สะท้อนองค์ความรู้จากการอบรม “การเตรียมความพร้อมในการขอตำแหน่งทางวิชาการ”
วันที่เขียน 3/12/2568 11:25:30     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 6/10/2569 6:36:14
เปิดอ่าน: 384 ครั้ง

การอบรม “การเตรียมความพร้อมเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ” มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะที่จำเป็นสำหรับคณาจารย์ที่ต้องการพัฒนาสู่ตำแหน่ง ผศ./รศ./ศ. อบรมครั้งนี้นำเสนอประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเกณฑ์และเงื่อนไขของผลงานวิชาการ ตั้งแต่ประเภทผลงานที่นับได้ คุณภาพของวารสาร ไปจนถึงบทบาทของอาจารย์ในฐานะผู้ผลิตองค์ความรู้ใหม่ โดยเฉพาะความลุ่มลึกของผลงานซึ่งเป็นปัจจัยที่แตกต่างตามระดับตำแหน่ง ทั้งในด้านการริเริ่มใหม่ การประยุกต์เชิงนโยบาย และผลกระทบทางวิชาการ วิทยากรเน้นว่า “งานวิจัยคือหัวใจของการสอนที่มีคุณภาพ” และการพัฒนางานวิจัยจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงประจักษ์ที่หลากหลาย เช่น ฐานข้อมูลภาษีมูลค่าเพิ่ม ข้อมูลประชากร และข้อมูลธุรกิจจากหน่วยงานรัฐ ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและขยายขอบเขตการวิเคราะห์ให้รองรับโจทย์ระดับจังหวัด ภูมิภาค หรือระดับประเทศ นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณาจารย์เลือกหัวข้อวิจัยที่สามารถทำได้ต่อเนื่อง เพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางวิชาการ (Academic Identity) ให้ชัดเจน และนำไปสู่การเติบโตแบบยั่งยืนในอนาคต โดยสรุป อบรมครั้งนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเห็นภาพรวมของเส้นทางวิชาการอย่างเป็นระบบ เข้าใจมาตรฐานการผลิตผลงาน และตระหนักถึงบทบาทของการวิจัยในการสร้างผลกระทบต่อสังคมในระยะยาว

การอบรม “การเตรียมความพร้อมเพื่อขอตำแหน่งทางวิชาการ” จัดขึ้นเพื่อเสริมความเข้าใจและเพิ่มศักยภาพให้คณาจารย์ที่ต้องการเติบโตในสายอุดมศึกษา จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ณ โรงแรมแคนทารีฮิลล์ เชียงใหม่ เนื้อหาสำคัญที่บรรยายโดย ศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์ ได้ถ่ายทอดผ่านตัวอย่างจริง ข้อมูลเชิงประจักษ์ และข้อคิดเชิงกลยุทธ์อย่างลุ่มลึกเกี่ยวกับการทำงานวิชาการ การสร้างผลงานที่มีคุณภาพ และการเตรียมตัวสู่ตำแหน่ง ผศ./รศ./ศ. อย่างเป็นระบบ ได้แก่

  1. ความเข้าใจต่อเกณฑ์และเงื่อนไข คือจุดเริ่มต้นสำคัญ

องค์ความรู้แรกที่เน้นย้ำ คือการทำความเข้าใจ “เงื่อนไขผลงานที่นับได้” และ “มาตรฐาน” ของผลงานในแต่ละระดับ ไม่ว่าจะเป็นบทความวิจัย บทความวิชาการ ตำรา หนังสือ หรือผลงานนวัตกรรม โดยเฉพาะคุณภาพของวารสารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการประเมินผลงาน วารสารที่ผ่านการประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) และมีดัชนีคุณภาพสูง เช่น Scopus Q1–Q2 จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและโอกาสในการพิจารณาตำแหน่งมากขึ้น นอกจากนี้ เงื่อนไขเกี่ยวกับการสอนและการเป็นผู้เขียนหลัก ยังเป็นประเด็นที่คณาจารย์ควรเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างรอบคอบ

  1. งานวิจัยคือฐานรากของการสอนและการเติบโตทางวิชาการ

ข้อความที่วิทยากรกล่าวไว้ว่า “วิจัยคือเสมือนลมหายใจของอาจารย์” สะท้อนบทบาทสำคัญของงานวิจัยในสังคมมหาวิทยาลัยอย่างชัดเจน งานวิจัยที่ดีจะทำให้ผู้สอนสามารถเชื่อมโยงบทเรียนกับสถานการณ์จริง ถ่ายทอดความรู้ได้ทันสมัย และสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษา ขณะเดียวกัน งานวิจัยยังเป็นสิ่งที่ผลักดันให้อาจารย์ปรับตัว เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี

การทำวิจัยทั้งแบบเดี่ยวและแบบทีมถูกแนะนำให้ทำควบคู่กัน เพราะช่วยให้อาจารย์พัฒนาทักษะหลายด้านและเปิดโอกาสในการบูรณาการความรู้ข้ามสาขา

  1. ความลุ่มลึกของผลงานและเกณฑ์ที่แตกต่างตามระดับตำแหน่ง

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือความแตกต่างด้าน “ความลุ่มลึก” ของงานในแต่ละระดับตำแหน่ง

ผศ. ต้องแสดงให้เห็นความถูกต้องของวิธีวิจัยและความครบถ้วนของเนื้อหา

รศ. ต้องมีความริเริ่มใหม่ (originality) พร้อมประโยชน์ต่อสังคมหรือวงวิชาการ

ศ. ต้องสร้างผลงานที่มีอิทธิพลชัดเจน เช่น ผลกระทบเชิงนโยบาย การอ้างอิงระดับสูง หรือการเปลี่ยนแปลงองค์ความรู้ในสาขา

ดังนั้น ผู้ขอตำแหน่งควรพิจารณา “ขนาดของโจทย์วิจัย” ให้เหมาะสมกับระดับตำแหน่ง เช่น หลีกเลี่ยงงานที่แคบเกินไปหรือใช้เฉพาะข้อมูลระดับกลุ่มเล็ก ๆ เพราะมักไม่สะท้อนภาพรวมเชิงนโยบายหรือเชิงระบบตามที่คาดหวังในระดับอุดมศึกษา

  1. ข้อมูลคุณภาพสูง เครื่องมือเพิ่มพลังให้ผลงานวิจัย

อีกองค์ความรู้สำคัญคือการใช้ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น ข้อมูลผู้ประกอบการ VAT ของกรมสรรพากร, ข้อมูลทุนการค้า TSIC ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า, ข้อมูลประชากรรายตำบลจากกระทรวงมหาดไทย, ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เช่น แรงงาน การท่องเที่ยว สถานประกอบการ ซึ่งแหล่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เกิดงานวิจัยที่มีความน่าเชื่อถือสูง วิเคราะห์ได้ในระดับจังหวัด ภูมิภาค หรือระดับประเทศ ซึ่งเหมาะกับผลงานวิชาการระดับ รศ. และ ศ. เป็นอย่างยิ่ง

  1. เลือกโจทย์วิจัยที่ “ทำได้ต่อเนื่อง” และสร้างอัตลักษณ์นักวิชาการ

ประเด็นสุดท้ายที่น่าสนใจ คือ คำแนะนำให้เลือกหัวข้อที่สามารถต่อยอดได้ในระยะยาว เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การเติบโตเมือง การกระจายความเจริญ หรือพลวัตประชากร เพราะการสะสมงานวิจัยในกลุ่มประเด็นเดียวกันจะช่วยสร้างอัตลักษณ์ทางวิชาการ (Academic Identity) ที่ชัดเจนและเพิ่มน้ำหนักของผลงานต่อการประเมินตำแหน่ง

สรุปปิดท้าย การขอตำแหน่งวิชาการไม่ใช่เพียงกระบวนการทางเอกสาร แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพของอาจารย์ทั้งด้านการสอน การวิจัย และการรับใช้สังคม อบรมครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้คณาจารย์เห็นทิศทางการเติบโตเชิงวิชาการอย่างเป็นระบบ มั่นคง และสร้างคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยในระยะยาว

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1626
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 21:43:25   เปิดอ่าน 39  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 14:05:51   เปิดอ่าน 54  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 15:11:24   เปิดอ่าน 60  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 5/10/2569 10:34:42   เปิดอ่าน 71  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง