นักบินอวกาศคนแรกของไทย
วันที่เขียน 28/2/2557 12:07:19     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 9/10/2569 14:45:53
เปิดอ่าน: 22440 ครั้ง

ความฝันอันแรงกล้าก่อเกิดเป็นพลังที่เข้มแข็ง นำพาหญิงสาวที่มีหัวใจแกร่งเกินร้อยผู้นี้ยืนหยัดเป็น 1 ใน 23 คนที่จะได้ไปท่องอวกาศจากโครงการที่มีผู้สมัครมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก

 

“นักบินอวกาศหญิงคนแรกของไทย”

                                              ...เมื่อมีความฝันก็จะมีแรงดลบันดาลใจ  อยู่ที่ใจว่าจะสู้หรือไม่.....                                                                 

                                                                                     โดย   ปาณิศา    คงสมจิตต์                                                 

                                                                      นักเอกสารสนเทศ : ห้องสมุดคณะผลิตกรรมการเกษตร

 

เห็นสื่อออนไลน์ สื่อโทรทัศน์และสื่อหนังสือพิมพ์หลายฉบับ โปรยหัวข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงไทยคนแรกที่จะสร้างประวัติศาสตร์ให้กับประเทศไทย  ในฐานะที่จะได้ขึ้นไปท่องอวกาศโดยผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่า  “พิรดา  เตชะวิจิตร์” เป็น 1 ในจำนวน 23 คนที่ถูกคัดแล้วคัดอีกจากผู้คนนับล้านทั่วโลกที่สมัครเข้าร่วมในโครงการนี้  ซึ่งแต่ละคนก็มีความใฝ่ฝันอยากจะได้ขึ้นไปท่องบนอวกาศกัน

สำหรับ พิรดา เตชะวิจิตร์  มีชื่อเล่นว่ามิ้งค์  วัย 29 ปีเศษ เป็นชาวจังหวัดลำปาง  ปัจจุบันเป็นวิศวกรดาวเทียม ประจำสำนักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสนเทศหรือที่รู้จักกันดีในนามจิสด้า(Gistda)  ทำหน้าที่ติดต่อสื่อสารกับดาวเทียมไทยโซตหรือดาวเทียม THEOS ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร ธรรมชาติของประเทศไทยโดยดูทั้งภาคพื้นดินและบนดาวเทียม  สำหรับใช้เป็นข้อมูลสำคัญในการวางแผนบริหารประเทศในอนาคต

 

จากการที่ทำงานด้านดาวเทียมและมีความชอบด้านเทคโนโลยี  พัฒนาไปเป็นความคลั่งไคล้เรื่องอวกาศจนเกิดความฝันแรงกล้าว่าสักวันจะต้องเป็นมนุษย์อวกาศให้ได้  ทำให้พิรดาเกิดแรงบันดาลใจและพร้อมที่จะผลักดันความฝันของเธอให้เป็นจริงเมื่อ “แอ๊กซ์  อพอลโล่” ได้จัดกิจกรรมโครงการที่มีไปทั่วโลกกว่า 62 ประเทศ เพื่อทำการคัดเลือกคนไปอวกาศ  มีผู้คนสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการนี้มากกว่าล้านคน ผ่านกิจกรรม 3 ช่องทาง คือ

1.ส่งรหัสผลิตภัณฑ์แอ๊กซ์เข้าร่วมชิงโชค

2.ทำคลิปเพื่อส่งเข้าประกวด

3.สมัครเข้าร่วมแข่งขันแฟนพันธุ์แท้อพอลโล่

ซึ่งพิรดากลัวว่าจะพลาดจึงเข้าร่วมกิจกรรมทั้ง 3 ช่องทาง จนเมื่อเข้าแข่งขันและชนะได้เป็นแฟนพันธุ์แท้แล้วก็จะต้องไปแค้มป์ที่รัฐฟลอริด้าเพื่อเข้าคัดเลือกอีกในระดับหนึ่ง  ก่อนไปแคมป์ก็ได้มีโอกาสฝึกซ้อมเตรียมตัวกับทางกองทัพอากาศของไทยด้วยการไปฝึกเหมือนที่นักบินต้องฝึก เช่น เข้าห้องปรับความดันหรือเก้าอี้ดีดตัวที่ใช้กับนักบิน  มีการเรียนรู้เกี่ยวกับสรีระทางด้านร่างกายที่มีผลกระทบเกี่ยวกับความสูง  แรงดันอากาศของเครื่องบินที่นักบินจะต้องรู้  มีการเตรียมพร้อมทั้งด้านจิตใจและร่างกาย  โดยด้านจิตใจก็มีการฝึกบินกับนักบินเพื่อทดสอบสภาพจิตใจว่าดีหรือไม่เพราะเวลาขึ้นไปในอวกาศจะมีความกดดันหลายอย่าง  รวมทั้งมีสภาวะไม่ได้เหมือนอยู่บนโลกซึ่งต้องมีจิตใจที่เข้มแข็ง  ส่วนทางด้านร่างกายจะต้องเตรียมตัวให้ร่างกายแข็งแรงเนื่องจากการขึ้นไปอวกาศจะต้องมีการเกร็งตัว  ฝึกให้ทนแรงจีซึ่งจะทำให้เลือดตกลงมาที่เท้ามาก ฉะนั้นร่างกายต้องแข็งแรงต้องมีการสร้างกล้ามเนื้อเพื่อที่จะไม่ให้เลือดไหลตกลงไปที่เท้ามากเกินไป

สำหรับการฝึกนักบิน  จะฝึกให้นักบินทนต่อแรงจี ( G = gravity หมายถึง แรงโน้มถ่วงของโลกขณะจรวดทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเร่งความเร็วให้ถึงความเร็วหลุดพ้นนั้น  นักบินอวกาศจะถูกกดลงกับพื้นด้วยแรงอันเกิดจากการที่จรวดเร่งความเร็วทำให้รู้สึกว่ามีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 4 ถึง 5 เท่า ถ้าจะยืนอยู่คงทนไม่ได้  นักบินอวกาศจึงต้องครึ่งนั่งครึ่งนอนหันหน้าสู่ทิศที่จรวดพุ่งขึ้นไป  ทั้งนี้นักบินอวกาศต้องได้รับการฝึกเพื่อให้ทนต่อแรงจีนี้โดยมีอุปกรณ์การฝึกเป็นโครงเหล็กเหวี่ยงห้องฝึกหมุนไปอย่างเร็ว ให้นักบินอวกาศอยู่ในห้องฝึกนั้น  ฝึกให้ทนต่อสภาพไร้น้ำหนัก  เมื่อยานอวกาศโคจรรอบโลกจะเกิดสภาพไร้น้ำหนักในอวกาศเป็นสภาพที่ไม่เหมือนบนพื้นโลก  สภาพนี้คือสภาพที่เหมือนไม่มีแรงโน้มถ่วงกระทำต่อทุกสิ่งในยานอวกาศ  เมื่ออยู่ในสภาพไร้น้ำหนักของใช้ที่จับมาวางตรงหน้าจะลอยอยู่ได้แม้แต่ตัวนักบินอวกาศเองก็ลอยไปมาได้  การบังคับตัวเองไม่ให้หมุนคว้างไปชนอะไรจึงต้องมีการฝึกหัดโดยมีการฝึกบนเครื่องบินที่บินโค้งเป็นครึ่งวงกลมอย่างหนึ่งและฝึกในอ่างน้ำขนาดใหญ่อีกอย่างหนึ่งซึ่งนักบินอวกาศจะสวมชุดพิเศษลงไปอยู่ในน้ำ  ชุดนี้จะพยุงให้ตัวนักบินอวกาศมีความหนาแน่นเท่ากับน้ำพอดีจึงสามารถล่องลอยไปในน้ำได้เหมือนกับสภาพไร้น้ำหนักที่จะเกิดในอวกาศนั้น  


                                      

 

พิรดาบอกว่าตอนไปแค้มป์ที่รัฐฟลอริด้า ก็มีคณะกรรมการ 3 ท่าน คือ บัซ  อัลดริน  นักบินอวกาศตัวจริงผู้ลงเหยียบดวงจันทร์เป็นคนที่ 2 ต่อจากนีล  อาร์มสตรอง , วิศวกรฝ่ายเทคนิคด้านยานอวกาศ , ตัวแทนจากบริษัทสเปซเอ็กซ์เพอดิชั่น คอร์เปอเรชั่น บริษัทผู้จัดจำหน่ายไฟลต์ที่นั่งขึ้นไปสู่อวกาศ

การคัดเลือกก็ใช้ 3 ปัจจัยหลักในการตัดสิน นั่นคือ ความกล้าหาญ  ความกระตือรือร้น  และการทำงานเป็นทีมเวิร์กโดยใช้ 3 ภารกิจหลักในการทดสอบ ได้แก่

ภารกิจแรก  - Hero  Mission ( G Force Centrifuge ) เป็นการทดสอบแรงจีด้วยเครื่องเหวี่ยงเพื่อทดสอบว่าทนแรงเหวี่ยงได้หรือไม่  เพราะว่าเมื่อมีแรงจีเลือดจากสมองจะตกลงไปที่เท้ามาก  จึงต้องมีการเกร็งตัวเพื่อไม่ให้เลือดตกลงไปที่เท้ามาก

ภารกิจที่สอง  - Air  combat  เป็นการนั่งเครื่องบินตัวต่อตัวกับนักบินแล้วนักบินจะขับเครื่องบินแบบตีลังกาเพื่อจะดูว่ากลัวความสูงหรือไม่และทนแรงจีได้หรือไม่

ภารกิจที่สาม  - Zero  G  Flight เป็นการสร้างสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงโดยการนำเครื่องบินขึ้นไปแล้วทำเสมือนกับว่าเครื่องบินตกโดยที่เราจะตกลงมาพร้อมกับเครื่องบิน  ทำให้เราไม่มีแรงโน้มถ่วงเป็นสภาวะที่ทดสอบว่าสามารถปรับตัวได้หรือไม่รวมทั้งมีความกลัวหรือไม่เพราะว่าในอวกาศจะมีช่วงที่อยู่ในสภาพไร้น้ำหนัก  ไม่มีแรงโน้มถ่วง

นอกจากนั้นยังต้องฝ่าฟันภารกิจอื่นๆ ที่อยู่ในกระบวนการทดสอบมีทั้งการปีนเขาจำลอง  ฝึกข้ามรั้ว  ซิทอัพ 50 ครั้ง  วิดพื้น 50 ครั้ง ลอดอุโมงค์ ฯลฯในหลายภารกิจที่เธอเหนื่อยมากจนรู้สึกท้อ  แต่ด้วยจิตใจที่มีความฝันอยู่เต็มเปี่ยมทำให้เธอพยายามอดทนจนสามารถทำภารกิจทุกอย่างได้สำเร็จในที่สุด  หญิงสาวไทยที่ชื่อพิรดากลายเป็น 1 ในจำนวน 23คน ที่ได้ถูกคัดเลือกให้ไปท่องอวกาศ จากจำนวนผู้เข้าร่วมแข่งขันในรอบท้ายนี้ที่ถูกคัดเลือกเข้ามาอีกจำนวน 107 คนจากทั่วโลก


                                

 

  “พิรดา  เตชะวิจิตร์” จะได้เดินทางไปยังอวกาศด้วยเครื่องบิน ลิงค์ มาร์ค ทู ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ๊ตลำเล็กที่ถูกออกแบบเพื่อนำคนไปท่องอวกาศของบริษัทเอ็กซ์คอร์ ซึ่งเป็นบริษัทนำนักท่องเที่ยวนั่งเครื่องบินไปทัวร์อวกาศโดยจะขึ้นเครื่องบินไปกับนักบินอวกาศตัวต่อตัวด้วยความเร็ว 3,552 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยใช้เวลาเพียง 3 นาที่ครึ่งเท่านั้นเครื่องบินก็จะทะยานสู่ชั้นบรรยากาศที่ความสูง 103 กิโลเมตร จากระดับน้ำทะเลซึ่งการขึ้นไปถ้าเกิน 100 กิโลเมตร จากระดับน้ำทะเลไปแล้วก็จะถือว่าเป็นอวกาศ

เมื่อขึ้นไปแล้วจะค้างอยู่บนอวกาศนานประมาณ 6 นาทีเพื่อให้เก็บภาพและสัมผัสบรรยากาศด้วยสองตา  ได้เห็นโลกในมุมมองที่นับแต่มีประวัติศาสตร์แห่งมนุษยชาติบนโลกนี้...มีเพียงแค่ 500 คนเท่านั้นที่เคยมีโอกาสไปพบเห็น  จะได้เห็นโลกสีฟ้าทั้งใบ  ก่อนจะพากลับมายังพื้นโลก...จะใช้เวลาตั้งแต่ออกจากภาคพื้นดินขึ้นไปอวกาศแล้วกลับมาจอดทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมงและจะออกเดินทางในปี พ.ศ.2558 นี้  ซึ่งไฟลต์เดินทางกำลังอยู่ในช่วงของการทดสอบ

หากเมื่อถึงเวลานั้น....ชื่อของ “พิรดา  เตชะวิจิตร์ ” ก็จะถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นนักบินอวกาศคนแรกของไทย

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : เรื่องทั่วไป
องค์ความรู้ » AI Integration for Enhanced Documentation and Workflow Processes Solution การบูรณาการ AI ในการสร้างผังงานเพื่อยกระดับคุณภาพงานเอกสารและขั้นตอนปฏิบัติงาน
การอบรมเรื่อง การบูรณาการปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อสร้างผังงาน สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการทำงานและเอกสารทางวิชาการ เนื้อหาเริ่มต้นจากการปูพื้นฐานความสำคัญของ Flowchart และ Workflow ในฐานะเครื่อ...
การบูรณาการ AI (AI Integration)  การยกระดับคุณภาพงาน (Process Enhancement)  ผังงานและขั้นตอนการทำงาน (Flowchart & Workflow)     บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป   เรื่องทั่วไป
ผู้เขียน อัมภา สันทราย  วันที่เขียน 18/9/2569 11:35:48  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 6/10/2569 16:45:44   เปิดอ่าน 69  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » เรื่อง “การประยุกต์ใช้ AI ด้วย NotebookLM (Smart Workforce Development)”
บทความนี้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนากำลังคนสู่ Smart Workforce โดยมุ่งเน้นการใช้ AI Agent และ NotebookLM เป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงาน การจัดการความรู้ และการวิจัย AI A...
AI Agent  NotebookLM  Smart Workforce     บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป   เรื่องทั่วไป
ผู้เขียน อัมภา สันทราย  วันที่เขียน 8/9/2569 9:01:30  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 9/10/2569 10:44:36   เปิดอ่าน 75  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
Active listening: ฟังอย่างไรให้ได้ยิน » Active listening: ฟังอย่างไรให้ได้ยิน
การฟังเป็นส่วนหนึ่งของการสื่อสารระหว่างบุคคล หลายครั้งที่การสื่อสารนั้นไม่ได้ผล เพราะ "เราฟังแต่ไม่ได้ยิน" การฟังแต่ไม่ได้ยินเกิดขึ้นหลายครั้ง เพราะเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผู้พูดกำลังสื่อ...
  บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป   เรื่องทั่วไป
ผู้เขียน พูนพัฒน์ พูนน้อย  วันที่เขียน 6/9/2562 16:49:13  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 9/10/2569 3:03:55   เปิดอ่าน 3798  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง