การเขียนบทคัดย่อ
วันที่เขียน 2/3/2558 10:18:42     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 12/10/2569 1:45:13
เปิดอ่าน: 268568 ครั้ง

บทคัดย่อ คือข้อความที่สำคัญ สั้น และสมบูรณ์ในตัวเอง เพื่ออธิบายผลงานชิ้นหนึ่ง โดยอาจจะประกอบด้วยความสำคัญและความเป็นมา ขอบเขตของงาน วัตถุประสงค์ ข้อค้นพบของงาน บทสรุปของงาน และประโยชน์ของงาน ซึ่งบทคัดย่อจะไม่ใช่การตัดตอนข้อความมาจากงานเขียน

            จากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ (บทคัดย่อ) เมื่อวันพุธ ที่ 15 ตุลาคม 2557 และ วันพุธที่ 22 ตุลาคม 2557 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.สุพัฒน์  สุกมลสันต์ ผู้เชี่ยวชาญของศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นวิทยากร   ให้ความรู้ในครั้งนี้ โดยวิทยากรได้ให้คำแนะนำในการเขียนบทคัดย่อ ตั้งแต่ความหมายของบทคัดย่อ วัตถุประสงค์ของบทคัดย่อ ลักษณะเฉพาะของบทคัดย่อ ชนิดของบทคัดย่อ เนื้อหาของบทคัดย่อ หลักการเขียนที่ดี และข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนบทคัดย่อ โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้

 

ความหมายของบทคัดย่อ

 

บทคัดย่อ คือข้อความที่สำคัญ สั้น และสมบูรณ์ในตัวเอง เพื่ออธิบายผลงานชิ้นหนึ่ง โดยอาจจะประกอบด้วยความสำคัญและความเป็นมา ขอบเขตของงาน วัตถุประสงค์ ข้อค้นพบของงาน บทสรุป    ของงาน และประโยชน์ของงาน ซึ่งบทคัดย่อจะไม่ใช่การตัดตอนข้อความมาจากงานเขียน

 

วัตถุประสงค์ของบทคัดย่อ  

  1. เพื่อให้รายละเอียดกว้าง ๆ ของบทความหรือรายงานการวิจัย
  2. เพื่อให้บริบทแก่ผู้อ่านที่ไม่ได้อ่านบทความหรือรายงานวิจัย
  3. เพื่อให้นักวารสารใช้สำหรับมอบหมายงานให้ผู้ปริทัศน์บทความหรืองานวิจัย
  4. เพื่อให้ผู้ให้บริการบทคัดย่อและสารสนเทศใช้จัดทำดัชนีและค้นหาบทความ
  5. เพื่อให้ผู้ให้บริการการแปลใช้สำหรับแปลให้แก่ผู้อ่านต่างชาติ
  6. เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจว่าควรจะอ่านบทความหรือรายงานการวิจัยหรือไม่
  7. เพื่อช่วยเตือนความจำแก่ผู้อ่านหลังจากที่อ่านบทความหรือรายงานการวิจัยแล้ว
  8. เพื่อให้ผู้อ่านเน้นความสนใจไปยังสาระที่สำคัญของบทความหรือรายงานการวิจัยได้

 

ลักษณะเฉพาะของบทคัดย่อ 

  1. บทคัดย่อควรเป็นส่วนที่ดีที่สุดของบทความ
  2. บทคัดย่อเป็นส่วนที่คนอ่านบ่อยที่สุดรองจากชื่อเรื่อง
  3. บทคัดย่อควรจะให้รายละเอียดถูกต้อง ร้อยเรียงสัมพันธ์กัน และอ่านง่าย
  4. บทคัดย่อควรสั้น กะทัดรัด และมีสาระที่เลือกสรรแล้ว
  5. บทคัดย่อควรจะมีความสมบูรณ์ในตัวเอง และมีความคงเส้นคงวาภายในตัวเอง
  6. บทคัดย่อไม่มีการอ้างอิง ไม่มีตาราง หรือ ภาพประกอบ และไม่ควรใช้อักษรย่อ หากใช้อักษรย่อต้องให้คำนิยามด้วย
  7. ข้อสรุปของบทคัดย่อควรอาศัยข้อมูลหรือข้อสารสนเทศที่มีอยู่ภายในบทคัดย่อนั้น

 

ชนิดของบทคัดย่อ

          บทคัดย่อ จะสามารถแบ่งได้เป็น 6 ชนิด คือ

  1. บทคัดย่อเชิงบรรยาย (Descriptive Abstracts)
  2. บทคัดย่อเชิงปริทัศน์ (Indicative Abstracts)
  3. บทคัดย่อเชิงสารสนเทศ (Informative Abstracts)
  4. บทคัดย่อเชิงโครงสร้าง (Structured Abstracts)
  5. บทคัดย่อเพื่อนำเสนอและประชุม (Presentation and Meeting Abstracts)
  6. บทคัดย่อเพื่อนิเทศ (Poster Abstracts)

 

โดยในโครงการนี้จะกล่าวถึงการเขียนบทคัดย่อเชิงสารสนเทศ เพื่อใช้สำหรับรายงานการวิจัยและบทความวิชาการทั่วไป โดยอาจจะนำเสนอและประชุม ซึ่งจะต้องสั้น กะทัดรัด และสมบูรณ์ โดยจะต้องเขียนตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ที่ผู้จัดกำหนดอย่างเข็มงวด รวมทั้งต้องประณีต โดยปกติจะนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการวิจัย และนัยของผลการวิจัยด้วย ซึ่งอาจจะได้รับการจัดพิมพ์ในเอกสาร หลังการสัมมนา และมีการให้โอกาสเพื่อการซักถาม ณ ที่จัดแสดง

 

เนื้อหาของบทคัดย่อ

          บทคัดย่อที่ใช้สำหรับรายงานการวิจัยและบทความวิชาการทั่วไป จะประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่สำคัญ 5 ส่วน (บางครั้งเรียกว่า 5 Moves) ดังนี้

  1. Motivation / Importance (แรงจูงใจ หรือ ความสำคัญ : ทำไมจึงทำการวิจัยเรื่องนี้)
  2. Statement of Purposes (วัตถุประสงค์)
  3. Methodology (วิธีการวิจัย : ทำวิจัยเรื่องนี้อย่างไร)
  4. Major Results (ผลการวิจัยที่สำคัญ)
  5. Conclusion / Implications (สรุป /นัยสำคัญ)

 

หลักการเขียนที่ดี

          หลักการเขียนบทคัดย่อที่ดี จะเหมือนกับหลักการเขียนรายงานการวิจัย บทความทางวิชาการ และ งานเขียนอื่น ๆ ที่เรียกว่า 4 C ดังนี้

  1. Complete (สมบูรณ์) ครอบคลุมส่วนสำคัญต่าง ๆ ของบทคัดย่อ และหลีกเลี่ยงการอ้างอิง เรื่องส่วนบุคคล
  2. Concise (กะทัดรัด) ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น และไม่กล่าวถึงสารสนเทศที่ไม่สำคัญ
  3. Clear (ชัดเจน) เขียนให้อ่านง่าย มีโครงเรื่องที่ดี หลีกเลี่ยงคำเฉพาะ หรือคำย่อ หรือสัญลักษณ์ ใช้ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ที่คนทั่วไปอ่านแล้วเข้าใจแต่เป็นภาษาทางการ และใช้ประโยคง่าย ๆ แต่มีหลายรูปแบบเพื่อไม่ให้อ่านแล้วขาดเป็นห้วง ๆ
  4. Cohesive (ร้อยเรียง)  เขียนให้ส่วนต่าง ๆ ร้อยเรียงกันเป็นอย่างดี

 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเขียนบทคัดย่อ

          ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย มี 8 เรื่อง ดังนี้

  1. ใช้กาล (tenses) ผิด
  2. ใช้วาจก (voices) ผิด
  3. เขียนความสอดคล้องระหว่างประธานและคำกริยาผิด
  4. ไม่ใช้คำหรือวลีเชื่อมโยงความคิด
  5. ให้รายละเอียดมากเกินไป และฟุ่มเฟือย
  6. ใช้ประโยคที่ยาวมากหรือสั้นมากเกินไป
  7. ไม่ให้รายละเอียดที่สำคัญ
  8. ใช้เครื่องหมาย colon ไม่ถูกต้อง

 

----------------------------------------------------------------------

เอกสารอ้างอิง

ศูนย์ภาษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้. 2558. การเขียนบทคัดย่องานวิจัย. เชียงใหม่ : โรงพิมพ์ช้างเผือก.

สุพัฒน์  สุกมลสันต์ 2557. เอกสารประกอบการอบรม เรื่อง การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษ (บทคัดย่อ) วันที่ 15 และ 22 ตุลาคม 2557.

 

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 18:08:58   เปิดอ่าน 60  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 8:20:36   เปิดอ่าน 65  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 13:12:01   เปิดอ่าน 81  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 19:25:22   เปิดอ่าน 81  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง