การพัฒนาตนเองจากการเข้าร่วมอบรมโครงการ Train the Trainer ด้านการจัดการของเสียอันตรายจากห้องปฏิบัติการ สำหรับมหาวิทยาลัยเครือข่ายห้องปฏิบัติการปลอดภัย ภาคเหนือ
วันที่เขียน 14/1/2568 10:36:56     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/9/2569 22:31:41
เปิดอ่าน: 356 ครั้ง

บุคลากรที่ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ วิจัย และบริการ ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสารเคมีและสารอันตราย จำเป็นต้อง ทราบถึง การจัดการของเสียสารเคมีและของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างให้เกิดการจัดการของเสียอันตรายในห้องปฏิบัติการ ให้เป็นไปตามมาตรฐานและก่อให้เกิดความปลอดภัยกับทุกคน โดยการจัดการของเสียสารเคมีและของเสียอันตราย ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้ 1. การจัดแยกประเภท 2. การจัดเก็บของเสีย 3. การบันทึกปริมาณของเสีย 4. การรายงานปริมาณของเสีย 5. การเก็บรวบรวมของเสียก่อนนำไปกำจัด

การจัดแยกประเภทของเสียสารเคมีและของเสียอันตราย

ใช้หลักการจัดแยกประเภทของของเสียตาม วิธีบำบัด/กำจัด เพื่อที่จะสามารถใช้ประโยชน์จากของเสียบางชนิดในรูปแบบของการ Reuse Recycle หรือ Recovery ได้ และเพื่อประโยชน์ในการบำบัดของเสียแต่ละประเภทได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยมีการจัดแบ่ง ประเภทของเสียสารเคมีและของเสียอันตรายจากห้องปฏิบัติการ ออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มของเสียอันตรายประเภทของแข็ง จัดแยกออกเป็น 5 ชนิด ประกอบด้วย

(1) ขวดสารเคมีที่ใช้หมดแล้ว (ขวดเปล่า)

(2) เครื่องแก้วแตก ชำรุด หรือขวดสารเคมีแตก

(3) สารเคมีหมดอายุ เสื่อมสภาพ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

(4) ขยะปนเปื้อนเชื้อโรค (และเชื้อตัดแต่งพันธุกรรม)

(5) ขยะปนเปื้อนสารเคมี

กลุ่มของเสียอันตรายพิเศษ จัดแยกออกเป็น 6 ชนิด ประกอบด้วย

(1) วัสดุกัมมันตรังสี

(2) เชื้อโรค (และเชื้อตัดแต่งพันธุกรรม)

(3) ของเสียจากโรงงานต้นแบบ

(4) ของเสียปนเปื้อน Ethidium bromide

(5) ยาเสื่อมสภาพ

(6) ยาอันตรายสูง

ทั้งของเสียอันตรายชนิดของแข็ง 5 ประเภท และของเสียอันตรายพิเศษ 6 ประเภท ดังข้างต้น ให้ดำเนินการจัดแยกจัดเก็บของเสียโดยใช้แผนผังการจัดแยกของเสียสารเคมีและของเสียอันตราย และเกณฑ์ข้อกำหนดในการจัดแยกประเภทของเสียสารเคมีและของเสียอันตรายที่ชัดเจน 

กลุ่มของเสียอันตรายชนิดของเหลว จัดแยกออกเป็น 18 ชนิด ประกอบด้วย

(1) ของเสียที่เป็นกรด (L01)

(2) ของเสียที่เป็นเบส (L02)

(3) ของเสียที่เป็นเกลือ (L03)

(4) ของเสียที่ประกอบด้วยฟอสฟอรัส/ฟลูออไรด์ (L04)

(5) ของเสียที่ประกอบด้วยไซยาไนด์อนินทรีย์/อินทรีย์ (L05)

(6) ของเสียที่ประกอบด้วยโครเมียม (L07)

(7) ของเสียที่เป็นสารปรอท (L08)

(8) ของเสียที่เป็นสารอาร์เซนิก (L10)

(9) ของเสียที่เป็นไอออนของโลหะหนักอื่น ๆ (L11)

(10) ของเสียประเภทออกซิไดซ์ซิงเอเจนต์ (L12)

(11) ของเสียประเภทรีดิวซ์ซิงเอเจนต์ (L13)

(12) ของเสียที่สามารถเผาไหม้ได้ (L14)

(13) ของเสียที่เป็นน้ำมัน (L15)

(14) ของเสียที่เป็นสารฮาโลเจน (L16)

(15) ของเสียที่เป็นของเหลวอินทรีย์ที่ประกอบด้วยน้ำ (L17)

(16) ของเสียที่เป็นสารไวไฟ (18)

(17) ของเสียที่มีสารที่ทำให้ภาพคงตัว (L19)

(18) ของเสียที่เป็นสารระเบิดได้ (L20)

เนื่องจากของเหลวที่เป็นของเสียมีความซับซ้อน เพราะอาจเป็นสารเชิงซ้อนและของผสม ซึ่งต้องมีการจัดการที่เป็นขั้นตอน โดยเรียงตามลำดับขั้นของอันตราย ต้องยึดหลักตามแผนผังการจัดแยกของเสียสารเคมีและของเสียอันตรายอย่างเคร่งครัด ได้แก่ บันทึกชนิด ปริมาณ และความเข้มข้นสารเคมี พิจารณากลุ่มสารเคมีตามแผนผังการจัดแยกประเภท ตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การพิจารณากลุ่มสารไวไฟและระเบิดได้ ต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก ได้แก่ รหัส L12, L13, L18, L19 และ L20 (เรียงลำดับขั้นของอันตราย จากมากไปหาน้อย)

ขั้นตอนที่ 2 การพิจารณากลุ่มโลหะหนักและสารพิษ ได้แก่ รหัส L04, L05, L07, L08, L10 และ L11 (เรียงลำดับขั้นของอันตราย จากมากไปหาน้อย) ร่วมกับการคำนวณความเข้มข้นของสารเคมีที่ใช้และความเข้มข้นของสารประกอบที่เป็นของเสียจากการวิเคราะห์ทดสอบ (แบบฟอร์ม HW01) เปรียบเทียบความเข้มข้นของโลหะหนักและสารพิษ ตามมาตรฐานน้ำทิ้งอุตสาหกรรม

ขั้นตอนที่ 3 การพิจารณากลุ่มสารประกอบเชิงซ้อนอนินทรีย์/อินทรีย์ ได้แก่ รหัส L14, L15, L16 และ L17 (เรียงลำดับขั้นของอันตราย จากมากไปหาน้อย)

ขั้นตอนที่ 4 การพิจารณากลุ่มสารที่เป็นกรด ด่าง และเกลือ ได้แก่ รหัส L01, L02 และ L03 (เรียงลำดับขั้นของอันตราย จากมากไปหาน้อย)

ขั้นตอนการจัดเก็บของเสียในห้องปฏิบัติการ

  1. สวมใส่ PPE (ถุงมือ แว่นตา เสื้อกาวน์)
  2. บรรจุของเสียลงในภาชนะตวงเพื่อวัดปริมาณ
  3. บันทึกปริมาณของเสียลงในแบบฟอร์ม HZW02, HZW03 และ HZW04
  4. บรรจุของเสียลงในภาชนะใส่ของเสียไม่เกิน 80% ของความจุภาชนะ
  5. ย้ายถังเก็บของเสียไปเก็บไว้ ณ จุดวางของเสียในห้องปฏิบัติการ

ปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงในจัดเก็บของเสียอันตราย มี 3 ปัจจัยดังนี้

1. ภาชนะบรรจุของเสีย

  • ถังเก็บของเสียชนิดของเหลว ทำจากวัสดุ Polyethylene (PE) ทนต่อการกัดกร่อน มีช่องบรรจุขนาดใหญ่ มีฝาปิด มีที่หิ้ว ขนาดบรรจุ 30 ลิตร (สามารถบรรจุของเสียอันตรายที่เป็นของเหลวไม่เกิน 21 ลิตร หรือ 70% ของปริมาตรถัง)
  • ถังเก็บของเสียชนิดของแข็ง ทำจากวัสดุ Polyethylene (PE) ทนต่อการกัดกร่อน มีช่องบรรจุขนาดใหญ่ มีฝาเปิด และฝาปิดที่สามารถล็อคปิดถังได้ มีที่หิ้ว ขนาดบรรจุ 100 ลิตร (สามารถบรรจุของเสียอันตรายที่เป็นของแข็งไม่เกิน 70% ของปริมาตรถัง) และควรมีถุงพลาสติกรองด้านในถัง
  • ถาดรองถังเก็บของเสีย ทำจากวัสดุ Polypropylene (PP) สามารถรองรับถังเก็บของเสียขนาด 30 ลิตร (สามารถรองรับการรั่วไหลของของเสียได้ไม่น้อยกว่า 60%)

2. ฉลากของเสีย

การติดฉลากของเสียสารเคมีและของเสียอันตราย เพื่อให้ทราบว่าสิ่งที่บรรจุอยู่นั้นเป็นของเสียประเภทใด และมีส่วนประกอบอะไร จำนวนเท่าไหร่ ส่วนประกอบของฉลาก ได้แก่ วันที่เริ่มบรรจุ วันที่สิ้นสุดการบรรจุ ชื่อหน่วยงานที่ผลิตของเสีย ประเภทของเสีย ส่วนประกอบและปริมาณของเสีย การทำฉลากควรทำ 2 ใบ เพื่อติดด้านบนและด้านข้างภาชนะบรรจุของเสีย

3. สถานที่จัดเก็บของเสีย

สถานที่จัดเก็บของเสียสารเคมีและของเสียอันตราย ต้องมีป้ายบ่งบอกสถานที่เก็บของเสียอย่างชัดเจน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้

(1) สถานที่จัดเก็บของเสียภายในห้องปฏิบัติการ

ควรแยกออกจากส่วนปฏิบัติการ ไม่โดนแดด ไม่ร้อน อากาศถ่ายเทได้สะดวก แยกของเสียที่อยู่รวมกับของเสียชนิดอื่นไม่ได้ (Incompatibility) ไม่วางของเสียใกล้แหล่งจุดติดไฟ เก็บของเสียไม่เกิน 200 ลิตร หากเป็นสารไวไฟต้องไม่เกิน 38 ลิตร ควรกำหนดระยะเวลาการเก็บในห้องปฏิบัติการ ควรย้ายไปเก็บที่สถานที่เก็บประจำอาคารทุกเดือน

(2) สถานที่จัดเก็บของเสียประจำอาคาร

ควรอยู่ชั้นล่างสุดของอาคาร ไม่โดนแดดไม่ร้อน อากาศถ่ายเทได้สะดวก แยกของเสียที่อยู่รวมกับของเสียชนิดอื่นไม่ได้ (Incompatibility) ไม่วางของเสียใกล้แหล่งจุดติดไฟ เก็บของเสียไม่เกิน 3 เดือน หลังจากนั้นให้ย้ายไปสถานที่เก็บของเสียส่วนกลาง

(3) สถานที่จัดเก็บของเสียส่วนกลางของหน่วยงาน

ควรเป็นโรงเรือนหรือพื้นที่บริเวณกว้าง ไม่โดนแดดไม่ร้อน อากาศถ่ายเทได้สะดวก แยกของเสียที่อยู่รวมกับของเสียชนิดอื่นไม่ได้ (Incompatibility) ไม่วางของเสียใกล้แหล่งจุดติดไฟ ห้องจัดเก็บมีประตูปิดมิดชิด ส่งกำจัดของเสียที่โรงบำบัดของเสียของบริษัทที่ได้รับใบอนุญาต

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1548
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/9/2569 20:09:52   เปิดอ่าน 15  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 5:59:16   เปิดอ่าน 35  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 1:57:20   เปิดอ่าน 41  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง