สรุปการเข้าอบรบเรื่อง การจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังผู้เรียน มีความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดค้นนวัตกรรม (1 ก.พ. 66)
วันที่เขียน 1/3/2566 17:02:18     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 20:03:33
เปิดอ่าน: 1397 ครั้ง

ความคิดสร้างสรรค์ คือความคิดที่แตกต่างไปจากความคิดเดิม แรงจูงใจของเรื่องการเรียนรู้ สิ่งแวดล้อม การเลี้ยงดู ครูอาจารย์เป็นปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้ การจัดการเรียนการสอนเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ ควรจัดให้มีการเรียนการเรียนรู้หลากหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีข้อดีแตกต่างกัน

สรุปการเข้าอบรบเรื่อง การจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังผู้เรียน มีความคิดใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ การคิดค้นนวัตกรรม

ความคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking) เป็นความคิดที่แตกต่างไปจากความคิดเดิมๆ ซึ่งได้มากจากตนเอง เกิดจากการใช้ความรู้พื้นฐาน (basic knowledge) และการใช้ทักษะหรือวิธีการร่วมกันพัฒนาเป็นความคิดสร้างสรรค์ หรือถ้าเป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ สร้างเป็นสิ่งคิดค้นแบบใหม่ๆ ก็จะกลายเป็นนวัตกรรมได้

นวัตกรรม เป็นการใช้องค์ความรู้ ร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหา ทำให้เกิดชิ้นงานใหม่ ที่มีประโยชน์ ซึ่งอาจเป็นกระบวนการใหม่ๆ ก็เป็นนวัตกรรมได้

ปัจจัยที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่

1) แรงจูงใจ หากผู้เรียนเห็นคุณค่า หรือมีแรงจูงใจเกี่ยวกับสิ่งที่เรียน ก็จะกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ง่ายและมากขึ้น เช่น เป็นสิ่งที่ชอบ เป็นสิ่งที่ใกล้ตัว เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ เป็นต้น

2) สภาพแวดล้อม ควรสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในการแสดงความคิดเห็น การลองผิดลองถูก เป็นต้น

3) การอบรมเลี้ยงดู พ่อแม่ ควรฟังความคิดเห็นของลูก ไม่ดุ ไม่เข้มงวดเกินไป

4) บุคลิกภาพของครู ไม่เข้มงวดเกินไป รับฟังความคิดเห็นของนักศึกษา ควรสร้างกำลังใจให้นักศึกษา การถามคำถามควรเป็นคำถามปลายเปิดที่มีคำตอบได้หลากหลายแบบ

5) สมอง

วิธีการสอนที่ช่วยกระตุ้นการความคิดสร้างสรรค์ และนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมมีดังนี้

1) การสอนแบบบรรยาย (Lecture) ต้องเป็นการสอนที่สั้น รวดเร็ว ต้องมีลีลาและบุคลิกภาพที่น่าสนใจ ควรมีรูปภาพประกอบ มีการให้ตัวอย่างเยอะ ๆ จะช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ หรือทำให้เห็นประโยชน์ของเนื้อหา ควรกระตุ้นให้นักศึกษาคิด และมีส่วนร่วมในบทเรียนให้ได้มากที่สุด เช่น มีคำถามชวนคิด ทำให้นักศึกษาคิดตาม มีการยกตัวอย่าง และอภิปรายร่วมกัน และควรมีแนวทางการสอนที่หลากหลาย หากเป็นเนื้อหาที่ยาก ควรกระตุ้นให้นักศึกษาสร้างเทคนิคในการจำของตนเอง หรือครูอาจสร้าง trick ที่ช่วยให้นักศึกษาจำได้จ่ายขึ้นได้

2) การแสดงสาธิต (demonstration) ทำให้นักศึกษาให้เห็นกระบวนการจริงๆ

3) การทำการทดลอง (experiment) การลงมือปฏิบัติจริง เมื่อทดลองเสร็จแล้วควรมีคำถามเพิ่มเติมจากผลการทดลอง เพื่อให้เกิดความคิดเพิ่มเติม ความคิดต่อยอดได้มากขึ้น การมอบหมายงานอภิปรายการทดลองที่ต่างกันจะช่วยแก้ปัญหาการลอกงานกันได้

4) การสอนแบบให้หลักการ แล้วยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้ แล้วจึงให้ทำแบบฝึกหัด หรือการสอนแบบยกตัวอย่างประกอบก่อน แล้วจึงสรุปเป็นหลักการ (deduction/induction) จะทำให้นักศึกษาคิดตามและเข้าใจเนื้อหามากขึ้น และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้

5) การดูงานนอกสถานที่ (field trip) ควรมอบหมายงาน หรือมีใบงานให้นักศึกษา ให้นักศึกษาได้สะท้อนการดูงาน เช่น สะท้อนความรู้/ทักษะที่ได้จากการดูงาน สะท้อนสิ่งที่จะนำไปใช้ประโยชน์ อาจทำเป็นรายงาน หรือสรุปเป็นคลิปสั้น หรือทำเป็นวีดีโอประกอบ กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นได้

6) การทำ small group discussion เป็นการสร้างให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็น และรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่น ควรจัดจำนวนคนต่อกลุ่มให้เหมาะสม และควรจัดเวลาหรือให้เวลาในการทำงานร่วมกันอย่างเหมาะสม และให้นักศึกษามีเวลาเตรียมตัวเพื่อทำงานด้วย

7) การเล่นละครสวมบทบาท (role playing) เป็นการสร้างสถานการณ์ ให้นักศึกษาแสดงเป็นบทบาทสมมติต่าง ๆ ทำให้นักศึกษาเข้าใจสถานการณ์ เข้าใจผู้อื่นๆมากขึ้น มักช่วยในเรื่องพฤติกรรม

8) การสร้างละคร (dramatization) มีการเขียนบท เป็นการผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ เป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สูง

9) Simulation การสร้างเป็น case study ของเนื้อหาที่เรียน มีการกระตุ้นสิ่งเร้าต่างๆ ซึ่งจะทำให้เกิดผลแตกต่างกัน สิ่งเร้าและผลที่เกิดขึ้นแบบต่างๆ จะทำให้เกิดการเปรียบเทียบ เกิดการคิดวิเคราะห์โดยใช้หลักการ/ความรู้มากขึ้น

10) การทำงานเป็นกลุ่ม (cooperative learning) เมื่อมอบหมายงานเป็นกลุ่ม ควรมอบหมายให้ชัดเจน มีการตรวจสอบการวางแผนงานของนักศึกษา และควรให้นักศึกษาบอกบทบาทหน้าที่ในกลุ่ม เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการทำงาน

11) การฝึกงาน (work-integrated learning) ทำให้เกิดการเรียนรู้จากการทำงาน จากสถานประกอบการจริง แต่ควรเลือกสถานประกอบการที่เหมาะสมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ของหลักสูตรฯ และกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้จริงๆ

12) Phenomenon-based learning เรียนรู้จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวที่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ของเรา นำมาคิด/วิเคราะห์ร่วมกับนักศึกษา

13) Problem-based learning เช่น การทำปัญหาพิเศษ การศึกษาจากปัญหาต่างๆ เมื่อศึกษาแล้วต้องสร้างให้มีการเชื่อมต่อ/เชื่อมโยงถึงประเด็นการศึกษาให้ได้ และควรเป็นการเรียนรู้จากปัญหาที่มีจริงๆ

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1332
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » เขียนผลวิจัยอย่างไร…ไม่ให้กรรมการงง: บทเรียนจากห้องอบรมที่อยากเล่าให้เพื่อนอาจารย์ฟัง
บทความนี้เป็นการสะท้อนการเรียนรู้จากการอบรมออนไลน์เรื่อง “หลักการเขียนผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการเขียนบทความวิจัยให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยพบว่า ก...
การเขียนผลการวิจัย  การอภิปรายผล  อาจารย์นักวิจัย     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 3/5/2569 14:30:22  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 17:26:43   เปิดอ่าน 3  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » จากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิมสู่การใช้ GenAI: บทสะท้อนการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ยุคใหม่
การเข้าร่วมอบรมออนไลน์กับหน่วยงานวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในวันที่ 28 เมษายน 2569 ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดและหลักการในการเข้าถึง สืบค้น คัดกรอง และสรุปเนื้อหาจากการทบทวนวรรณกรรมแบบดั้งเดิม” และ “การเลือกและ...
Generative AI  การทบทวนวรรณกรรม  การสะท้อนการเรียนรู้  งานวิจัยเชิงวิชาการ  อาจารย์ยุคใหม่     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 29/4/2569 17:23:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 9:22:23   เปิดอ่าน 17  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
สรุปรายงานการอบรม » การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา >การเขียนงานวิจัยตีพิมพ์ หนังสือ และตำราโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)
ปัจจุบันการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการช่วยเขียนงานวิจัย หนังสือ และตำรา กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลา และยกระดับคุณภาพของผลงานวิชาการอย่างมีนัย...
การช่วยเขียนงานวิจัย หนังสือ และตำรา  ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI)  แพลตฟอร์ม AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ชมัยพร นิธิกาจณ์พานิช  วันที่เขียน 29/4/2569 12:42:02  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 18:13:41   เปิดอ่าน 25  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » ตีพิมพ์อย่างมีกลยุทธ์: การเลือกวารสารวิชาการสำหรับอาจารย์ยุคดิจิทัล
บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้จากการอบรมเรื่อง “การเลือกวารสารเพื่อตีพิมพ์ผลงานวิชาการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของอาจารย์ในการคัดเลือกวารสารที่เหมาะสมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ครอบคลุมการวิเคราะห์ Ai...
Scopus  TCI  การตีพิมพ์บทความวิจัย  การเลือกวารสาร  อาจารย์ยุคดิจิทัล     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 28/4/2569 16:54:10  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 3/5/2569 14:02:54   เปิดอ่าน 21  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง