หลักการและจริยธรรมสำหรับการเป็นผู้ประเมินผลงานเพื่อกำหนดตำแหน่งสูงขึ้น
จากการอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร หลักการเป็นผู้ประเมินตำแหน่งสูงขึ้น จัดโดยศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาสมรรถนะบุคลากรสายสนับสนุนวิชาการที่ประชุมสภาข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้างมหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปขมท.) ณ วันที่ 19-20 กุมภาพันธ์ 2569 มีหัวข้อและรายละเอียดโดยสรุปดังนี้
- แนวคิดพื้นฐานของการประเมินตำแหน่งสูงขึ้น
การประเมินผลงานเพื่อกำหนดตำแหน่งสูงขึ้นมีเป้าหมายเพื่อสะท้อน การพัฒนางานและการสร้างคุณค่าให้แก่องค์กร ไม่ใช่เพียงการพิจารณาจำนวนผลงาน แต่ต้องพิจารณาระดับความรู้ ความสามารถ และการยกระดับงานประจำสู่การพัฒนาองค์ความรู้หรือนวัตกรรม ผู้ประเมินต้องเข้าใจความแตกต่างระหว่างการประเมินเพื่อการเผยแพร่ กับการประเมินเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ ซึ่งเน้นผลกระทบและการนำไปใช้ประโยชน์ในระดับหน่วยงาน สถาบัน หรือประเทศ
- จริยธรรมและจรรยาบรรณของผู้ประเมิน
ผู้ประเมินต้องศึกษากฎ ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดก่อนตอบรับหน้าที่ ต้องพิจารณาความเหมาะสมของตนเอง ทั้งด้านความเชี่ยวชาญและความเป็นกลาง หากมีเหตุแห่งอคติหรือผลประโยชน์ทับซ้อนต้องถอนตัว ทันที โดยมีหลักสำคัญ ได้แก่
2.1 ปฏิบัติตามกรอบเวลาและกระบวนการอย่างเคร่งครัด
2.2 รักษาความลับของกระบวนการประเมิน
2.3 ไม่ติดต่อผู้ขอประเมินโดยตรง
2.4 ไม่มอบหมายหน้าที่ให้ผู้อื่น
2.5 รายงานผลอย่างตรงไปตรงมา มีเหตุผลเชิงวิชาการ ชี้ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน
- หลักความเป็นกลาง (Impartiality)
ผู้ประเมินต้องปราศจากความสัมพันธ์ส่วนตัวหรือผลประโยชน์ใด ๆ ที่อาจกระทบต่อความยุติธรรม เช่น ความเป็นญาติ คู่สมรส เคยทำงานร่วมกัน มีส่วนร่วมในผลงาน หรือมีความขัดแย้งทางวิชาการอย่างรุนแรง รวมถึงกรณีมีคดีความหรือข้อพิพาทเกี่ยวข้อง ความเป็นกลางเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความน่าเชื่อถือของระบบตำแหน่งทางวิชาการ
- ประเด็นปัญหาด้านจริยธรรมของผลงาน
ผู้ประเมินต้องพิจารณาความถูกต้องทางจริยธรรมของผลงาน ได้แก่
4.1 Authorship: ความเป็นผู้ประพันธ์ต้องสะท้อนการมีส่วนร่วมจริง
4.2 Data Integrity: ห้ามสร้างหรือบิดเบือนข้อมูล
4.3 Plagiarism: ห้ามลอกเลียนทั้งของผู้อื่นและของตนเอง
4.4 Image Manipulation: ห้ามตกแต่งภาพจนทำให้ผลวิจัยคลาดเคลื่อน
4.5 Redundant / Salami Publication: ห้ามเผยแพร่ซ้ำหรือแบ่งงานย่อยเพื่อเพิ่มจำนวนผลงาน
4.6 Selective Reporting: ห้ามเลือกเผยแพร่เฉพาะข้อมูลที่เอื้อต่อข้อสรุป
- ระดับผลกระทบของผลงานตามตำแหน่ง
ระดับตำแหน่งที่สูงขึ้นต้องแสดงผลกระทบที่กว้างขึ้น เช่น
- ระดับชำนาญการ: พัฒนางานในหน้าที่
- ชำนาญการพิเศษ: ส่งผลต่อหน่วยงาน
- เชี่ยวชาญ: ส่งผลต่อสถาบัน และมีการเผยแพร่ระดับชาติ/นานาชาติ
- ความหมายและลักษณะของผลงาน
คู่มือปฏิบัติงานเป็นแหล่งความรู้ขององค์กร แสดงขั้นตอน กระบวนการ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางพัฒนา ต้องสะท้อนองค์ความรู้ทั้งแบบชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) และประสบการณ์เชิงลึก (Tacit Knowledge) และสามารถนำไปใช้จริงได้
สรุปภาพรวม
การเป็นผู้ประเมินตำแหน่งสูงขึ้นเป็นบทบาทที่มีความรับผิดชอบสูง ต้องยึดหลักความรู้ ความเป็นกลาง และจริยธรรมอย่างเคร่งครัด การประเมินที่มีคุณภาพไม่เพียงคัดกรองความก้าวหน้าของบุคลากร แต่ยังส่งเสริมมาตรฐานวิชาการ และพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน