รายงานสรุปเนื้อหาและการนำไปใช้ประโยชน์จากการอบรมการจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังผู้เรียนมีความคิดใหม่ความคิดสร้างสรรค์ การคิดค้นนวัตกรรม
วันที่เขียน 1/3/2566 16:36:31     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/3/2567 20:11:16
เปิดอ่าน: 436 ครั้ง

การสอนให้ผู้เรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถทำได้หลายวิธี หลักการที่สำคัญคือการสร้างบรรยากาศให้ผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลาย และรู้สึกปลอดภัยที่จะแสดงความรู้สึก/ความคิดเห็น นอกจากนี้การสร้างแรงจูงใจจากการแก้ปัญหาในสิ่งใกล้ตัวก็จะเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เรียนสนใจที่จะแก้ปัญหามากขึ้น

       ตามที่คณะวิทยาศาสตร์ ได้อนุญาตให้ข้าพเจ้าเข้าร่วมฟังบรรยายการจัดการเรียนการสอนเพื่อปลูกฝังผู้เรียน มีความคิดใหม่ความคิดสร้างสรรค์ การคิดค้นนวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบการจัดการเรียนการสอนตามเกณฑ์ AUN-QA V.4 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ณ ห้องประชุม 2 อาคารจุฬาภรณ์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้นั้น

        บัดนี้ ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมฟังบรรยายดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ดังนั้นจึงขอรายงานสรุปเนื้อหาและประโยชน์ที่ได้รับ ดังนี้

ความคิดสร้างสรรค์ จะเกิดขึ้นได้ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน ได้แก่ ความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่เหมาะสม เช่น การอดทน ไม่ท้อถอย กล้าลงมือทำ กล้าแสดงออก เป็นต้น หลักการในการสอนให้นักศึกษาเกิดความคิดสร้างสรรค์ มีดังนี้

  1. ต้องจัดสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนให้นักศึกษารู้สึกว่ามีความปลอดภัยต่อการแสดงความคิดเห็น ผ่อนคลาย ใส่ใจผู้เรียนทุกคน ชมเชยอย่างจริงใจ อาจารย์ไม่ตำหนิความคิดต่างของนักศึกษา หากต้องการแก้ไขข้อผิดพลาดควรพูดคุยเป็นการส่วนตัว ไม่ตำหนิต่อหน้าผู้อื่น
  2. อาจารย์ต้องสร้างแรงจูงใจให้นักศึกษามีความคิดสร้างสรรค์ หากเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัว/ชุมชนของนักศึกษาจะทำให้เกิดแรงขับจากด้านในเพื่อการแก้ปัญหานั้น

วิธีการสอนที่ให้นักศึกษาเกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถทำได้หลายวิธีดังนี้

  1. การบรรยาย (Lecture) ผู้สอนควรต้องมีรูปภาพประกอบการบรรยาย ต้องมีลีลาการสอน เรียงลำดับการสอนที่ช่วยให้นักศึกษาเข้าใจได้ในเวลาสั้นๆ มีการหยุดให้นักศึกษาคิดเป็นช่วงๆ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น ใช้คำพูดให้ผู้เรียนเข้าใจได้ง่าย และสนใจ เช่น ศัพท์วัยรุ่น ให้ผู้เรียนสร้างเทคนิคในการจำของตนเอง มีตัวอย่างให้เห็นภาพการนำไปใช้ประโยชน์ ยกตัวอย่างแล้วอธิบายหลักวิชาประกอบ และอย่าให้ผู้เรียนจับแนวทางการสอนของอาจารย์ได้เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาสนใจการเรียน
  2. การทดลอง (Experiment) /การแสดงให้ดู (Demonstration) หลังการทดลองให้เพิ่มการนำไปใช้ประโยชน์ เพิ่มคำถามต่อจากการทดลอง และถ้าเกิดความผิดพลาดจากการทดลองให้ผู้เรียนวิเคราะห์ว่าผิดพลาดเพราะอะไร
  3. รูปแบบการสอน (Deduction/Induction) อาจสอนจากทฤษฏีก่อนแล้วยกตัวอย่างประกอบ หรือเริ่มจากตัวอย่างแล้วยกทฤษฏีมาอธิบายก็ได้ เพื่อให้เกิดความหลากหลายในวิธีการสอน
  4. ทัศนศึกษา (Field Trip) พานักศึกษาไปทัศนศึกษานอกสถานที่ แล้วควรให้นักศึกษาสรุปว่าได้ความรู้อะไรบ้าง มีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร โดยอาจเป็นในรูปแบบการเขียน หรือ VDO clip ก็ได้ ซึ่งจะช่วยห้นักศึกษามีทักษะในศตวรรษที่ 21 เช่น ทักษะด้าน IT เพิ่มขึ้นด้วย
  5. การแสดงความคิดเห็นกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) เพื่อให้เกิดการเปิดใจในการพูดคุย รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น ดังนั้นอาจารย์ต้องสร้างบรรยากาศในการพูดคุยให้นักศึกษากล้าเปิดใจ และอย่าติหนินักศึกษาต่อหน้าคนอื่น จำนวนคนในกลุ่มขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานที่และอุปกรณ์ต้องพอดีกับจำนวนคนเพื่อให้สะดวกต่อการพูดคุย
  6. การกำหนดบทบาทสมมุติ (Role Playing) ให้นักศึกษาจำลองสถานการณ์โดยลองเปลี่ยนกันสวมบทบาทต่างๆ เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของบุคคลแต่ละหน้าที่มากขึ้น ซึ่งวีธีนี้จะมีผลในการปรับพฤติกรรมของนักศึกษาได้ เช่น สมมุติให้นักศึกษาพยาบาลเป็นคนป่วย จะทำให้นักศึกษาเข้าใจความรู้สึกของคนป่วยมากขึ้น และนักศึกษาจะมีใจบริการ ดูแลผู้ป่วยได้ดีขึ้น
  7. การแสดง (Dramatization) ช่วยให้ผู้เรียนสนใจ/สนุกในการเรียนมากขึ้น เช่น การทำ science show เป็นต้น
  8. การสร้างสถานการณ์ (Simulation) เป็นการเร้าด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ อาจมีการสร้าง 2 สถานการณ์เพื่อให้เปรียบเทียบกันและใช้หลักวิชามาวิเคราะห์
  9. การทำงานกลุ่ม (Cooperative learning) เป็นการสร้างบทบาทสมมุติของแต่ละคนในการทำงานกลุ่ม
  10. การเรียนรู้ในที่ปฏิบัติงานจริง (Work-integrated learning) การเข้าไปเรียนรู้การทำงานในสถานประกอบการจริง จะทำให้ผู้เรียนเห็นสภาพแวดล้อมในการทำงาน และได้รับประสบการณ์จริงที่หาไม่ได้ในห้องเรียน
  11. เรียนรู้จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น (Phenomenon-based learning) เป็นการเรียนรู้จากปรากฏการณ์/เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่เกี่ยวการศาสตร์ที่เรียน แล้วนำมาวิเคราะห์
  12. การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning) เช่น การทำโครงการวิจัย/ปัญหาพิเศษ เป็นต้น

 

 ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่

  1. นำหลักการสอนที่ได้จากการอบรมไปใช้ในการเรียนการสอนของหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชาพันธุศาสตร์ เพื่อให้นักศึกษาสนใจ เข้าใจ และสนุกในการเรียนมากขึ้น
  2. สามารถนำหลักการเดียวกันไปใช้กับการสอนวิชาพันธุศาสตร์เบื้องต้นสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาต่าง ๆ ได้อีกด้วย

 

ประโยชน์ต่อหน่วยงาน (ระดับงาน/หลักสูตร/คณะ)

  1. ได้บุคลากรในหลักสูตรที่เข้าใจหลักการสอนมากขึ้น
  2. นักศึกษาในหลักสูตรมีความสนใจ เข้าใจ และสนุกในการเรียนมากขึ้น

 

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1330
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารในประเทศและวารสารต่างประเทศ
การเขียนบทความทางวิชาการเพื่อให้ได้ตีพิมพ์ในวารสารในประเทศและวารสารต่างประเทศนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญ และจำเป็นสำหรับบุคลากรสายวิชาาร เนื่องจากหลังจากที่ทำการศึกษา วิจัย ค้นคว้า ทดลองสิ่งใหม่ ๆ ๆได้แล...
Chat GPT  บทความวิชาการ  วารสาร     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 4/3/2567 10:52:45  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/3/2567 19:59:26   เปิดอ่าน 10  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » โครงการติดตามบุคคลากรคณะวิทยาศาสตร์ที่ครบกำหนดในการดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น กิจกรรมที่ 1 การสร้างความรู้เกี่ยวกับการขอตำแหน่งทางวิชาการ
โครงการติดตามบุคคลากรคณะวิทยาศาสตร์ที่ครบกำหนดในการดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น กิจกรรมที่ 1 การสร้างความรู้เกี่ยวกับการขอตำแหน่งทางวิชาการ ในวันที่ 24 มกราคม 2567 เวลา 08.30 - 15.00 น. ณ ห้องประชุม 2 อาค...
การขอตำแหน่งทางวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิกุล ศรีดารัตน์  วันที่เขียน 23/2/2567 23:01:14  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/3/2567 20:00:34   เปิดอ่าน 37  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง