|
สรุปองค์ความรู้จากการพัฒนาตนเอง
การใช้งานระบบ e-GP สำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง..โดยวิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง และการอุทธรณ์
การเข้าร่วมอบรมหลักสูตร “การจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุฯ”จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้หน่วยงานของ รัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่งกรมบัญชีกลางได้พัฒนา ระบบ e-GP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ e-GP ให้รองรับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กฎกระทรวง และระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้ครอบคลุมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีต่าง ๆให้ครบถ้วนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ที่ระบบ e-GP รองรับการเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) เพียงวิธีเดียว ได้มีการพัฒนาระบบเพิ่มขึ้น ให้รองรับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง ได้ด้วยระหว่างวันที่ 2๒ – 2๓ สิงหาคม 256๙ ดังสรุปเนื้อหาสาระโดยสังเขป ดังนี้
การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก ผ่านระบบ e-GP
วิธีนี้ใช้เมื่อไม่สามารถใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปได้ หรือมีเงื่อนไขเฉพาะ โดยระบบ e-GP จะกำหนดขั้นตอนการบันทึกข้อมูลหลักดังนี้:
ขั้นตอนเตรียมการ: เจ้าหน้าที่บันทึก "แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี" และ "รายงานขอซื้อขอจ้าง" พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการในระบบ e-GP
การทำหนังสือเชิญชวน: จัดทำเอกสารและหนังสือเชิญชวนในระบบ เพื่อส่งตรงไปยังผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไม่น้อยกว่า 3 ราย
การยื่นและเปิดข้อเสนอ: ปัจจุบันระบบ e-GP (รองรับแนวทางปฏิบัติล่าสุด เช่น ว 196 / ว 299) กำหนดให้ผู้ประกอบการส่งข้อเสนอและใบเสนอราคาผ่านระบบออนไลน์
การพิจารณาและประกาศผล: คณะกรรมการบันทึกผลการคัดเลือก ตรวจสอบคุณสมบัติ และเกณฑ์ราคา/ประสิทธิภาพ จากนั้นทำระบบ "ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา"
การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ผ่านระบบ e-GP
ใช้กรณีวงเงินไม่เกินที่กำหนด (ไม่เกิน 500,000 บาท) หรือมีเงื่อนไขจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นพัสดุที่มีผู้แทนจำหน่ายรายเดียว
ขั้นตอนเตรียมการ: เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานขอซื้อขอจ้างและแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในระบบ e-GP
การเจรจา/หนังสือเชิญชวน: เชิญผู้ประกอบการที่มีอาชีพโดยตรงเพียง รายเดียว ให้เข้ามาเสนอราคา โดยบันทึกรายชื่อผู้เสนอราคาและราคาทีเจรจาลงในระบบ
การอนุมัติและประกาศผล: บันทึกรายงานผลตัวบุคคล/บริษัทที่เลือก เสนอหัวหน้าหน่วยงานอนุมัติ และออกประกาศผู้ชนะ
กระบวนการ "การอุทธรณ์" ในระบบ e-GP
หากผู้ยื่นข้อเสนอเห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนทำให้ตนไม่ได้รับการคัดเลือก มีสิทธิโต้แย้งได้ตามเงื่อนไขต่อไปนี้:
ข้อกำหนดและเงื่อนไขการอุทธรณ์
ผู้มีสิทธิอุทธรณ์: ต้องเป็นผู้ที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอในโครงการนั้น ๆ เท่านั้น
กำหนดเวลา: ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันประกาศผลผู้ชนะในระบบ e-GP
เรื่องที่อุทธรณ์ไม่ได้: การเลือกใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้าง (เช่น ทำไมใช้วิธีคัดเลือกไม่ใช้ประกาศทั่วไป) หรือ การยกเลิกโครงการ
ขั้นตอนการดำเนินงานผ่านระบบ e-GP (ระบบอุทธรณ์ออนไลน์)
1. [ประกาศผลผู้ชนะใน e-GP]
2. [ผู้ประกอบการยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือภายใน 7 วันทำการ] (ระบบจะแจ้งเตือนและแนบแบบ อธ.2) [หน่วยงานรัฐพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 7 วันทำการ]
3. เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ [ยกเลิกการพิจารณาเดิม / เริ่มขั้นตอนใหม่] / ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ [ส่งเรื่องให้ "คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์" กรมบัญชีกลาง ภายใน 5 วันทำการ]
การแจ้งผล: เมื่อหน่วยงานประกาศผู้ชนะ ระบบ e-GP จะแจ้งผลพร้อมเหตุผลไปยัง Email ของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายพร้อมแนบแบบฟอร์มดาวน์โหลดเพื่อใช้อุทธรณ์
การพิจารณาของหน่วยงาน: เมื่อหน่วยงานรับหนังสืออุทธรณ์ ต้องบันทึกข้อมูลและพิจารณาให้เสร็จใน 7 วันทำการ หากเห็นด้วยให้แก้ไขผล หากไม่เห็นด้วยให้รายงานส่งต่อไปยัง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ (กรมบัญชีกลาง) ภายใน 5 วันทำการ
โดย นางภาวิณี กลีบจำปา
|
|
การเข้าร่วมอบรมหลักสูตร “หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง และราคากลางพัสดุ ที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบหนังสือเวียน และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อ”จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ศึกษาข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการออกแบบรูปรายการงานก่อสร้าง วิธีการกำหนดราคากลาง มีความเข้าใจเกี่ยวกับบัญชีแสดงรายการปริมาณงานและราคา (BOQ) งานจ้างก่อสร้าง การพิจารณาผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกัน ประกาศคณะกรรมการราคากลาง แนวทางปฏิบัติในการทบทวน ราคากลางงานก่อสร้างให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งได้ศึกษาการเลือกใช้หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง แนวทางปฏิบัติการถอด แบบคำนวณค่างานต้นทุน (Direct Cost) แนวทางปฏิบัติการคำนวณค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (indirect Cost หรือ Factor F) รายงานการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง สามารถเข้าใจปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกำหนดราคากลางได้ ระหว่างวันที่ 11 - 12 มิถุนายน 2569 ดังสรุปเนื้อหาสาระโดยสังเขป ดังนี้
การกำหนดราคากลางภาครัฐ ยึดโยงอยู่กับ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (มาตรา 4) โดยได้แยกหมวดหมู่และหลักเกณฑ์การคำนวณออกเป็น 2 ส่วนหลักอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ดังนี้
1. การกำหนดราคากลาง "งานก่อสร้าง" (ปรับปรุงใหม่ปี 2569)
คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ได้ออก ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง พ.ศ. 2569 (มีผลบังคับใช้ 9 มิถุนายน 2569) ซึ่งได้ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมทั้งหมด และจัดแบ่งกลุ่มงานออกเป็น 4 หลักเกณฑ์หลักแนบท้ายประกาศ ได้แก่
หลักเกณฑ์งานก่อสร้างอาคาร: ครอบคลุมสิ่งก่อสร้างที่บุคคลเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น
หลักเกณฑ์งานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม: งานถนนทุกชนิด สะพาน ทางเท้า และโครงสร้างระบายน้ำใต้ผิวทาง
หลักเกณฑ์งานก่อสร้างชลประทาน: งานเขื่อน คลองส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ และระบบจัดการน้ำทั้งหมด
แนวทางและวิธีปฏิบัติทั่วไป: ขั้นตอนคำนวณและขั้นตอนการบริหารจัดการทั่วไป
โครงสร้างราคากลางงานก่อสร้าง:
ค่างานต้นทุน (Direct Cost): ถอดรูปแบบรายการงานก่อสร้างตามหลักวิชาช่าง เพื่อคิดปริมาณวัสดุและค่าแรงงาน โดยอ้างอิง "ราคามาตรฐานวัสดุก่อสร้าง" ของกระทรวงพาณิชย์ หรือราคาตลาดในท้องถิ่นนั้น ๆ
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (Indirect Cost / Factor F): ค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร และค่าภาษี (VAT) โดยจะต้องนำค่างานต้นทุนไปเปิดตาราง Factor F ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อคำนวณออกมาเป็นราคากลางสุทธิ
คณะกรรมการกำหนดราคากลาง: หน่วยงานต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่ถอดแบบและคำนวณราคากลาง โดยต้องมีการประกาศเผยแพร่รายละเอียดการคำนวณบนระบบ e-GP และตรวจสอบเอกสารให้เป็นปัจจุบันก่อนการรื้อถอนหรือประกวดราคา
2. การกำหนดราคากลาง "พัสดุ" (ซื้อ/จ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง)
สำหรับการจัดซื้อสินค้าหรือจ้างบริการทั่วไป กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้แหล่งที่มาของราคากลางตาม ลำดับความสำคัญ (Priority) หากมีข้อแรกให้ใช้ข้อแรกก่อนตามลำดับ ดังนี้
ลำดับที่ 1 | ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด: (หากประเภทพัสดุนั้นมีหลักเกณฑ์เฉพาะระบุไว้)
ลำดับที่ 2 | ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางกำหนด: เช่น บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ หรือเกณฑ์ราคากลางคอมพิวเตอร์ของกระทรวง ดีอีเอส
ลำดับที่ 3 | ราคาที่ได้มาจากการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ: โดยต้องเป็นราคาที่หน่วยงานนั้นหรือหน่วยงานรัฐอื่นเคยซื้อและได้ผลดี
ลำดับที่ 4 | ราคาตลาดโดยสืบราคาจากผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 3 ราย: เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับพัสดุทั่วไปที่ไม่มีราคากลางตามข้อ 1-3 โดยเป็นการทำหนังสือสืบราคาท้องตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ
ลำดับที่ 5 | ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ: (กรณีไม่มีราคาตามลำดับ 3 แต่เคยมีประวัติการซื้อในเงื่อนไขใกล้เคียงกัน)
ลำดับที่ 6 | ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ หรือแนวทางของหน่วยงานรัฐนั้น ๆ: เป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีที่ไม่สามารถหาตาม 5 ลำดับแรกได้เลย
3. แนวทางปฏิบัติและหนังสือเวียนที่สำคัญ (Compliance)
การทบทวนราคากลาง: ตามหนังสือเวียนและระเบียบกระทรวงการคลัง ราคากลางที่คำนวณเสร็จสิ้นแล้วจะมี อายุการใช้งานไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานรัฐให้ความเห็นชอบ หากเกินกำหนดหรือราคาตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จะต้องส่งให้คณะกรรมการฯ ทบทวนราคากลางใหม่ให้เป็นปัจจุบันก่อนประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
การเปิดเผยราคากลาง: หน่วยงานรัฐต้องประกาศราคากลางและรายละเอียดการคำนวณลงในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ระบบ e-GP) และเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพื่อความโปร่งใสตามมาตรการป้องกันการทุจริต
โดย นางภาวิณี กลีบจำปา
|