เพื่อพัฒนาความรู้และเสริมสร้างทักษะด้านการบริหารการเงิน การวิเคราะห์ต้นทุน และการนำข้อมูลทางการเงินมาใช้ประกอบการวางแผนและตัดสินใจเชิงบริหารของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การอบรมมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการคำนวณ ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิตของมหาวิทยาลัย โดยอธิบายแนวทางการจำแนกต้นทุนออกเป็น ต้นทุนทางตรง (Direct Cost) ซึ่งสามารถระบุได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายของผลผลิตหรือหลักสูตรใดโดยตรง และ ต้นทุนทางอ้อม (Indirect Cost) ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานสนับสนุนและต้องจัดสรรเข้าสู่ผลผลิตตามหลักเกณฑ์ที่เหมาะสม เช่น การจัดสรรตามจำนวนบุคลากร จำนวนโครงการ จำนวนหลักสูตร หรือจำนวนนักศึกษา เพื่อให้การคำนวณต้นทุนสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละผลผลิตและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการอบรมยังได้เรียนรู้กระบวนการคำนวณ ต้นทุนต่อหน่วยผลผลิต ซึ่งประกอบด้วยต้นทุนทางตรง ต้นทุนกิจกรรมสนับสนุนของคณะ และต้นทุนกิจกรรมสนับสนุนของมหาวิทยาลัย ก่อนนำมาหารด้วยจำนวนหน่วยผลผลิต เพื่อให้ทราบต้นทุนที่แท้จริงของแต่ละหลักสูตรหรือภารกิจ พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนแนวทางในการจัดเก็บข้อมูลต้นทุน การจำแนกค่าใช้จ่าย และการพัฒนาฐานข้อมูลที่สามารถนำมาใช้วิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบ อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญของการอบรม คือ การวิเคราะห์จุดคุ้มทุน (Break-even Point) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินความคุ้มค่าของการดำเนินงาน โดยอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ต้นทุนผันแปร (Variable Cost) และรายได้ เพื่อวิเคราะห์ว่าการดำเนินงานหรือการเปิดหลักสูตรควรมีปริมาณผลผลิตหรือผู้เรียนเท่าใดจึงจะครอบคลุมต้นทุนทั้งหมด ความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนการเปิดหลักสูตร การกำหนดกลยุทธ์ด้านงบประมาณ และการบริหารทรัพยากรของหน่วยงานให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด ในส่วนของการจัดทำรายงานทางการเงิน วิทยากรได้อธิบายถึงองค์ประกอบของงบการเงินที่สำคัญ ได้แก่ งบแสดงฐานะทางการเงิน งบแสดงผลการดำเนินงาน งบแสดงการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมถึงเทคนิคการวิเคราะห์งบการเงินในรูปแบบต่าง ๆ ได้แก่ การวิเคราะห์แนวตั้ง (Common Size Analysis) การวิเคราะห์แนวนอน (Horizontal Analysis) และ การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio Analysis) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริหารสามารถประเมินผลการดำเนินงาน สถานะทางการเงิน ความเสี่ยง และแนวโน้มขององค์กร เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบายและวางแผนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมในครั้งนี้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลด้านต้นทุน การวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน การจัดทำรายงานเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริหาร ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณและการใช้ทรัพยากรของหน่วยงานให้เกิดความโปร่งใส คุ้มค่า และสอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยในยุคปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการบริหารองค์กรและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผลในระยะยาว