รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามคำสำคัญ  : Impact
องค์ความรู้จากการฝึกอบรม » การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) สำหรับงานวิจัยและโครงการบริการวิชาการ
การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) เป็นแนวทางสำคัญในการประเมินคุณค่าและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานด้านการวิจัยและโครงการบริการวิชาการ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ที่เกิดขึ้นต่อผู้รับประโยชน์ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม มากกว่าการพิจารณาเพียงจำนวนกิจกรรมหรือการใช้จ่ายงบประมาณ ทั้งนี้ SROI เป็นกระบวนการที่นำผลลัพธ์ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมมาแปลงเป็นมูลค่าทางการเงิน โดยใช้ Financial Proxy และนำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าการลงทุน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าการลงทุน 1 บาท สามารถสร้างคุณค่าทางสังคมได้มากน้อยเพียงใด กระบวนการประเมิน SROI ประกอบด้วย การกำหนดขอบเขตการประเมิน การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดทำเส้นทางการเปลี่ยนแปลง (Impact Pathway) การกำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์ การแปลงผลลัพธ์เป็นมูลค่าทางการเงิน และการพิจารณาปัจจัยที่อาจส่งผลต่อมูลค่าผลประโยชน์ ได้แก่ Deadweight, Attribution, Displacement และ Drop-off ก่อนนำมาคำนวณอัตราผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน โดยหัวใจสำคัญของการประเมินไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข SROI เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงคุณภาพของข้อมูล ความเหมาะสมของตัวชี้วัด แหล่งที่มาของ Financial Proxy และความสมเหตุสมผลของสมมติฐานที่ใช้ในการประเมิน การประยุกต์ใช้ SROI กับงานวิจัยและโครงการบริการวิชาการสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ ระหว่างดำเนินโครงการ หลังดำเนินโครงการ และในระยะติดตามผลกระทบ เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงทรัพยากร กิจกรรม ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบได้อย่างเป็นระบบ ผลการประเมินสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจด้านงบประมาณ การพัฒนาตัวชี้วัด การปรับปรุงและขยายผลโครงการ ตลอดจนการสื่อสารคุณค่าของงานวิจัยและบริการวิชาการต่อผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ดังนั้น SROI จึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถแสดงให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าเงินลงทุนทางวิชาการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างไร
คำสำคัญ : Financial Proxy  Impact  Outcome  Social Return on Investment  SROI  Stakeholder  งานวิจัย  บริการวิชาการ  ผลตอบแทนทางสังคม  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 2  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน นภัสวรรณ กันศิริ  วันที่เขียน 14/9/2569 9:21:54  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/9/2569 10:37:04
การอบรมและสัมมนา » Generative AI Certification for Education: Thrive in an AI-driven Future
คำสำคัญ : Ethics  Generative AI  Law  Prompt  Societal Impact  
กลุ่มบทความ : บทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั่วไป
หมวดหมู่ : การศึกษา การเรียนการสอน
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 939  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ภานุวัฒน์ เมฆะ  วันที่เขียน 10/2/2568 14:19:39  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/9/2569 5:37:07
การจัดการองค์ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมประชุม อบรม สัมมนา » โครงการเทคนิคการตรวจสอบและคัดเลือกวารสารเพื่อการเผยแพร่ผลงานทางวิชาการในระดับนานาชาติ
ดัชนีชี้วัดคุณภาพวารสารเพื่อการตีพิมพ์ โดยการจัดแบ่งตัวชี้วัดคุณภาพของวารสาร สามารถแบ่งออกตามลักษณะแบบวิธีประเมิน ได้แก่ ๑) ชี้วัดคุณภาพของวารสาร โดยให้ความสำคัญกับวารสารประเภท Peer Review ๒) วารสารที่มีคณะกรรมการกลั่นกรองผลงานก่อนการตีพิมพ์ จะช่วยคัดกรองเรื่องคุณภาพวารสารได้เป็นอย่างดี ๓) ชี้วัดคุณภาพของวารสาร โดยให้ความสำคัญในเรื่องการนำวารสารหรือบทความของวารสารไปใช้ประโยชน์ในการต่อยอดงานวิจัย หรือพัฒนาจนนำไปสู่การค้นพบองค์ความรู้ใหม่อย่างแพร่หลาย หรือมีอิทธิพลในสาขานั้น โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลการอ้างอิงของวารสารนั้น และใช้วิธีวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติมาช่วย และสร้างเป็นเครื่องมือที่แตกต่างกันออกมา โดยเครื่องมือหรือตัวชี้วัดคุณภาพวารสารที่นิยม ได้แก่ Journal Impact Factor (JIF), JIF Quartile, SCImago Journal Rank (SJR), SJR Quartile, Eigenfactor, Source Normalized Impact per paper (SNIP), Impact Per Publication (IPP), Citation Index เป็นต้น ๔) ชี้วัดคุณภาพของวารสารโดยให้ความสำคัญในเรื่องความสัมพันธ์กันระหว่างจำนวนบทความที่ตีพิมพ์กับจำนวนการอ้างอิงบทความของวารสารได้ถูกนำไปใช้ในวงวิชาการหรือไม่ และถูกนำไปใช้อย่างไร ปริมาณบทความที่วารสารตีพิมพ์ออกมามาก ๆ ต่อปี ไม่ได้หมายความว่าวารสารนั้นมรคุณภาพดีกว่าวารสารที่ตีพิมพ์น้อยกว่าครึ่ง โดยตัวชี้วัดที่นิยม ได้แก่ h-index - เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินคุณภาพวารสาร (Impact/Ranking) สามารถจำแนกได้ดังนี้ ๑) Journal Citation Reports โดยพิจารณาจากวารสารนั้นมีการอ้างอิงเฉลี่ยต่อบทความของวารสารนั้น ๆ ๒) Eigen Factor ใช้เพื่อประเมินการนำวารสารนั้น ว่าถูกนำไปใช้ในทางวิชาการ หรือนักวิจัยจำนวนเท่าใดที่อ่าน และนำวารสารนี้ไปใช้อ้างอิงต่อ โดยรวบรวมสถิติจำนวนครั้งการอ้างอิงในรอบห้าปีไปคำนวณหาค่า โดย EF จะเป็นการวัดคุณภาพของวารสาร จากจำนวนการอ้างอิงที่ได้จากบทความทั้งหมดของวารสารที่ตีพิมพ์ในรอบปี ๓) SCImango ใช้เพื่อประเมินการนำคุณภาพความสำคัญของวารสารนั้นไปใช้ทางวิชา บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า ไม่ใช่บทความวิชาการทุกรายการที่ได้รับการอ้างอิงจะมีความสำคัญมีชื่อเสียง หรือทรงคุณค่าทางวิชาการเท่ากันหมด โดยให้น้ำหนักทั้งชื่อเสียงของวารสาร คุณภาพ และสาขาวิชา โดยสารารถนำไปใช้เปรียบเทียบวารสารข้ามสาขากันได้ โดยค่าที่ใช้ได้แก่ Scimago Journal Rank (SJR) การอิงต่อหนึ่งบทความ ลักษณะคล้ายกับ Impact Factor และใช้ SJR Quartile เพื่อเปรียบเทียบ ได้แก่ Q1, Q2, Q3 และ Q4 ๔) CWTS Journal indicators และ Journalmetrics โดยค่าที่ใช้ในการประเมินได้แก่ Source Normalized Impact Per Paper (SNIP) เพื่อใช้เปรียบเทียบคุณภาพของบทความในวารสารคนละฉบับ และสามารถเปรียบเทียบระหว่างสาขาได้ และอีกตัวชี้วัดหนึ่งได้แก่ h-index ซึ่งเป็นค่าที่แสดงความนิยมของบทความที่ได้รับการอ้างอิงในวารสาร
คำสำคัญ : Impact Factor  Journal  SJR  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 1896  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ศิรศักดิ์ ศศิวรรณพงศ์  วันที่เขียน 13/9/2564 12:39:10  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 14/9/2569 10:43:13