การประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพทางด้านอาหารของพืชดัดแปลงพันธุกรรม
วันที่เขียน 15/3/2559 9:46:06     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 20:03:37
เปิดอ่าน: 4449 ครั้ง

ประเทศไทยมีการนำเข้าพืชดัดแปลงพันธุกรรม เช่น ถั่วเหลืองต้านทานยาปราบวัชพืช และข้าวโพดต้านทานหนอนเจาะฝัก มาเพื่อใช้ประโยชน์หลายด้าน ทั้งเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร ซึ่งในกระบวนการนำเข้าพืชดัดแปลงพันธุกรรมเหล่านี้จะต้องผ่านการตรวจสอบการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพทางด้านอาหารก่อน โดยกระบวนการประเมินเกิดจากความร่วมมือกันระหว่างองค์การอาหารและยา (อย.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่ง สวทช.จะต้องคณะผู้เชี่ยวชาญมาประเมินพืชดัดแปลงพันธุกรรมนั้น โดยมีกรอบประเด็นการประเมินอยู่ 4 ด้านคือ ด้านชีววิทยาโมเลกุล ด้านโภชนาการ ด้านการก่อพิษ และการก่อภูมิแพ้ การประเมินจะประเมินบนพื้นฐานความเทียบเท่าโดยสาระสำคัญ (substantial equivalence)โดยพืชดัดแปลงพันธุกรรมที่จะนำเข้านั้นจะต้องมียีน ลักษณะการแสดงออก การถ่ายทอดทางพันธุกรรมเป็นไปตามคุณสมบัติของพืชดัดแปลงพันธุกรรมนั้น พร้อมทั้งมีสารอาหารที่ครบถ้วนไม่แตกต่างจากพืชคู่เทียบ(ไม่มีการตัดแปลงพันธุกรรม) และโปรตีนที่เกิดจากยีนที่ใส่เข้าไปจะต้องไม่ก่อให้เกิดพิษและก่อภูมิแพ้ หรือไม่มีหลักฐานชี้นำที่จะก่อพิษและก่อภูมิแพ้เมื่อเทียบกับฐานข้อมูลสารพิษและสารก่อภูมิแพ้

ข้าพเจ้า นางสาวนฤมล เข็มกลัดเงิน ตำแหน่ง อาจารย์ สังกัด สาขาพันธุศาสตร์ ขอนำเสนอรายงานสรุปเนื้อหาและการนำไปใช้ประโยชน์จากการเข้าร่วมอบรมเรื่องการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพทางด้านอาหารของพืชดัดแปลงพันธุกรรม หลักสูตรขั้นประยุกต์ ในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ ปาร์ค กรุงเทพมหานคร ตามหนังสือขออนุญาตเข้าร่วมการอบรมเลขที่ ศธ 0523.4.9.1/031 ลงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 จึงขอนำเสนอสรุปเนื้อหาและการนำไปใช้ประโยชน์ดังต่อไปนี้

ประเทศไทยมีการนำเข้าพืชดัดแปลงพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) หลายชนิด ทั้งเพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารต่างๆ ซึ่งในการนำเข้าพืชจีเอ็มโอเหล่านี้จะต้องผ่านการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพทางด้านอาหารของพืชจีเอ็มโอเหล่านี้ก่อน ซึ่งการประเมินความปลอดภัยนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือกันระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยบริษัทที่ต้องการนำเข้าพืชดัดแปลงพันธุกรรมจะต้องยื่นเอกสารข้อมูลของพืชนั้นๆ มาที่ อย. แล้วทางอย. จึงส่งข้อมูลดังกล่าวมาที่สวทช. เพื่อให้คณะผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพทางด้านอาหารของพืชชนิดนั้น โดยการประเมินจะประเมินบนพื้นฐานความเทียบเท่าโดยสาระสำคัญ (substantial equivalence ) ของอาหารดัดแปลงพันธุกรรมกับอาหารดั้งเดิม (conventional counterpart) โดยประเมิน 4 ประเด็นหลัก คือ ด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล (molecular biology) ด้านโภชนาการ (nutrition) ด้านการก่อพิษ (toxicity) และการก่อภูมิแพ้ (allergenicity) ซึ่งการประเมินในแต่ละประเด็นจะประเมินดังนี้

  1. ด้านชีววิทยาระดับโมเลกุล จะตรวจสอบเกี่ยวกับการข้อมูลโดยทั่วไปของพืชที่นำมาดัดแปลงพันธุกรรม วิธีการดัดแปลงพันธุกรรม ยีน/ข้อมูลองค์ประกอบของยีนที่ใช้ให้เกิดลักษณะที่ต้องการ ข้อมูลการแทรกของยีนในจีโนม ทั้งตำแหน่งและจำนวน การถ่ายทอดลักษณะพันธุกรรมและการคงอยู่ของลักษณะนั้นๆ รวมถึงการตรวจสอบระดับการแสดงออกของโปรตีนที่เนื้อเยื่อต่างๆของพืช รวมถึงโอกาสการทำให้เกิดการถอดรหัสใหม่และการถ่ายทอดไปสู่สิ่งมีชีวิตอื่นๆด้วยเช่นกัน
  2. ด้านโภชนาการ จะประเมินว่าพืชดัดแปลงพันธุกรรมมีองค์ประกอบทางด้านโภชนาการครบถ้วนเทียบเท่ากับพืชที่ไม่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมหรือไม่ โดยพืชดัดแปลงพันธุกรรมจะต้องมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าได้กับพืชที่ใช้เป็นคู่เทียบ โดยคู่เทียบจะเป็นพืชสายพันธุ์ที่ใช้ก่อนการดัดแปลงพันธุกรรม
  3. ด้านการก่อพิษ จะประเมินลักษณะทางเคมี บทบาทหน้าที่ และปริมาณของโปรตีนใหม่ที่เกิดจากยีนที่ใส่เข้าไปในพืช  ความคล้ายคลึงของโปรตีนใหม่กับสารพิษในฐานข้อมูล ความเสถียรของโปรตีนใหม่ต่อความร้อน (Heat stability) ความเสถียรของโปรตีนใหม่ต่อระบบจำลองของกระเพาะและลำไส้ Simulated Gastric Fluid (SGF) / Simulated Intestinal Fluid (SIF) ข้อมูลการทดสอบความเป็นพิษของโปรตีนใหม่ในสัตว์ทดลอง โดยโปรตีนใหม่จากพืชดัดแปลงพันธุกรรมจะต้องไม่ก่อให้เกิดสารพิษทั้งแบบรุนแรงและเรื้อรังกับสัตว์ทดลองที่ใช้
  4. ด้านการก่อภูมิแพ้ การประเมินด้านนี้จะต้องประเมินถึงแหล่งที่มาของดีเอ็นเอ น้ำหนักโมเลกุลของโปรตีนใหม่ โดยโปรตีนใหม่นี้จะต้องไม่มีความคล้ายคลึงกับโปรตีนที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ในมนุษย์โดยเทียบกับฐานข้อมูลสารก่อภูมิแพ้ในปัจจุบัน

 ทั้งนี้ในการประเมินความปลอดภัยทางชีวภาพทางด้านอาหารของพืชดัดแปลงพันธุกรรมนี้จะประเมินจากข้อมูลที่เกิดการจากทดลองที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ที่ทางบริษัทส่งมาให้ โดยพืชดัดแปลงพันธุกรรมนี้จะต้องมีลักษณะตรงตามที่บริษัทกล่าวอ้าง มีลักษณะทางโภชนาการที่เทียบเท่ากับคู่เทียบ ไม่ก่อให้เกิดพิษและก่อภูมิแพ้ ตามฐานข้อมูลสารพิษและสารก่อภูมิแพ้ที่มีในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อคณะผู้เชี่ยวชาญประเมินความปลอดภัยตามประเด็นที่กล่าวข้างต้นแล้วจะส่งผลการประเมินไปยังอย.เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาการอนุญาตการนำเข้าต่อไป

จากการอบรมในครั้งนี้สามารถนำความรู้ที่ไปใช้ประโยชน์ในการเรียนการสอนทั้งวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต (วท 101) และวิชาพันธุศาสตร์เบื้องต้น (ชว 340) ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถนำความรู้ที่ได้ในการประเมินด้านชีววิทยาระดับโมเลกุลไปใช้ในงานวิจัยได้อีกด้วย

  

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=485
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เขียนผลวิจัยอย่างไร…ไม่ให้กรรมการงง: บทเรียนจากห้องอบรมที่อยากเล่าให้เพื่อนอาจารย์ฟัง
บทความนี้เป็นการสะท้อนการเรียนรู้จากการอบรมออนไลน์เรื่อง “หลักการเขียนผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเขียนบทความวิจัยให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยพบว่า ก...
การเขียนผลการวิจัย  การอภิปรายผล  อาจารย์นักวิจัย     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 3/5/2569 14:30:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 17:26:43   เปิดอ่าน 3  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » จากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิมสู่การใช้ GenAI: บทสะท้อนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ยุคใหม่
การเข้าร่วมอบรมออนไลน์กับหน่วยงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในวันที่ 28 เมษายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดและหลักการในการเข้าถึง สืบค้น คัดกรอง และสรุปเนื้อหาจากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิม” และ “การเลือกและ...
Generative AI  การทบทวนวรรณกรรม  การสะท้อนการเรียนรู้  งานวิจัยเชิงวิชาการ  อาจารย์ยุคใหม่     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 29/4/2569 17:23:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 9:22:23   เปิดอ่าน 17  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
สรุปรายงานการอบรม » การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา >การเขียนงานวิจัยตีพิมพ์ หนังสือ และตำราโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
ปัจจุบันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการช่วยเขียนงานวิจัย หนังสือ และตำรา กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลา และยกระดับคุณภาพของผลงานวิชาการอย่างมีนัย...
การช่วยเขียนงานวิจัย หนังสือ และตำรา  ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)  แพลตฟอร์ม AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ชมัยพร นิธิกาจณ์พานิช  วันที่เขียน 29/4/2569 12:42:02  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 18:13:41   เปิดอ่าน 25  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » ตีพิมพ์อย่างมีกลยุทธ์: การเลือกวารสารวิชาการสำหรับอาจารย์ยุคดิจิทัล
บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้จากการอบรมเรื่อง “การเลือกวารสารเพื่อตีพิมพ์ผลงานวิชาการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของอาจารย์ในการคัดเลือกวารสารที่เหมาะสมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ครอบคลุมการวิเคราะห์ Ai...
Scopus  TCI  การตีพิมพ์บทความวิจัย  การเลือกวารสาร  อาจารย์ยุคดิจิทัล     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 28/4/2569 16:54:10  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 14:02:54   เปิดอ่าน 21  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง