ตอนที่ 1 : ข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
รหัสอ้างอิง : 853
ชื่อสมาชิก : ภาวิณี กลีบจำปา
เพศ : หญิง
อีเมล์ : pavinee@mju.ac.th
ประเภทสมาชิก : บุคลากรภายใน[สังกัด]
ลงทะเบียนเมื่อ : 24/1/2555 15:24:25
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 24/1/2555 15:24:25


ตอนที่ 2 : ประวัติการเขียนบทความของสมาชิก
สรุปองค์ความรู้จากการพัฒนาตนเอง การใช้งานระบบ e-GP สำหรับการจัดซื้อจัดจ้าง..โดยวิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง และการอุทธรณ์ การเข้าร่วมอบรมหลักสูตร “การจัดทำร่างขอบเขตงาน (TOR) หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุฯ”จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดให้หน่วยงานของ รัฐดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของ กรมบัญชีกลาง ผ่านระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Government Procurement : e-GP) ตามวิธีการที่กรมบัญชีกลางกำหนด ซึ่งกรมบัญชีกลางได้พัฒนา ระบบ e-GP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ e-GP ให้รองรับการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) ในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ กฎกระทรวง และระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ให้ครอบคลุมการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีต่าง ๆให้ครบถ้วนเพิ่มมากขึ้นจากเดิม ที่ระบบ e-GP รองรับการเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) เพียงวิธีเดียว ได้มีการพัฒนาระบบเพิ่มขึ้น ให้รองรับการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง ได้ด้วยระหว่างวันที่ 2๒ – 2๓ สิงหาคม 256๙ ดังสรุปเนื้อหาสาระโดยสังเขป ดังนี้ การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีคัดเลือก ผ่านระบบ e-GP วิธีนี้ใช้เมื่อไม่สามารถใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไปได้ หรือมีเงื่อนไขเฉพาะ โดยระบบ e-GP จะกำหนดขั้นตอนการบันทึกข้อมูลหลักดังนี้: ขั้นตอนเตรียมการ: เจ้าหน้าที่บันทึก "แผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปี" และ "รายงานขอซื้อขอจ้าง" พร้อมแต่งตั้งคณะกรรมการในระบบ e-GP การทำหนังสือเชิญชวน: จัดทำเอกสารและหนังสือเชิญชวนในระบบ เพื่อส่งตรงไปยังผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไม่น้อยกว่า 3 ราย การยื่นและเปิดข้อเสนอ: ปัจจุบันระบบ e-GP (รองรับแนวทางปฏิบัติล่าสุด เช่น ว 196 / ว 299) กำหนดให้ผู้ประกอบการส่งข้อเสนอและใบเสนอราคาผ่านระบบออนไลน์ การพิจารณาและประกาศผล: คณะกรรมการบันทึกผลการคัดเลือก ตรวจสอบคุณสมบัติ และเกณฑ์ราคา/ประสิทธิภาพ จากนั้นทำระบบ "ประกาศผลผู้ชนะการเสนอราคา" การจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง ผ่านระบบ e-GP ใช้กรณีวงเงินไม่เกินที่กำหนด (ไม่เกิน 500,000 บาท) หรือมีเงื่อนไขจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นพัสดุที่มีผู้แทนจำหน่ายรายเดียว ขั้นตอนเตรียมการ: เจ้าหน้าที่จัดทำรายงานขอซื้อขอจ้างและแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุในระบบ e-GP การเจรจา/หนังสือเชิญชวน: เชิญผู้ประกอบการที่มีอาชีพโดยตรงเพียง รายเดียว ให้เข้ามาเสนอราคา โดยบันทึกรายชื่อผู้เสนอราคาและราคาทีเจรจาลงในระบบ การอนุมัติและประกาศผล: บันทึกรายงานผลตัวบุคคล/บริษัทที่เลือก เสนอหัวหน้าหน่วยงานอนุมัติ และออกประกาศผู้ชนะ กระบวนการ "การอุทธรณ์" ในระบบ e-GP หากผู้ยื่นข้อเสนอเห็นว่าหน่วยงานของรัฐมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์จนทำให้ตนไม่ได้รับการคัดเลือก มีสิทธิโต้แย้งได้ตามเงื่อนไขต่อไปนี้: ข้อกำหนดและเงื่อนไขการอุทธรณ์ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์: ต้องเป็นผู้ที่เข้าร่วมยื่นข้อเสนอในโครงการนั้น ๆ เท่านั้น กำหนดเวลา: ต้องยื่นอุทธรณ์ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันประกาศผลผู้ชนะในระบบ e-GP เรื่องที่อุทธรณ์ไม่ได้: การเลือกใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้าง (เช่น ทำไมใช้วิธีคัดเลือกไม่ใช้ประกาศทั่วไป) หรือ การยกเลิกโครงการ ขั้นตอนการดำเนินงานผ่านระบบ e-GP (ระบบอุทธรณ์ออนไลน์) 1. [ประกาศผลผู้ชนะใน e-GP] 2. [ผู้ประกอบการยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือภายใน 7 วันทำการ] (ระบบจะแจ้งเตือนและแนบแบบ อธ.2) [หน่วยงานรัฐพิจารณาอุทธรณ์ภายใน 7 วันทำการ] 3. เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ [ยกเลิกการพิจารณาเดิม / เริ่มขั้นตอนใหม่] / ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ [ส่งเรื่องให้ "คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์" กรมบัญชีกลาง ภายใน 5 วันทำการ] การแจ้งผล: เมื่อหน่วยงานประกาศผู้ชนะ ระบบ e-GP จะแจ้งผลพร้อมเหตุผลไปยัง Email ของผู้ยื่นข้อเสนอทุกรายพร้อมแนบแบบฟอร์มดาวน์โหลดเพื่อใช้อุทธรณ์ การพิจารณาของหน่วยงาน: เมื่อหน่วยงานรับหนังสืออุทธรณ์ ต้องบันทึกข้อมูลและพิจารณาให้เสร็จใน 7 วันทำการ หากเห็นด้วยให้แก้ไขผล หากไม่เห็นด้วยให้รายงานส่งต่อไปยัง คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ (กรมบัญชีกลาง) ภายใน 5 วันทำการ โดย นางภาวิณี กลีบจำปา
การเข้าร่วมอบรมหลักสูตร “หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง และราคากลางพัสดุ ที่ถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบหนังสือเวียน และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อ”จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ศึกษาข้อกำหนดและแนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการออกแบบรูปรายการงานก่อสร้าง วิธีการกำหนดราคากลาง มีความเข้าใจเกี่ยวกับบัญชีแสดงรายการปริมาณงานและราคา (BOQ) งานจ้างก่อสร้าง การพิจารณาผลงานก่อสร้างประเภทเดียวกัน ประกาศคณะกรรมการราคากลาง แนวทางปฏิบัติในการทบทวน ราคากลางงานก่อสร้างให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทั้งได้ศึกษาการเลือกใช้หลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง แนวทางปฏิบัติการถอด แบบคำนวณค่างานต้นทุน (Direct Cost) แนวทางปฏิบัติการคำนวณค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (indirect Cost หรือ Factor F) รายงานการคำนวณราคากลางงานก่อสร้าง สามารถเข้าใจปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการกำหนดราคากลางได้ ระหว่างวันที่ 11 - 12 มิถุนายน 2569 ดังสรุปเนื้อหาสาระโดยสังเขป ดังนี้ การกำหนดราคากลางภาครัฐ ยึดโยงอยู่กับ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (มาตรา 4) โดยได้แยกหมวดหมู่และหลักเกณฑ์การคำนวณออกเป็น 2 ส่วนหลักอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ดังนี้ 1. การกำหนดราคากลาง "งานก่อสร้าง" (ปรับปรุงใหม่ปี 2569) คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ได้ออก ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดราคากลางงานก่อสร้าง พ.ศ. 2569 (มีผลบังคับใช้ 9 มิถุนายน 2569) ซึ่งได้ยกเลิกหลักเกณฑ์เดิมทั้งหมด และจัดแบ่งกลุ่มงานออกเป็น 4 หลักเกณฑ์หลักแนบท้ายประกาศ ได้แก่ หลักเกณฑ์งานก่อสร้างอาคาร: ครอบคลุมสิ่งก่อสร้างที่บุคคลเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น หลักเกณฑ์งานก่อสร้างทาง สะพาน และท่อเหลี่ยม: งานถนนทุกชนิด สะพาน ทางเท้า และโครงสร้างระบายน้ำใต้ผิวทาง หลักเกณฑ์งานก่อสร้างชลประทาน: งานเขื่อน คลองส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำ และระบบจัดการน้ำทั้งหมด แนวทางและวิธีปฏิบัติทั่วไป: ขั้นตอนคำนวณและขั้นตอนการบริหารจัดการทั่วไป โครงสร้างราคากลางงานก่อสร้าง: ค่างานต้นทุน (Direct Cost): ถอดรูปแบบรายการงานก่อสร้างตามหลักวิชาช่าง เพื่อคิดปริมาณวัสดุและค่าแรงงาน โดยอ้างอิง "ราคามาตรฐานวัสดุก่อสร้าง" ของกระทรวงพาณิชย์ หรือราคาตลาดในท้องถิ่นนั้น ๆ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก่อสร้าง (Indirect Cost / Factor F): ค่าอำนวยการ ค่าดอกเบี้ย ค่ากำไร และค่าภาษี (VAT) โดยจะต้องนำค่างานต้นทุนไปเปิดตาราง Factor F ตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อคำนวณออกมาเป็นราคากลางสุทธิ คณะกรรมการกำหนดราคากลาง: หน่วยงานต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทำหน้าที่ถอดแบบและคำนวณราคากลาง โดยต้องมีการประกาศเผยแพร่รายละเอียดการคำนวณบนระบบ e-GP และตรวจสอบเอกสารให้เป็นปัจจุบันก่อนการรื้อถอนหรือประกวดราคา 2. การกำหนดราคากลาง "พัสดุ" (ซื้อ/จ้างที่ไม่ใช่งานก่อสร้าง) สำหรับการจัดซื้อสินค้าหรือจ้างบริการทั่วไป กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐเลือกใช้แหล่งที่มาของราคากลางตาม ลำดับความสำคัญ (Priority) หากมีข้อแรกให้ใช้ข้อแรกก่อนตามลำดับ ดังนี้ ลำดับที่ 1 | ราคาที่ได้มาจากการคำนวณตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการราคากลางกำหนด: (หากประเภทพัสดุนั้นมีหลักเกณฑ์เฉพาะระบุไว้) ลำดับที่ 2 | ราคามาตรฐานที่สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานกลางกำหนด: เช่น บัญชีราคามาตรฐานครุภัณฑ์ของสำนักงบประมาณ หรือเกณฑ์ราคากลางคอมพิวเตอร์ของกระทรวง ดีอีเอส ลำดับที่ 3 | ราคาที่ได้มาจากการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ: โดยต้องเป็นราคาที่หน่วยงานนั้นหรือหน่วยงานรัฐอื่นเคยซื้อและได้ผลดี ลำดับที่ 4 | ราคาตลาดโดยสืบราคาจากผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 3 ราย: เป็นวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดสำหรับพัสดุทั่วไปที่ไม่มีราคากลางตามข้อ 1-3 โดยเป็นการทำหนังสือสืบราคาท้องตลาด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ลำดับที่ 5 | ราคาที่เคยซื้อหรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา 2 ปีงบประมาณ: (กรณีไม่มีราคาตามลำดับ 3 แต่เคยมีประวัติการซื้อในเงื่อนไขใกล้เคียงกัน) ลำดับที่ 6 | ราคาอื่นใดตามหลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ หรือแนวทางของหน่วยงานรัฐนั้น ๆ: เป็นทางเลือกสุดท้ายในกรณีที่ไม่สามารถหาตาม 5 ลำดับแรกได้เลย 3. แนวทางปฏิบัติและหนังสือเวียนที่สำคัญ (Compliance) การทบทวนราคากลาง: ตามหนังสือเวียนและระเบียบกระทรวงการคลัง ราคากลางที่คำนวณเสร็จสิ้นแล้วจะมี อายุการใช้งานไม่เกิน 30 วัน นับแต่วันที่หัวหน้าหน่วยงานรัฐให้ความเห็นชอบ หากเกินกำหนดหรือราคาตลาดเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จะต้องส่งให้คณะกรรมการฯ ทบทวนราคากลางใหม่ให้เป็นปัจจุบันก่อนประกาศจัดซื้อจัดจ้าง การเปิดเผยราคากลาง: หน่วยงานรัฐต้องประกาศราคากลางและรายละเอียดการคำนวณลงในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ระบบ e-GP) และเว็บไซต์ของหน่วยงาน เพื่อความโปร่งใสตามมาตรการป้องกันการทุจริต โดย นางภาวิณี กลีบจำปา