สรุปการเสวนา
เรื่อง “อพ.สธ. กับงานวิจัย นวัตกรรม บนฐานทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน”
เรียบเรียงโดย น.ส.รุ่งทิพย์ กาวารี
นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเสวนาในหัวข้อ “อพ.สธ. กับงานวิจัย นวัตกรรม บนฐานทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง แนวคิด และประสบการณ์ของผู้บริหารระดับสูงจากสถาบันอุดมศึกษาในภาคเหนือ ที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานตามโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) โดยมุ่งเน้นการเชื่อมโยงทรัพยากรชีวภาพ ทรัพยากรท้องถิ่น และภูมิปัญญาไทย เข้ากับงานวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ
ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ รองศาสตราจารย์ ดร. วินิตา บุณโยดม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ ดร. อัครสิทธิ์ บุญส่งแท้ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ อาจารย์วิทยาศักดิ์ รุจิวรกุล รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และศาสตราจารย์ ดร. เสมอ ถาน้อย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยพะเยา โดยมี ดร.ปิยรัษฎ์ ปริญญาพงษ์ เจริญทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ อพ.สธ. และเลขานุการคณะกรรมการ อพ.สธ. เป็นผู้ดำเนินรายการ
สาระสำคัญของการเสวนาเริ่มต้นจากการเน้นย้ำถึง “หัวใจของ อพ.สธ.” ซึ่งมิได้จำกัดอยู่เพียงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในเชิงกายภาพเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการอนุรักษ์องค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความสัมพันธ์ระหว่างทรัพยากรกับวิถีชีวิตของชุมชน ผู้ร่วมเสวนาทุกท่านเห็นพ้องกันว่า ทรัพยากรไทยถือเป็น “ทรัพย์สิ่งสินตน” ที่มีคุณค่าในตัวเอง หากได้รับการศึกษา วิจัย และพัฒนาอย่างถูกทิศทาง จะสามารถต่อยอดไปสู่นวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สุริยจรัส เตชะตันมีนสกุล ได้นำเสนอบทบาทของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในฐานะมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรและทรัพยากรธรรมชาติ ที่ใช้พื้นที่มหาวิทยาลัยและชุมชนโดยรอบเป็นฐานการเรียนรู้และการวิจัยตามแนวทาง อพ.สธ. โดยเน้นการบูรณาการงานวิจัยกับการเรียนการสอน และการบริการวิชาการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรท้องถิ่น และการสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรไทย
รองศาสตราจารย์ ดร. วินิตา บุณโยดม กล่าวถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในฐานะมหาวิทยาลัยวิจัย ที่มีความพร้อมด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี และเครือข่ายความร่วมมือ โดยชี้ให้เห็นว่างาน อพ.สธ. เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงงานวิจัยพื้นฐาน งานวิจัยประยุกต์ และนวัตกรรม เข้ากับบริบทของพื้นที่และชุมชนอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเน้นความสำคัญของการทำงานแบบสหวิทยาการ และการนำข้อมูลจากฐานทรัพยากรชีวภาพไปใช้ประโยชน์อย่างมีจริยธรรมและสอดคล้องกับหลักการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม
อาจารย์ ดร. อัครสิทธิ์ บุญส่งแท้ ได้สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซึ่งมีภารกิจหลักในการพัฒนาท้องถิ่น โดยงาน อพ.สธ. เป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงองค์ความรู้จากชุมชนมาพัฒนาเป็นงานวิจัย และนำผลการวิจัยกลับไปสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ทั้งในด้านการจัดการทรัพยากร การสร้างอาชีพ และการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น ท่านเน้นย้ำว่าความสำเร็จของงาน อพ.สธ. อยู่ที่การมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างแท้จริง และการเคารพคุณค่าของภูมิปัญญาชาวบ้าน
อาจารย์วิทยาศักดิ์ รุจิวรกุล ได้นำเสนอประสบการณ์ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งมีบริบทพื้นที่ชายแดนและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ โดยงาน อพ.สธ. ช่วยเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยทำงานร่วมกับชุมชนบนฐานของความเข้าใจในวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แตกต่าง ท่านกล่าวถึงการใช้ทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนานวัตกรรมที่เหมาะสมกับพื้นที่ และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยไม่ทำลายฐานทรัพยากรเดิม
ศาสตราจารย์ ดร. เสมอ ถาน้อย กล่าวถึงมุมมองด้านนโยบายวิจัยและนวัตกรรม โดยชี้ให้เห็นว่างาน อพ.สธ. เป็นฐานสำคัญของการพัฒนางานวิจัยที่ตอบโจทย์ประเทศในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงทางอาหาร สุขภาพ สิ่งแวดล้อม หรือเศรษฐกิจชีวภาพ ท่านเน้นว่ามหาวิทยาลัยควรใช้ข้อมูลและองค์ความรู้จาก อพ.สธ. มาต่อยอดสู่ผลงานวิจัยเชิงระบบ และเชื่อมโยงกับนโยบายระดับชาติ เพื่อให้เกิดผลกระทบในวงกว้าง
ในภาพรวม การเสวนาครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า อพ.สธ. ไม่ได้เป็นเพียงโครงการด้านการอนุรักษ์ แต่เป็น “แพลตฟอร์มการเรียนรู้และการพัฒนา” ที่เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษา ชุมชน และภาคส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกันอย่างมีพลัง แนวคิด “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” เป็นการย้ำเตือนให้ทุกภาคส่วนกลับมามองเห็นคุณค่าของทรัพยากรไทยที่มีอยู่เดิม และใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เป็นเครื่องมือในการรักษา ต่อยอด และใช้ประโยชน์อย่างรู้คุณค่าและยั่งยืน อันสอดคล้องกับพระราชดำริและเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาวอย่างแท้จริง
ที่มา: จากการเข้าร่วมการประชุมวิชาการชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ครั้งที่ 11 ในระหว่างวันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน 2568 ณ ห้องประชุมข้าวหอมมะลิ อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา มหาวิทยาลัยแม่โจ้