เอกสารเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการอบรม “จริยธรรมการวิจัยในคน สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 3”
วันที่เขียน 5/8/2564 11:27:29     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/10/2569 1:12:07
เปิดอ่าน: 1953 ครั้ง

โครงการอบรม จริยธรรมการวิจัยในคน สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์ เป็นขั้นตอน กระบวนการที่จะต้องดำเนินการภายใต้การทำวิจัยในคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสอบถาม สัมภาษณ์ เป็นต้น ดังนั้น การที่จะต้องมีการรับรองในด้านจริยธรรมการวิจัยในคนถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ใยการเก็บรวบรวมข้อมูลจากอาสาสมัคร

๑. สรุปรายงานการเข้าร่วมโครงการอบรม รายละเอียดดังนี้

ในการเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ แบ่งการดำเนินการออกเป็น ๒ ช่วง ได้แก่

            ๑.๑ ช่วงเช้า รับฟังการบรรยายในหัวข้อ “หลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์” โดยวิทยากร ๒ ท่านได้แก่ ผศ.ดร.วิรัช วงศ์ภินันท์วัฒนา และ ผศ.ดร.จักรพันธุ์ ขัดชุ่มแสง จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีเนื้อหา สาระ สรุปสังเขปดังนี้ จริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ หมายถึงหลักหรือแนวทางดำเนินการวิจัยที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม และศีลธรรม เพื่อให้นักวิจัยได้ยึดถือและปฏิบัติตามหลักสากลที่การวิจัยนั้นมีการทดลองหรือเก็บข้อมูลจากคน โดยคำนึงถึงความสะดวก ปลอดภัย และประโยชน์ที่อาสาสมัครจะได้รับ และหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์นั้น สามารถพิจารณาจาก 3 หลัก ได้แก่ หลักความเคารพในบุคคล (Respect for Persons) หลักประโยชน์ (Beneficence) และหลักความยุติธรรม (Justice) โดยสรุปในประเด็นดังกล่าว คือ อาสาสมัครได้รับการบอกกล่าว เปิดโอกาสให้ซักถาม ให้เวลาในการตัดสินใจ นักวิจัยรักษาความลับ ความเป็นส่วนตัว และการปิดบังชื่อ/ข้อมูลของอาสาสมัคร การวิจัยต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนทางร่างกายและจิตใจของอาสาสมัคร และได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ผลการวิจัยควรให้ดีต่ออาสาสมัคร ชุมชน หรือสังคม และวิทยากรบรรยายเกี่ยวกับขั้นตอนการพิจารณาจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ และประเภทของงานวิจัยที่จะขอรับการพิจารณาจริยธรรมการวิจัย หลังพักเบรกช่วงเช้า กลับมาฟังบรรยายในหัวข้อ กระบวนการขอความยินยอม (Process of Informed Consent) โดยได้อธิบายกระบวนการขอความยินยอมจากอาสาสมัครในทุกช่วงวัย ที่มีการดำเนินการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับช่วงอายุของอาสาสมัคร

            ๑.๒ ช่วงบ่าย รับฟังการบรรยายเกี่ยวกับเอกสารชี้แจงผู้เข้าร่วมการวิจัย และหนังสือแสดงความสมัครใจในการเข้าร่วมการวิจัย โดยมีเนื้อหาใจความสำคัญ คือ ในการเก็บข้อมูลจากอาสาสมัครนั้น จำเป็นต้องทำเอกสารชี้แจงเพื่อเป็นการให้ข้อมูลอธิบายกระบวนการวิจัยเพื่อตัดสินใจ (Informed Consent) และมีหนังสือแสดงความสมัครใจในการเข้าร่วมการวิจัยโดยได้รับการบอกกล่าว แบบแสดงความยินยอมให้ทำการวิจัย (Informed Consent Form: ICF) ซึ่งเป็นหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมการวิจัย โดยได้รับการบอกกล่าวและเต็มใจ โดยหนังสือแสดงเจตนายินยอมเข้าร่วมวิจัยนั้น จำแนกตามอายุของอาสาสมัคร ดังนี้

                        - อาสาสมัครอายุ 18 ปีขึ้นไป ใช้ Consent Form  เพียงอย่างเดียว

                        - อาสาสมัครอายุ 7 – 17 ปี ใช้ Assent Form และ Consent Form จากผู้ปกครอง

 

                        - อาสาสมัครอายุต่ำกว่า 7 ปี ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลโดยชอบด้วยกฎหมายให้ความยินยอมแทน โดยใช้ Consent Form

                        โดยเอกสารการขอความยินยอมในอาสาสมัครเด็ก (Assent of the Child) สามารถจำแนกเป็นรายละเอียดแต่ละช่วงอายุ ดังนี้

                        - สำหรับเด็กเล็ก (7 – 12 ปี) ให้มีเอกสารข้อมูลฉบับที่ง่ายสำหรับเด็กที่จะเข้าใจได้ โดยอาจมีรูปภาพประกอบคำอธิบาย

                        - สำหรับเด็กโต (13 – 17 ปี) ให้ใช้เอกสารที่มีข้อความเหมือนฉบับสำหรับผู้ปกครองได้ โดยปรับสรรพนามให้เหมาะสม

                        - สำหรับเด็กที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ให้ใช้ Consent Form เหมือนผู้ใหญ่

            และข้อแนะนำในการเขียนเอกสารฯ มีดังนี้ ใช้สรรพนามให้ถูกต้อง เขียนอธิบายให้เข้าใจง่าย ชัดเจน ใช้ภาษาระดับชาวบ้านที่เข้าใจได้โดยทั่วไป ประโยคสั้น ๆ กะทัดรัด ไม่ใช้ศัพท์วิชาการ หรือทับศัพท์ภาษาอังกฤษ ไม่ใช้ข้อความแสดงการบังคับ ลดสิทธิ์ ชักจูง หรือใช้ประโยชน์เกินไป และเป็นการสื่อสาร 2 ทางที่อาสาสมัครมีโอกาสซักถามรายละเอียดหรือข้อมูลเพิ่มเติมจากนักวิจัยได้

                        และหลังจากวิทยากรบรรยายเสร็จ มีการแบ่งกลุ่มย่อย ศึกษากรณีศึกษา พร้อมนำเสนอผลการจากการศึกษากรณีศึกษา โดยในกลุ่มที่รับผิดชอบ ได้แก่ กรณีศึกษาที่ ๕ เรื่องระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการโรงเรียนสังกัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ โดยทำการพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ที่นักวิจัยต้องคำนึงถึงตามหลักเคารพในบุคคล หลักประโยชน์ และหลักยุติธรรม และเมื่อนำเสนอแล้วเสร็จ ได้มีการทำแบบทดสอบหลังการอบรม โดยผู้เข้ารับการอบรมจะต้องผ่านเกณฑ์ร้อยละ ๘๐ จึงจะผ่านตามเกณฑ์ และได้รับใบประกาศนียบัตร

 

๒. ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่

๒.๑ ได้ความรู้ด้านจริยธรรมการวิจัยในคน และการเสนอโครงการวิจัยสำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์

            ๒.๒ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัยทางสังคมศาสตร์ ในด้านจริยธรรมการวิจัยในคน

 

๓. ประโยชน์ต่อหน่วยงาน (ระดับงาน/หลักสูตร/คณะ)

            ๓.๑ สามารถนำองค์ความรู้ที่ได้จากการอบรมมาประยุกต์ใช้ในด้านการเรียนการสอนอันเกี่ยวข้องกับนักศึกษา หรือหัวข้อที่ทำการเรียน การสอนในด้านการวิจัย โดยเฉพาะการวิจัยในคน เป็นต้น

            ๓.๒ พัฒนาองค์ความรู้ของผู้วิจัยให้มีความรู้ในด้านคุณธรรมการวิจัยในคน

            ๓.๓ เสริมสร้างองค์ความรู้ในประเด็นด้านการวิจัย อันจะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานในระดับหลักสูตร โดยเฉพาะด้านคุณธรรมการวิจัยในคน

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1183
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/10/2569 15:44:01   เปิดอ่าน 59  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/10/2569 12:13:32   เปิดอ่าน 63  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/10/2569 21:33:23   เปิดอ่าน 80  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/10/2569 19:24:38   เปิดอ่าน 80  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง