สรุปเนื้อหาที่ได้รับจากการเข้าประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2566 นวัตกรรมเกษตร อาหาร และสุขภาพ
วันที่เขียน 19/6/2567 16:18:02     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 12/10/2569 1:45:22
เปิดอ่าน: 542 ครั้ง

จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2566 นวัตกรรมเกษตร อาหาร และสุขภาพ ทำให้ได้รับความรู้ใหม่ๆ เกี่ยวกับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน การนำวัสดุเหลือทิ้งไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ความรู้ด้านการแก้ไขจีโนม และอื่นๆ

                  ตามที่คณะวิทยาศาสตร์ ได้อนุญาตให้ข้าพเจ้าเข้าร่วมประชุมวิชาการระดับชาติประจำปี 2566 นวัตกรรมเกษตร อาหาร และสุขภาพ และเสนอผลงานทางวิชาการในรูปแบบบรรยาย เรื่อง เครื่องหมายไมโครแซตเทลไลต์ที่แยกความแตกต่างระหว่างข้าวโฟเลตสูงและต่ำ เมื่อวันที่ 21-22 ธันวาคม 2566 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นั้น

                   บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมการประชุมวิชาการดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ดังนั้นจึงขอรายงานสรุปเนื้อหาและประโยชน์ที่ได้รับ ดังนี้

  1. สรุปเนื้อหาที่ได้รับจากการเข้าประชุม/อบรม ฯลฯ

สรุปเนื้อหาจากการฟังเสวนาวิชาการ “มอง” “โลก” “เห็น” “เรา” ปฏิบัติการบนฐานความรู้ว่าด้วยป่าชุมชน ผู้คน บนฐานเศรษฐกิจชีวภาพของท้องถิ่น: ประเทศประสบปัญหาการลดลงของทรัพยากรป่าไม้ โดยป่าไม้ในประเทศไทยลดลงจาก 50 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2516 เหลือเพียง 25 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2540 ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมาก กระทบต่อปริมาณน้ำต่อการเกษตร และผลผลิตทางการเกษตร ทำให้ในอนาคตจะมีการกีดกันทางการค้า นั่นคือ ผลิตภัณฑ์จะต้องได้รับการรับรองว่าได้ผลิตโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อม

การเติบโตแบบไร้ทิศทางทำให้เกิดการดึงทรัพยากรมาใช้ประโยชน์แบบไม่สมดุล ในประเทศไทยมีการแก้ปัญหา 2 แบบ คือ การใช้กฎหมาย หรือ การหาอาสาสมัคร โดยมีกฎหมายสำคัญเกิดขึ้นในปี 2561-2562 4 แบบ คือ

  1. พรบ.อุทธยาน โดยให้มีการไปคุยปัญหากับชาวบ้านที่ทำกันในเขตอุทธยาน และห้ามบุกรุกที่ดินทำกินใหม่
  2. พรบ.ป่าสงวน แก้ไขปัญหาเรื่องชาวบ้านในเขตป่าสงวน กฏหมายอนุญาตให้ชาวบ้านอย่ในเขตป่าสงวนได้ ใช้ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  3. กฎหมายป่าชุมชน ให้พิจารณาผลประโยชน์ที่ชาวบ้านจะได้รับจากป่าชุมชน เช่น เพิ่มรายได้ลดรายจ่าย การกักเก็บคาร์บอน การกักเก็บน้ำ การประเมินมูลค่าจากระบบนิเวศน์ของป่า
  4. การส่งเสริมการปลูกป่าไม้ ให้สามารถปลูกได้และตัดใช้ประโยชน์ได้ จากการสำรวจป่าที่ครอบครองโดยชาวกระเหรี่ยง จ.แพร่ พบว่ามีพืชที่ใช้เป็นยาได้ถึง 29 ชนิด การอนุรักษ์ต้องควบคู่กับการมีพื้นที่ในการทำกิน จัดการทรัพยากรป่าไม้ให้พร้อมกิน

ภาวะโลกร้อนทำให้สิ่งมีชีวิตสูญพันธุ์หลายชนิด และอาจเกิดเชื้อโรคใหม่ขึ้นมา การกักเก็บน้ำโดยป่าไม่ผลัดใบสามารถกักเก็บน้ำได้ 60 เปอร์เซ็นต์ ส่วนป่าเต็งรัง กักเก็บน้ำได้เพียง 25 เปอร์เซ็นต์

การพัฒนาเศรษฐกิจแบบ lignocellulose base โดยอาศัยพืชชนิดต่างๆ เช่น เปลี่ยนไร่ข้าวโพดเป็นสวนไผ่ แล้วใช้ไผ่ทำตะเกียบส่งขาย ทำรายได้เข้าชุมชน ในการปลูกไผ่ 1 ไร่ ทำเงินได้เดือนละประมาณ 7,000 บาท และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย

สรุปเนื้อหาจากการฟังเสวนาวิชาการ “การเพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางด้านการเกษตร”:  วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร แบ่งได้ 3 ประเภท ได้แก่ 1. ทางการเกษตร เช่น ฟางข้าว ชานอ้อย ต้นกล้วย ใบลำไย 2. ทางอุตสาหกรรม เช่น ทำกระดาษจากเยื่อข้าวโพด และ up scale ในระดับอุตสาหกรรม การทำจานจากเปลือกข้าวโพด การนำใบกล้วย ใบตองตึง ใบไผ่ใหญ่ๆ มาทำจานแล้วฆ่าเชื้อเพื่อให้เหมาะแก่การบรรจุอาหาร และลดการเผา ลดปริมาณ pm 2.5 ได้ด้วย การนำพืชมาทำ bioplastic ที่สามารถย่อยสลายได้ 3. จากครัวเรือน/จากชุมชน เช่น ขวดน้ำดื่ม/กล่องข้าว สามารถนำมาทำ plastic recycle โดยนำมาผ่านความร้อนแล้วขึ้นรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ เช่น ที่รองแก้ว พวงกุญแจ เป็นต้น

การประยุกต์ใช้วัสดุเหลือใช้แบบอื่นๆ เช่น 1. การนำฟางช้าว เปลือกข้าวโพด เปลือกลำไย เปลือกทุเรียน ซึ่งมี cellulose คุณภาพสูง มีโครงสร้างที่เหมาะกับการนำไปประยุกต์ใช้งานต่างๆ เช่น การทำhydrogel นำไปผสมกับกับดินเนื่องจากอุ้มน้ำได้ดี ดังนั้นจึงไม่ต้องรดน้ำบ่อย 2. การสกัดเส้นใยเปลือกทุเรียนมาทำถาดรองอาหารว่างได้  3. การนำใบลำไย ใบบัว มาใส่สารให้มีความยืดหยุ่นสูง นำมาทำผลิตภัณฑ์ที่คล้ายหนัง เช่น กระเป๋าใส่ธนบัตร จานรองแก้ว เป็นต้น 4. นำเศษไม้มาขึ้นรูปใหม่เป็นที่รองแก้ว แม่เหล็กติดตู้เย็น 5. เยื่อหุ้มเมล็ดนำมาทำ silver nano ทำเป็นผลิตภัณฑ์ balm แก้ปวด/อักเสบ 6. เปลือกผลลำไยนำมาทำเป็นก้อนปลูก กิ่งลำไยนำมาทำเป็นเศษขี้เลื่อยเป็นส่วนประกอบของก้อนปลูก โดยถ้าใส่เมล็ดเข้าไปแล้วรดน้ำ ก็สามารถเจริญเติบโตได้ดี 7. เส้นใยมะพร้าวเอามาขึ้นรูปเป็นก้อนปลูก โดยใช้กาวจากยางพารา เป็นต้น

สรุปเนื้อหาจากการฟังการนำเสนองานวิจัยเรื่อง การแก้ไขยีน Pi21 โดยระบบ CRISPR/Cas9 เพื่อให้ข้าวต้านทานโรคไหม้: โรคไหม้เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อรา ซึ่งทำให้ผลผลิตข้าวเสียหายเป็นจำนวนมากในทุกปี งานวิจัยนี้จึงมุ่งเน้นการปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้ต้านทานต่อโรคไหม้โดยการแก้ไขยีน Pi21 ให้มีการกลายพันธุ์ซึ่งจะทำให้ข้าวต้านทานต่อโรคไหม้ได้ดีขึ้น โดยในการทดลองพบว่าข้าวพันธุ์ หางยี 71 ขาวดอกมะลิ 105 และ Kasalath เป็นพันธุ์อ่อนแอต่อโรคไหม้ จึงได้ออกแบบ sgRNA ของระบบ CRISPR/Cas9 มีตำแหน่งอยู่ที่เอกซอน 1 เพื่อให้เกิดการแก้ไขยีน Pi21 ที่จะกระทบต่อบริเวณสำคัญของยีนทำให้ยีนไม่ทำงาน เมื่อถ่าย construct เข้าสู่ข้าวพันธุ์ Kasalath พบว่า มีประสิทธิภาพการถ่ายยีนสูง และเมื่อนำต้นที่มีการแทรกของยีนระบบ CRISPR/Cas9 มาวิเคราะห์ลำดับเบสพบว่า มีการแก้ไขยีนแบบ biallelic หรือ heterozygous

  ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่

   1นำความรู้ที่ได้มาสอนในรายวิชาสัมมนา เทอม 2/2566 ได้

  1. มีความรู้กว้างขวางขึ้นอาจจะสามารถประยุกต์ใช้ได้ในอนาคต

 ประโยชน์ต่อหน่วยงาน (ระดับงาน/หลักสูตร/คณะ)

   1.ได้บุคลากรในหลักสูตรที่มีความรู้กว้างขึ้น

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 18:08:58   เปิดอ่าน 60  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 8:20:36   เปิดอ่าน 65  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 13:12:01   เปิดอ่าน 81  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 19:25:22   เปิดอ่าน 81  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง