ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ระดับหลักสูตรเชิงลึก ครั้งที่ 1
วันที่เขียน 20/3/2560 22:33:02     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 18/9/2569 1:12:30
เปิดอ่าน: 7594 ครั้ง

การเขียนรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ที่ดี ผู้เขียนรายงานจะต้องมีความเข้าใจเกณฑ์ ว่าวัดอะไร โดยในคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา ในแต่ละตัวบ่งชี้ จะมีคำอธิบายเขียนอยู่ ซึ่ง ในการเขียนรายงานการดำเนินการของหลักสูตรให้เขียนตามคำอธิบายตัวบ่งชี้ เพราะผู้ประเมินจะใช้คำอธิบายเหล่านี้ในการให้คะแนนการประเมิน

              ในการเข้าร่วมประชุมอบรมเชิงปฏิบัติการการเขียน SAR ระดับหลักสูตรเชิงลึกใน วันที่ 19 - 20 มีนาคม 256 นี้ ข้าพเจ้าได้รับฟังการบรรยายการเขียน SAR ที่ถูกต้องตามเกณฑ์ จากวิทยากรจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ ผศ.ปราณี พรรณวิเชียร วิทยากรกลางจาก สกอ. และ รศ.เพ็ญรัตน์  หงส์วิทยากร วิทยากรประจำเครือข่ายเพื่อการพัฒนาอุดมศึกษาภาคเหนือตอนบน และ ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ซึ่งได้กล่าวถึง ว่า กระบวนการคือ ขั้นตอนการทำงานในระบบที่ผลักดันให้เกิดผลการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเกณฑ์คุณภาพ ซึ่งในการทำงานเชิงคุณภาพ ความสำคัญอยู่ที่การทำงานตามวงจรคุณภาพ PDCA ดังนั้นกระบวนการย่อยเพื่อขับเคลื่อนจึงมีคามสำคัญที่ควรเฝ้าระวัง และพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบนั้นยั่งยืน ดังนั้นการเขียนรายงานในตัวบ่งชี้ที่เป็นกระบวนการที่ดีต้องเข้าใจเกณฑ์ ว่าวัดอะไร โดยในคู่มือการประกันคุณภาพการศึกษา ในแต่ละตัวบ่งชี้ จะมีคำอธิบาย ดังนี้

              ตัวบ่งชี้ที่.....

              ชนิดของตัวบ่งชี้......

              คำอธิบายตัวบ่งชี้......

              เกณฑ์การประเมิน..................

ซึ่งในการเขียนรายงานการดำเนินการของหลักสูตรให้เขียนตามคำอธิบายตัวบ่งชี้ เพราะผู้ประเมินจะใช้คำอธิบายเหล่านี้เป็นเกณฑ์ในการให้คะแนน ดังนี้

 

ตัวบ่งชี้ที่ 3 นักศึกษา จะมีเกณฑ์การประเมิน คือ

     3.1 การรับนักศึกษา : นักศึกษามีความพร้อมที่จะเรียนในหลักสูตร

     3.2 การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา : นักศึกษาเรียนอย่างมีความสุข และมีทักษะที่จำเป็น ต่อการประกอบอาชีพในอนาคต

     3.3 ผลที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา : นักศึกษามีความพร้อมทั้งการเรียน มีอัตราการคงอยู่

 

ตัวบ่งชี้ที่ 4 อาจารย์ จะมีเกณฑ์การประเมิน คือ

     4.1 การและพัฒนาอาจารย์ : อาจารย์มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้งในด้านคุณวฒิการศึกษา และตำแหน่งทางวิชาการ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง

                                    : การส่งเสริมให้มีการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของอาจารย์ที่สร้างความเข้มแข็งทางวิชาการของหลักสูตร

     4.2 คุณภาพอาจารย์ : อาจารย์มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางสาขาวิชา และมีประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการผลิตบัณฑิต

     4.3 ผลที่เกิดขึ้นกับอาจารย์ : อัตรากำลังอาจารย์เหมาะสมกับนักศึกษา

                                   : อัตราคงอยู่ของอาจารย์

                                   : อาจารย์มีความพึงพอใจต่อการบริหารหลักสูตร

ตัวบ่งชี้ที่ 5 หลักสูตร การเรียนการสอน และการประเมินผู้เรียน จะมีเกณฑ์การประเมินคือ

     5.1 สาระของรายวิชาในหลักสูตร : หลักสูตรมีความทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและความต้องการของประเทศ

     5.2 การวางระบบผู้สอนและกระบวนการจัดการเรียนการสอน

                   : กระบวนการจัดการเรียนการสอนตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียน

                   : การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

                   : ผลการเรียนรู้บรรลุเป้าหมาย

      5.3 การประเมินผู้เรียน

                        : การประเมินที่สะท้อนสภาพจริงของการจัดการเรียนการสอน

                        : อาจารย์ใช้ข้อมูลในการพัฒนาการเรียนการสอน

                        : นักศึกษาใช้ข้อมูลในการปรับปรุงตัวเองให้ประสบความสำเร็จในการเรียน

                        : ประเมินนักศึกษาตามผลการเรียนรู้ที่ตั้งไว้

 

ตัวบ่งชี้ที่ 6 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ จะมีเกณฑ์การประเมินคือ

6.1  สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้

                : การเตรียมสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ให้พร้อมในการจัดการเรียนการสอน

                : การมีส่วนร่วมในแต่ละระดับในการจัดทำแผนหรือจัดหาสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้

                : การเรียนการสอนมีประสิทธิผล

 

              หลังจากนั้นวิทยากรให้แต่ละหลักสูตรได้นำเสนอรายงานการดำเนินการของหลักสูตรแล้วให้ข้อเสนอแนะ สรุปได้ ดังนี้

              ในตัวบ่งชี้ที่ 3.1 การรับนักศึกษา : นักศึกษามีความพร้อมในการเรียนในหลักสูตร การเขียนเป้าหมายจะต้องเขียนทั้งเชิงปริมาณ (เช่น เพื่อให้ได้นักศึกษา จำนวน 40 คน) และเชิงคุณภาพ (เช่น เพื่อให้ได้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนด ได้แก่ สายวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ เกรดเฉลี่ยสะสมตั้งแต่ 2.50 เป็นต้น) และให้เขียนแยกประเภทของการรับให้ชัดเจนเลย โดยจะต้องทำการประเมินว่า นักศึกษาที่รับเข้ามาเป็นไปตามเป้าหรือไม่ กระบวนการใดไม่เป็นไปตามเป้า จึงพิจารณาการปรับปรุงกระบวนการเดิม โดยการรับนักศึกษาจะเป็นกระบวนการรับนักศึกษาที่จะเข้าเรียนในปีการศึกษา 2559

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 3.2 การส่งเสริมและพัฒนานักศึกษา : นักศึกษาเรียนอย่างมีความสุข และมีทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพในอนาคต ซึ่งในประเด็นของการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษานั้น จะต้องดำเนินการก่อนเรียน หรืออย่างช้าภายในภาคการศึกษาแรกเท่านั้น โดยจะต้องมีการทราบถึงความแตกต่างของนักศึกษาแต่ละคนว่าจะต้องเพิ่มเติมความรู้ความสามารถด้านใดให้   ถ้านักศึกษาไปเรียนวิชาต่าง ๆ จะไม่ถือว่าเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาทุกกรณี

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 3.3 ผลที่เกิดกับนักศึกษา : นักศึกษาพร้อมทั้งการเรียน และมีอัตราการคงอยู่ที่ดี เป็นต้น โดยในส่วนของอัตราการคงอยู่จะต้องเปรียบเทียบจำนวนนักศึกษาที่จบตามกำหนดเวลาของหลักสูตร กับจำนวนนักศึกษาแรกเข้า แล้วย้อนหลังไปอย่างน้อย 3 ปี เพื่อจะดูพัฒนาการ โดยจะนับเฉพาะนักศึกษาที่รับเข้าตั้งแต่เริ่มต้นเท่านั้น จะไม่นับนักศึกษาที่ย้ายเข้ามา และในการประเมินความ พึงพอใจ จะต้องระบุชัดเจนว่าจะประเมินเรื่องใดบ้าง และพิจารณาว่าแบบประเมินตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 4.1 การบริหารและพัฒนาอาจารย์ ซึ่งจะต้องรายงานใน 3 ประเด็น ดังนี้ 1.การรับและการแต่งตั้งอาจารย์ประจำหลักสูตร 2. การบริหารอาจารย์ 3. การส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ โดยจะรายงานเฉพาะอาจารย์ประจำหลักสูตรเท่านั้น

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 4.2 คุณภาพอาจารย์ รายงานตามข้อมูลจริง

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 4.3 ผลที่เกิดกับอาจารย์ ซึ่งจะต้องรายงานใน 2 ประเด็น ดังนี้ 1. อัตราการคงอยู่ของอาจารย์ 2. ความพึงพอใจของอาจารย์ โดยถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงอาจารย์ประจำหลักสูตรเลย จะถือว่ามีแนวโน้มที่ดี

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 5.1 การออกแบบหลักสูตร และ สาระรายวิชาในหลักสูตร ให้เขียนเปรียบเทียบระหว่างหลักสูตรปี 2548(หลักสูตรเดิม) และ หลักสูตรปี 2555 (หลักสูตรปัจจุบัน) ว่าหลักสูตรปี 2555 ต่างจากหลักสูตรปี 2548 อย่างไร โครงสร้างหลักสูตรเปลี่ยนแปลงหรือไม่ รายวิชาแกน/วิชาเอก/วิชาเอกเลือกเปลี่ยนแปลงหรือไม่ รายละเอียดวิชาเปลี่ยนแปลงหรือไม่ มีการยุบรายวิชา จาก 2 รายวิชาเป็น 1 รายวิชาหรือไม่ วิธีการสอน/เทคนิคการสอนเปลี่ยนแปลงหรือไม่ วัตถุประสงค์ของหลักสูตรชัดเจนหรือมีอะไรที่ชัดเจนขึ้นหรือไม่ และที่สำคัญ ในช่วง 3 ปี หลังจากที่ได้รับการรับรองจาก สกอ. มีการปรับปรุงอะไรบ้างเพื่อให้หลักสูตรมีความทันสมัย

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 5.2 การกำหนดผู้สอน การกำกับติดตามและตรวจสอบการจัดทำแผนการเรียนรู้ (มคอ. 3, มคอ.4) การจัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทีมีการบูรณาการกับการวิจัย การบริการวิชาการทางสังคม และ การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ให้เขียนอธิบายว่าหลักสูตรมีการมอบหมายงานสอนให้กับอาจารย์ผู้สอนอย่างไร มีเกณฑ์อย่างไร โดยนับเฉพาะรายวิชาในหลักสูตรเท่านั้น ซึ่งการจักการเรียนการสอนจะต้องตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียนเป็นหลัก และในภาคเรียนเดียวกัน นักศึกษาไม่ควรเรียนกันอาจารย์แต่ละท่านหลายวิชา(จะให้ดีต้องเรียนกับอาจารย์แต่ละท่านเพียง 1 รายวิชา เท่านั้น) และนอกจากจะรายงานจำนวนรายวิชาที่บูรณาการด้านต่าง ๆ แล้ว ต้องรายงานด้วยว่าบูรณาการอย่างไร และต้องรายงานในส่วนของการจัดการเรียนการสอนที่เน้นนักศึกษาเป็นศูนย์กลางด้วย เช่น รายวิชาสหกิจศึกษา หรือการนำนักศึกษาไปศึกษานอกสถานที่ เพื่อให้เกิดทักษะการเรียนรู้จริง เป็นต้น

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 5.3 การประเมินผู้เรียน หลักสูตรจะต้องมีการสรุปว่านักศึกษาแต่ละชั้นปีจะได้อะไรจากหลักสูตร เช่น ปี 1 ได้ความเป็นคน ...... ปี 4 สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในวิชาชีพได้ เป็นต้น

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 5.4 ผลการดำเนินงานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ รายงานตามจริง โดยในข้อของบุคลากรสายสนับสนุน ถ้าไม่ได้เป็นบุคลากรที่ได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของหลักสูตรให้ไปนับในส่วนของคณะแทน

 

              ตัวบ่งชี้ที่ 6.1 สิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ จะต้องรายงานใน 2 ประเด็นคือ 1. ระบบการดำเนินงานของภาควิชา/คณะ/สถาบัน โดยมีส่วนร่วมของอาจารย์ประจำหลักสูตรเพื่อให้มีสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ และจำนวนสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ที่เพียงพอและเหมาะสมต่อการจัดการเรียนการสอน และ 2. กระบวนการปรับปรุงตามผลการประเมินความพึงพอใจของนักศึกษาและอาจารย์ต่อสิ่งสนับสนุนการเรียนรู้ ให้รายงานสิ่งสนับสนุนจริง ๆ เช่น e-book e-journal โปรแกรมสำเร็จรูปต่าง ๆ เป็นต้น โดยไม่เน้นสิ่งสนับสนุนทั่วไป เช่น ห้องเรียน เครื่องฉาย หรือ LCD

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=662
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/9/2569 23:09:24   เปิดอ่าน 16  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 5:59:16   เปิดอ่าน 35  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 1:57:20   เปิดอ่าน 41  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง