เอกสารเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมโครงการอบรม “การพัฒนาคณาจารย์ให้มีการสอนที่สร้างทักษะ ๔C สอดแทรกในรายวิชา (รุ่นที่ ๑)”
วันที่เขียน 10/2/2565 10:13:56     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 9/10/2569 15:27:27
เปิดอ่าน: 1691 ครั้ง

กระบวนการเรียนรู้ Learning Model คิดเป็นสัดส่วนในการเรียนรู้ ดังนี้ ลงมือปฏิบัติ : กระบวนการพี่เลี้ยง/โค้ช : เพิ่มเติมความรู้ในหลักสูตร คิดเป็นสัดส่วน ๗๐ : ๒๐ : ๑๐ และมีการทบทวนทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ อันได้แก่ ๔C ประกอบไปด้วย Creativity Critical thinking Communication and Collaboration โดยกระบวนการจัดการเรียนการสอนอยู่บนพื้นฐาน Mindset ของ Coach and Facilitator mindset ซึ่งมี Key Elements and Skill ที่ใช้ได้แก่ Deep Listening อันประกอบไปด้วย Be there ดำรงตนเพื่อคนอยู่ข้างหน้า Paraphrase การทวนสิ่งที่ได้ยินไม่เท่ากับเล่าเรื่องซ้ำสอง Empathic listening การสะท้อนความรู้สึก และการฟังแบบผู้อำนวยการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย Verbal (เนื้อหา) ๗% Vocal (น้ำเสียง) ๓๘% และ Visual (ภาษากาย) ๕๕% และการตั้งคำถามโดยโค้ช โดยที่ Mindset for Coaching and Facilitator ประกอบไปด้วย ๑. The map is not the territory. มนุษย์ทุกคนเป็นได้มากกว่าที่เห็น ๒. People is doing the best they can with the resources they have available. ทุกคนทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ทรัพยากรที่มี ๓. Be behavioral flexibility. ทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ๔. There is no failure. It’s only feedback. จะไม่มีความล้มเหลว มีเพียงแต่การเสนอแนะหรือการสะท้อนกลับ อีกทั้งได้เรียนรู้กระบวนการ Coaching and Facilitator ซึ่งกรอบแนวคิดของผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) ประกอบไปด้วย ๖C Model (Connect, Contract, Content, Conversation, Commit and Conclude)

กระบวนการเรียนรู้ Learning Model คิดเป็นสัดส่วนในการเรียนรู้ ดังนี้ ลงมือปฏิบัติ : กระบวนการพี่เลี้ยง/โค้ช : เพิ่มเติมความรู้ในหลักสูตร คิดเป็นสัดส่วน ๗๐ : ๒๐ : ๑๐ และมีการทบทวนทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ อันได้แก่ ๔C ประกอบไปด้วย Creativity Critical thinking Communication and Collaboration โดยกระบวนการจัดการเรียนการสอนอยู่บนพื้นฐาน Mindset ของ Coach and Facilitator mindset ซึ่งมี Key Elements and Skill ที่ใช้ได้แก่ Deep Listening อันประกอบไปด้วย Be there ดำรงตนเพื่อคนอยู่ข้างหน้า Paraphrase การทวนสิ่งที่ได้ยินไม่เท่ากับเล่าเรื่องซ้ำสอง Empathic listening การสะท้อนความรู้สึก และการฟังแบบผู้อำนวยการเรียนรู้ ประกอบไปด้วย Verbal (เนื้อหา) ๗% Vocal (น้ำเสียง) ๓๘% และ Visual (ภาษากาย) ๕๕% และการตั้งคำถามโดยโค้ช โดยที่ Mindset for Coaching and Facilitator ประกอบไปด้วย

            ๑. The map is not the territory. มนุษย์ทุกคนเป็นได้มากกว่าที่เห็น

            ๒. People is doing the best they can with the resources they have available. ทุกคนทำดีที่สุดแล้วเท่าที่ทรัพยากรที่มี

            ๓. Be behavioral flexibility. ทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

            ๔. There is no failure. It’s only feedback. จะไม่มีความล้มเหลว มีเพียงแต่การเสนอแนะหรือการสะท้อนกลับ

            อีกทั้งได้เรียนรู้กระบวนการ Coaching and Facilitator ซึ่งกรอบแนวคิดของผู้อำนวยการเรียนรู้ (Facilitator) ประกอบไปด้วย ๖C Model (Connect, Contract, Content, Conversation, Commit and Conclude

โดยหลักการของ TABS Model นั้น ผู้อำนวยการเรียนรู้ จำเป็นต้องใช้ทักษะทั้ง ๔ ด้านอย่างผสมผสานในสัดส่วนที่เหมาะสมกับบริบทของชั้นเรียนนั้น ๆ โดยอาจจะต้องมีการ Coaching Counselling Consulting และ Teaching ในสัดส่วนที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับบริบท/สถานการณ์ในชั้นเรียนนั้น ๆ

            สรุปประเด็น Facilitation Framework ๖C ดังนี้

ขั้นที่ ๑ ขั้นนำ (Open) ประกอบไปด้วย

            - Connect ได้แก่ การกล่าวเปิด การสร้างความเชื่อมโยง การแนะนำตัว การละลายพฤติกรรมดำรงตนเพื่อคนตรงหน้า

            - Contract ได้แก่ การบอกขอบเขต วัตถุประสงค์ เป้าหมายที่จะทำร่วมกัน บอกหลักการสำคัญของการอยู่ร่วมกัน การร่วมกันสร้างข้อตกลงในกลุ่ม (Communication Agreement)

 

ขั้นที่ ๒ ขั้นสอน (Facilitate Learning) ประกอบไปด้วย

            - Content นำเสนอเนื้อหา เสนอข้อคิดเห็น แชร์ประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม

            - Conversation ใช้ทักษะการฟัง การถาม เจาะประเด็น การเขียน Flipchart พากลุ่มพูดคุย ทำกิจกรรม โดยมีเป้าหมาย ระบุสาเหตุที่แท้จริง ความต้องการจัดการความขัดแย้ง นำพลังกลุ่มมาใช้ นำพากลุ่มร่วมกันหาทางออก

ขั้นที่ ๓ ขั้นสรุป (Closure) ประกอบไปด้วย

            - Commit ทบทวนใคร่ครวญ แบ่งปันสิ่งที่ได้เรียนรู้ สมาชิกพบทางเลือกใหม่ วางแผนปฏิบัติ ร่วมมือกันสร้างความรับผิดชอบหรือร้องขอเพื่อให้เกิดการลงมือทำ

            - Conclude สรุปสิ่งที่ได้ แบ่งปันสิ่งที่จะนำไปใช้ สร้างแรงบันดาลใจ ชื่นชมตนเอง ชื่นชมการเรียนรู้ ขอบคุณและ Check-out อาจกำหนดเรื่องที่จะคุยในครั้งต่อไป

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1254
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 9/10/2569 14:30:04   เปิดอ่าน 56  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 9/10/2569 8:26:02   เปิดอ่าน 62  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 8/10/2569 22:02:53   เปิดอ่าน 73  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 8/10/2569 23:39:14   เปิดอ่าน 76  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง