท้องมากกว่าลำคอ เพื่อแก้ปัญหาเสียงหาย เสียงเบา เสียงสั่น เสียงแบน การเจ็บคอ ระหว่างการพูด หรือการสอนบรรยายต้องเปิดปากให้กว้างเพื่อเสียงจะได้คมและชัดเจน หากเปิดปากน้อย เสียงจะไม่ชัดเจน เหมือนพูดในลำคอ ผู้เรียนก็จะไม่ได้ยินเสียงผู้สอน

ดังนั้นกฎข้อที่ 3 เสียงที่พุ่งชน = เสียงที่มีพลัง

  1. แบ่งคำ (Pace) การพูดต้องแบ่งคำให้ถูกต้อง ใส่จังหวะการพูดให้ดี เพื่อเน้นรูปประโยคการพูด อาจใช้ภาษากายร่วมด้วยในระหว่างการสอน โดยทำมือสับควบคุมการแบ่งคำ เช่น

สินค้าของเรามี / คุณภาพ /มากครับ

เรื่องนี้ / เป็นเรื่องที่.... สำคัญมาก

ดังนั้นกฎข้อที่ 4  แบ่งคำพูด = เน้นความสำคัญ จริงจัง

บุคลิกภาพของผู้สอน ก็เป็นส่วนสำคัญ เมื่อผู้สอนผู้หน้ากล้อง ผู้เรียนจะเห็นได้ชัดเจน การวางท่าทางต้องสง่า สมาร์ท สายตาต้องมองที่กล้อง ห้ามมองบน(12นาฬิกา) หรือมองตำแหน่ง 6/9 นาฬิกา เพราะจะเป็นบุคลิกภาพที่ไม่น่าดู ดูเบื่อ สื่อออกมาในเชิงลบ ผู้สอนต้องมีลักษณะ Look-Smile-Talk การพูดที่มีลักษณะเป็นมิตร ยิ้มที่แสดงออกมาทางสายตา โดยการพูดคำว่า ดี

ดังนั้น กฎลักษณะของผู้สอนที่ดี คือ Look-Smile-Talk = หมุนหัวไหล่ แล้วพูดว่า ดี

     การสอนแบบออนไลน์ ผู้สอนจำเป็นต้องมีทักษะ Digital skills, Teaching and learning skills และ Personal skills เพื่อสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและสนุกในกระบวนการเรียนรู้ แล้วและที่สำคัญระหว่างการสอนผู้สอนต้องตรวจสอบปฏิสัมพันธ์ หรือให้พื้นที่แก่ผู้เรียนเป็นระยะๆ โดยใช้แบบสอบถามใจ เพื่อตรวจสอบสถานะความพร้อมของผู้เรียนเสมอ ว่ามีปัญหา หรือต้องการระบายความรู้สึก เพื่อที่ผู้สอนจะได้ช่วยแก้ไข แนะนำผู้เรียนได้ เนื่องจากการเรียนแบบออนไลน์ผู้เรียนอยู่หน้าจอตลอดเวลา ไม่ได้สื่อสารหรือมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นน้อย ขาดช่วงเวลาในการพัฒนาการด้านสังคมตามช่วงวัย ทำให้เกิดความเครียดสะสม หรือนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ 

    จะเห็นว่าการสอนแบบออนไลน์ผู้สอนต้องใช้หลายทักษะในการสร้างห้องเรียนให้น่าเรียนน่าสนใจ อีกทั้งสิ่งสำคัญยังต้องรักษาใจของผู้เรียนให้พร้อมต่อการเรียนเสมอ ซึ่งเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญของผู้สอนที่จะให้แก่ผู้เรียน เพื่อช่วยผู้เรียนให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ได้สำเร็จ

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1245
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/9/2569 9:22:56   เปิดอ่าน 26  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/9/2569 15:00:15   เปิดอ่าน 37  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 19/9/2569 6:49:23   เปิดอ่าน 45  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง