การเตรียมเอนไซม์อาหารสัตว์จากก้อนเพาะเห็ดเก่า เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ได้ของอาหารสัตว์เศรษฐกิจในท้องถิ่น
วันที่เขียน 13/9/2562 14:30:11     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15/9/2569 10:28:09
เปิดอ่าน: 2536 ครั้ง

ก้อนเห็ดหมดอายุเป็นแหล่งของเอนไซม์ กลุ่มย่อยโพลิแซคคาไรด์หลายชนิดที่นำมาใช้เป็นเอนไซม์เสริมในอาหารสัตว์ได้ และจากผลวิเคราะห์ค่ากิจกรรมเอนไซม์ย่อยโพลีแซคคาไรด์ในก้อนเห็ดหมดอายุ 4 ชนิด ได้แก่ เห็ดยานางิ เห็ดนางฟ้า เห็ดขอนขาว และเห็ดลม พบว่า ก้อนเห็ดลมมีกิจกรรมของเอนไซม์เหลือมากที่สุด คือ เซลลูเลส 5.48 อะมัยเลส 5.20 แมนนาเนส และไซลาเนส 16.07 ยูนิต/กรัม น้ำหนักแห้ง และพบว่าการสกัดด้วยระบบวนชะสามารถสกัดเอนไซม์ได้ดีกว่าการสกัดแบบครั้งคราว อัตราการไหล 8 มล./นาที 2 รอบ สกัดเอนไซม์รวมได้ 31.29 ยูนิต/กรัม น้ำหนักแห้ง เอนไซม์หยาบที่ผลิตได้นี้สามารถย่อยพื้นผิวของแกลบได้ ดังนั้นคาดว่าน่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในแง่ของการเสริมในอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มการย่อยได้ของสัตว์

การเตรียมเอนไซม์อาหารสัตว์จากก้อนเพาะเห็ดเก่าเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ได้ของอาหารสัตว์เศรษฐกิจในท้องถิ่น

           เอนไซม์มักจะนิยมเสริมในอาหารสัตว์ เพื่อให้สัตว์มีสมรรถนะการเจริญที่ดี ช่วยเพิ่มค่าการย่อยได้ของอาหาร (digestibility)  ทำให้สัตว์สามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น และช่วยกำจัดสารต้านโภชนะ (antinutritional factors) ที่ก่อผลเสียต่อการเจริญของสัตว์ได้อีกด้วย มีรายงานวิจัยที่ยืนยันถึงประโยชน์จากการเสริมเอนไซม์ลงไปในอาหารสัตว์เพื่อปรับปรุงสมรรถนะการเจริญของสัตว์เลี้ยง (Marquardt et al., 1996; Alam et al., 2003; Vahjen et al., 2005) ได้แก่ เอนไซม์ xylanase  beta-mannanase  beta-glucanase cellulase protease และ phytase เป็นต้น  ซึ่งส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ  ดังนั้นการแสวงหาแหล่งเอนไซม์หาได้ง่าย ราคาถูก จึงควรนำมาศึกษาแนวทางที่จะช่วยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ทุกระดับลดค่าใช้จ่ายได้

        ก้อนเพาะเห็ดที่ผ่านการใช้งานและหมดอายุแล้ว (spent mushrooms) สามารถใช้เป็นแหล่งเอนไซม์อาหารสัตว์ในกลุ่มที่ย่อยสารโพลิแซคคาไรด์ (polysaccharide-degrading enzymes) ได้ ดังนั้นการวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อสำรวจปริมาณเอนไซม์อาหารสัตว์ที่เหลืออยู่ในก้อนเพาะเห็ดที่หมดอายุ โดยเน้นเอนไซม์กลุ่มย่อยโพลิแซคคาไรด์เป็นสำคัญ  รวมทั้งศึกษากระบวนการสกัดเอนไซม์อย่างง่ายแต่มีประสิทธิภาพ เพื่อเกษตรกรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างสะดวก และสามารถผลิตเอนไซม์ใช้เองได้ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือทิ้งการเกษตร และลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

ผลการทดลองและวิจารณ์ผลจากงานวิจัย 

  •  ผลการเลือกก้อนเห็ดเตรียมเอนไซม์  ก้อนเห็ดลมมีเอนไซม์ย่อยโพลิแซคคาไรดเหลือสูงสุด รวมเอนไซม์ทั้งหมด 42.74 ยูนิต/กรัม น้ำหนักแห้ง  ก้อนเห็ดเห็ดยานางิ มีเอนไซม์เหลืออยู่น้อยที่สุด 4 ยูนิต/กรัม น้ำหนัก
  •  การเปรียบเทียบระบบสกัดเอนไซม์  การสกัดด้วยน้ำเปล่าและสารละลายSodium phosphate buffer ให้ผลได้ (yield) ของเอนไซม์ที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
  • ผลของอัตราการไหลในระบบต่อปริมาณเอนไซม์ การสกัดแบบวนชะสามารถสกัดเอนไซม์ได้ดีกว่าการสกัดแบบครั้งคราว ด้วยอัตราการไหล 8 ml/ min  สามารถสกัดเอนไซม์ได้ดีที่สุด
  • ผลของจำนวนรอบที่มีต่อปริมาณเอนไซม์ การวนชะ จำนวน 2 รอบ สามารถสกัดเอนไซม์ได้ดีที่สุด
  • การทดสอบย่อยพื้นผิวแกลบด้วยเอนไซม์หยาบ  ลักษณะสัณฐานภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน พื้นผิวทั้งภายในและภายนอกของแกลบหยาบ มีลักษณะคล้ายถูกกัดกร่อน แสดงถึงการถูกย่อยโดยเอนไซม์

     ปริมาณเอนไซม์ที่สกัดได้เป็นที่น่าพึงพอใจ และเอนไซม์อะมัยเลส ถูกสกัดออกมาน้อยมากเมื่อใช้อัตราการไหลที่ต่ำ เอนไซม์ชนิดอื่นๆ มีความแตกต่างของผลได้เพียงเล็กน้อย อาจมีสาเหตุในระดับโครงสร้างโมเลกุลของเอนไซม์ที่ส่งผลต่อการจับ (affinity) บนอนุภาคก้อนเห็ด ดังนั้นจึงคาดว่าแกลบที่ผ่านการย่อยด้วยเอนไซม์จากก้อนเห็ดหมดอายุเหล่านี้ น่าจะมีค่าการย่อยได้สูงขึ้น และถูกนำไปใช้โดยสัตว์มากขึ้น

สรุปผล  

        ก้อนเห็ดลมหมดอายุ มีเอนไซม์กลุ่มย่อยโพลิแซคคาไรด์หลงเหลือสูงที่สุด มีเอนไซม์รวม 42.74 ยูนิต/กรัม น้ำหนักแห้ง และมีเอนไซม์เซลลูเลส  5.475 อะมัยเลส แมนนาเนส 15.991 และไซลาเนส 16.073 ยูนิต/กรัม น้ำหนักแห้ง ในขณะที่ก้อนเห็ดหมดอายุ ยานางิ มีเอนไซม์น้อยที่สุด 10 ยูนิต /กรัม น้ำหนักแห้ง และการสกัดเอนไซม์โดยใช้ระบบวนชะสามารถสกัดได้มากกว่าการสกัดแบบครั้งคราว มีอัตราการไหลที่ระดับ 8 มล./นาที เป็นระดับที่ดีที่สุดในการสกัด และยังพบว่าเอนไซม์ที่เตรียมจากก้อนเห็ดลม มีศักยภาพที่จะนำไปใช้เสริมในอาหารสัตว์เพื่อเพิ่มการย่อยได้ของสัตว์ต่อไป

 

เอกสารอ้างอิง  

Alam, M.J., M.A.R. Howider, M.A.H. Pramanik and M.A. Haque. 2003. Effect of exogenous enzyme in diet on broiler performance. International Journal of Poultry Science 2: 168-173.

Marquardt, R.R., A. Brenes, Z. Zhang and D. Boros. 1996. Use of enzymes to improve nutrient availability in poultry feedstuffs. Animal Feed Science and Technology 60: 321- 330.

Vahjen, W., T. Busch and O. Simon. 2005. Study on the use of soya bean polysaccharide degrading enzymes in broiler nutrition. Animal Feed Scienceand Technology 120: 259-276.


ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานช่วยวิชาการ
IDP-พัฒนารายบุคคล » การยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้วยการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy for Operational Excellence)
การยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้วยการรู้เท่าทันดิจิทัล (Digital Literacy for Operational Excellence) ในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)...
Digital Literacy  IDP  การรู้เท่าทันดิจิทัล  แผนการพัฒนารายบุคคล  ภัยไซเบอร์ (cyberbullying)  ภาวะข้อมูลข่าวสารอันไร้ระเบียบ  สามเหลี่ยม C.I.A.  สุขอนามัยในโลกดิจิทัล (Digital Hygiene)     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานช่วยวิชาการ
ผู้เขียน นงคราญ พงศ์ตระกุล  วันที่เขียน 3/9/2569 19:27:32  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 15/9/2569 6:29:49   เปิดอ่าน 43  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
IDP-พัฒนารายบุคคล » การประยุกต์ใช้ทักษะการเล่าเรื่อง (Storytelling Skills) เพื่อการสื่อสารองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ
ในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การสื่อสารข้อมูลเชิงวิชาการและการประชาสัมพันธ์องค์กรจำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์ที่สามารถสร้างการรับรู้และความผูกพันกับผู้รับสารไ...
IDP  Storytelling Skills  การสื่อสารองค์กรเพื่อมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 100 ปี  ทักษะการเล่าเรื่อง  แผนการพัฒนารายบุคคล     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานช่วยวิชาการ
ผู้เขียน นงคราญ พงศ์ตระกุล  วันที่เขียน 3/9/2569 18:11:05  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 13/9/2569 12:42:26   เปิดอ่าน 43  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการดูแลและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ » อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการดูแลและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
การดูแลและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาวิจัยและการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงหลายประการ ทั้งต่อผู...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานช่วยวิชาการ
ผู้เขียน ภานรินทร์ ปรีชาวัฒนากร  วันที่เขียน 3/9/2569 15:34:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 13/9/2569 5:24:53   เปิดอ่าน 35  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
พัฒนาตนเอง -นงคราญ » ยกระดับงานเอกสารและกระบวนการทำงานด้วย AI (AI Integration for Workflow Excellence)
การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกระบวนการทำงานในองค์กร โดยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ Flowchart และ Workflow เพื่อยกระดับมาตรฐานงานเอกสารและขั้นตอนปฏิบัต...
AI  ChatGPT  Flowchat  Workflow  กลุ่มงานช่วยวิชาการ  เครื่องมือ AI  งานเอกสาร  ผังงาน  องค์กรยุคใหม่     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานช่วยวิชาการ
ผู้เขียน นงคราญ พงศ์ตระกุล  วันที่เขียน 31/8/2569 18:38:55  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 13/9/2569 21:45:43   เปิดอ่าน 59  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง