การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (SROI) สำหรับงานวิจัยและโครงการบริการวิชาการ
วิทยากร : อาจารย์ ดร.วารัชต์ มัธยมบุรุษ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี สถาบันนวัตกรรมและถ่ายทอดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยพะเยา
ความสำคัญของการประเมินผลกระทบ
ในปัจจุบัน การดำเนินงานด้านการวิจัยและบริการวิชาการไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการดำเนินกิจกรรมให้บรรลุเป้าหมายหรือการใช้จ่ายงบประมาณตามแผนเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับ ผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ที่เกิดขึ้นต่อผู้รับประโยชน์ ชุมชน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
การประเมินผลกระทบจึงเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้หน่วยงานสามารถตอบคำถามได้ว่า “การลงทุนในโครงการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร และสร้างคุณค่าให้แก่สังคมมากน้อยเพียงใด”
โดยเฉพาะงานวิจัยและโครงการบริการวิชาการ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้อยู่ในรูปของรายได้หรือกำไรโดยตรง เช่น การเพิ่มความรู้ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การลดต้นทุน การเพิ่มคุณภาพชีวิต การสร้างเครือข่าย หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การประเมินในรูปแบบ SROI จึงช่วยทำให้คุณค่าเหล่านี้สามารถถูกนำมาวิเคราะห์และสื่อสารอย่างเป็นระบบ
SROI (Social Return on Investment) หรือ การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน เป็นแนวทางการประเมินที่นำผลลัพธ์ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากโครงการมา แปลงเป็นมูลค่าทางการเงิน (Monetized Value) แล้วนำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าทางการเงินของต้นทุนหรือเงินลงทุนที่ใช้ในการดำเนินโครงการ
กล่าวอย่างง่าย คือ SROI ช่วยตอบว่า
“ลงทุน 1 บาท สามารถสร้างคุณค่าหรือผลตอบแทนทางสังคมได้กี่บาท”
เอกสารต้นทางอธิบายแนวคิด SROI ในลักษณะการนำ Social Impact มาแปลงเป็นมูลค่าเงิน และเปรียบเทียบกับต้นทุนที่ใช้ในการดำเนินงาน
ทำไม SROI จึงสำคัญกับงานวิจัยและบริการวิชาการ
SROI ช่วยให้งานวิจัยและบริการวิชาการสามารถแสดงคุณค่าที่เกิดขึ้นได้ครอบคลุมมากกว่าการรายงานเพียงจำนวนกิจกรรมหรือจำนวนผู้เข้าร่วม ได้แก่
- สะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง กับผู้รับประโยชน์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- เชื่อมโยงงบประมาณกับผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากการลงทุน
- ช่วยกำหนด ตัวชี้วัดผลลัพธ์และผลกระทบ ได้ชัดเจนขึ้น
- ช่วยสื่อสารคุณค่าของงานวิจัยต่อผู้บริหาร ชุมชน หน่วยงาน และผู้กำหนดนโยบาย
- ใช้เป็นข้อมูลประกอบการ พัฒนาและปรับปรุงโครงการในอนาคต
- ช่วยให้หน่วยงานเห็นว่าโครงการหนึ่ง ๆ สร้างคุณค่าในมิติ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างไร
แนวคิดและองค์ประกอบ
Input → Activities → Output → Outcome → Impact
หัวใจสำคัญของการประเมิน SROI คือการทำความเข้าใจ เส้นทางการเปลี่ยนแปลง (Impact Pathway) ตั้งแต่ทรัพยากรที่นำเข้าสู่โครงการจนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว
|
องค์ประกอบ
|
ความหมาย
|
ตัวอย่าง
|
|
Input
|
ทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงาน
|
งบประมาณ บุคลากร เวลา วัสดุ
|
|
Activities
|
กิจกรรมที่ดำเนินการ
|
อบรม ถ่ายทอดองค์ความรู้ วิจัย
|
|
Output
|
ผลผลิตโดยตรงจากกิจกรรม
|
จำนวนผู้เข้าร่วม จำนวนกิจกรรม
|
|
Outcome
|
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
|
ความรู้เพิ่มขึ้น รายได้เพิ่มขึ้น พฤติกรรมเปลี่ยน
|
|
Impact
|
ผลกระทบในระยะยาว
|
คุณภาพชีวิตดีขึ้น เศรษฐกิจชุมชนดีขึ้น สิ่งแวดล้อมดีขึ้น
|
ตัวอย่าง
งบประมาณและบุคลากร
↓
จัดอบรม/ถ่ายทอดองค์ความรู้
↓
มีผู้เข้าร่วมและได้รับความรู้
↓
ผู้เข้าร่วมนำความรู้ไปใช้
↓
เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านรายได้ คุณภาพชีวิต หรือประสิทธิภาพการทำงาน
Stakeholder หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมายถึง บุคคล กลุ่มบุคคล หรือหน่วยงานที่ได้รับประโยชน์ ได้รับผลกระทบ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการ
ตัวอย่างเช่น
- ผู้รับบริการหรือกลุ่มเป้าหมาย
- ชุมชน
- นักวิจัยและผู้ดำเนินโครงการ
- หน่วยงานภาครัฐ
- ภาคเอกชน
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- ผู้สนับสนุนงบประมาณ
การระบุ Stakeholder อย่างเหมาะสมจะช่วยให้การประเมินสามารถค้นหาว่า “ใครเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรจากโครงการ”
Stakeholder Analysis การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรพิจารณาอย่างน้อย 2 ประเด็นสำคัญ คือ
ระดับความสนใจ (Interest) และ ระดับอิทธิพล (Influence)
สามารถจัดกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
- ความสนใจสูง – อิทธิพลสูง
- ความสนใจสูง – อิทธิพลต่ำ
- ความสนใจต่ำ – อิทธิพลสูง
- ความสนใจต่ำ – อิทธิพลต่ำ
เอกสารต้นทางนำเสนอ Interest–Influence Grid เพื่อช่วยวิเคราะห์และกำหนดแนวทางบริหารจัดการ Stakeholder โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทั้งความสนใจและอิทธิพลสูง
Outcome และตัวชี้วัด
Outcome คือ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ ไม่ใช่เพียงจำนวนกิจกรรมหรือผลผลิต
ตัวอย่าง Outcome เช่น
- ความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น
- รายได้เพิ่มขึ้น
- ลดค่าใช้จ่าย
- ลดระยะเวลาการทำงาน
- สุขภาพดีขึ้น
- ลดการเดินทาง
- ลดการใช้ทรัพยากร
- สิ่งแวดล้อมดีขึ้น
จากนั้นจึงกำหนด ตัวชี้วัด (Indicator) เพื่อใช้ตรวจสอบว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่
Financial Proxy
Financial Proxy คือ ค่าตัวแทนทางการเงิน ที่ใช้แปลง Outcome ที่ไม่สามารถตีราคาโดยตรงให้เป็นมูลค่าทางการเงิน
ตัวอย่างจากกรณีศึกษาในเอกสาร ได้แก่
|
Outcome
|
Financial Proxy
|
|
ลดค่าใช้จ่ายการตรวจ
|
800 บาท/ตัวอย่าง
|
|
ลดวันนอนโรงพยาบาล
|
2,500 บาท/คืน
|
|
ลดการติดเชื้อในโรงพยาบาล
|
45,000 บาท/กรณี
|
|
ลดเวลาการทำงาน
|
350 บาท/ชั่วโมง
|
|
ลดการใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่จำเป็น
|
1,200 บาท/กรณี
|
การเลือก Proxy ควรมีเหตุผลและแหล่งข้อมูลที่สามารถอธิบายและตรวจสอบได้
กระบวนการประเมิน SROI
- กำหนดขอบเขต
กำหนดให้ชัดเจนว่า จะประเมินโครงการอะไร ประเมินกับใคร ประเมินในช่วงเวลาใด และต้องการตอบคำถามอะไร
เช่น การประเมินผลกระทบของโครงการบริการวิชาการในระยะเวลา 3–5 ปี
- วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ระบุ Stakeholder ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และพิจารณาว่าแต่ละกลุ่มได้รับผลกระทบหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
การมีส่วนร่วมของ Stakeholder มีความสำคัญ เพราะช่วยให้การประเมินสะท้อนผลลัพธ์ที่มีความหมายต่อผู้ได้รับผลกระทบจริง
- วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง
วิเคราะห์เส้นทางจากกิจกรรมไปสู่ผลลัพธ์ เช่น
กิจกรรม → ผลผลิต → การเปลี่ยนแปลง → ผลกระทบ
ตัวอย่างถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเกษตร
→ เกษตรกรได้รับความรู้
→ นำความรู้ไปใช้
→ ลดต้นทุนการผลิต
→ รายได้สุทธิเพิ่มขึ้น
- กำหนดตัวชี้วัด
กำหนดตัวชี้วัดที่สามารถแสดงให้เห็นการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น
- จำนวนผู้ที่นำความรู้ไปใช้
- จำนวนรายได้ที่เพิ่มขึ้น
- จำนวนต้นทุนที่ลดลง
- จำนวนวันที่ลดลง
- จำนวนผู้ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
- จำนวนพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนา
- แปลงผลลัพธ์เป็นมูลค่าทางการเงิน
นำ Outcome ที่ได้มาหา Financial Proxy เพื่อประมาณมูลค่าเป็นเงิน
ตัวอย่าง
ลดค่าใช้จ่ายได้ 100 ครั้ง × 800 บาท/ครั้ง
= มูลค่าผลประโยชน์ 80,000 บาท
- พิจารณา Deadweight / Attribution / Displacement
เพื่อป้องกันการประเมินผลประโยชน์สูงเกินจริง ต้องพิจารณาปัจจัยที่ไม่ได้เกิดจากโครงการโดยตรง
Deadweight ผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นอยู่แล้ว แม้ไม่มีโครงการ
Attribution ผลลัพธ์ส่วนที่เกิดจากปัจจัยหรือหน่วยงานอื่นร่วมด้วย
Displacement ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากโครงการอาจไปแทนที่ผลลัพธ์ในส่วนอื่น นอกจากนี้ ในกรณีที่ประเมินผลหลายปี อาจพิจารณา Drop-off ซึ่งหมายถึงการลดลงของผลลัพธ์เมื่อเวลาผ่านไป เอกสารต้นทางระบุแนวคิดการหักมูลค่าผลลัพธ์ที่ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมโดยตรง โดยเกี่ยวข้องกับ Attribution, Deadweight และ Displacement
- คำนวณผลตอบแทน
เมื่อได้มูลค่าผลประโยชน์ที่ผ่านการปรับแล้ว จึงนำมาเปรียบเทียบกับเงินลงทุน เพื่อคำนวณอัตราผลตอบแทนทางสังคม
การคำนวณและตัวอย่าง
สูตร SROI แนวคิดพื้นฐานของ SROI คือ
SROI = มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์รวม ÷ มูลค่าการลงทุนรวม
ผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงในรูป เช่น
SROI = 12 : 1
หมายถึง เงินลงทุน 1 บาท สามารถสร้างมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคมที่ประเมินได้ประมาณ 12 บาท
เอกสารต้นทางยกตัวอย่างแนวคิดว่า หากลงทุน 10,000 บาท และสร้างมูลค่าทางสังคม 200,000 บาท จะเท่ากับลงทุน 1 บาท สร้างผลตอบแทนทางสังคม 20 บาท
ความสัมพันธ์กับ ROI, NPV, IRR และ FV
ในการวิเคราะห์ผลตอบแทน เอกสารต้นทางกล่าวถึงตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ROI, NPV, IRR และ FV
|
ตัวชี้วัด
|
ความหมาย
|
|
ROI
|
Return on Investment – ผลตอบแทนจากการลงทุน
|
|
NPV
|
Net Present Value – มูลค่าปัจจุบันสุทธิ
|
|
IRR
|
Internal Rate of Return – อัตราผลตอบแทนภายใน
|
|
FV
|
Future Value – มูลค่าในอนาคต
|
|
SROI
|
Social Return on Investment – ผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน
|
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่า
- เงินลงทุน = 800,000 บาท
- มูลค่าผลประโยชน์ปัจจุบัน = 9,600,000 บาท
ดังนั้น
SROI = 9,600,000 ÷ 800,000
SROI = 12 : 1
จึงสามารถสื่อสารได้ว่า
“ทุกการลงทุน 1 บาท สามารถสร้างมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคมที่ประเมินได้ประมาณ 12 บาท”
ทั้งนี้ ค่า SROI เป็นผลจากข้อมูล สมมติฐาน ขอบเขต และวิธีการประเมินที่กำหนด จึงควรนำเสนอควบคู่กับวิธีการคำนวณและแหล่งข้อมูล
ตัวอย่างกรณีศึกษาจากเอกสาร
|
กรณีศึกษา
|
เงินลงทุน
|
SROI โดยประมาณ
|
|
นวัตกรรมทางการแพทย์
|
800,000 บาท
|
12.0 : 1
|
|
การท่องเที่ยวชุมชนบ้านหนองหล่ม จ.พะเยา
|
720,000 บาท
|
43.73 : 1
|
|
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ NCD
|
1,500,000 บาท
|
7.0 : 1
|
|
การจัดการขยะอินทรีย์และสร้างรายได้จากเห็ด
|
650,000 บาท
|
9.0 : 1
|
|
การฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
|
1,200,000 บาท
|
7.5 : 1
|
ตัวอย่างหนึ่งในเอกสารคือโครงการท่องเที่ยวชุมชนบ้านหนองหล่ม จังหวัดพะเยา ซึ่งวิเคราะห์ประโยชน์หลายด้าน เช่น รายได้จากการท่องเที่ยว รายได้ของเครือข่ายธุรกิจ การลดการทำลายระบบนิเวศ การลดการย้ายถิ่น และการประหยัดงบประมาณภาครัฐ
การนำไปใช้/การประยุกต์ใช้กับโครงการบริการวิชาการ
SROI สามารถนำมาใช้เป็นกรอบในการออกแบบ ติดตาม และประเมินผลโครงการบริการวิชาการตั้งแต่ต้นทางจนถึงผลกระทบระยะยาว โดยสามารถดำเนินการดังนี้
- ก่อนดำเนินโครงการ กำหนด Stakeholder, Outcome และ Impact Pathway
- ระหว่างดำเนินโครงการ เก็บข้อมูล Input, Activities และ Output อย่างต่อเนื่อง
- หลังดำเนินโครงการ ติดตาม Outcome และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมาย
- ระยะต่อเนื่อง ติดตามผลกระทบและประเมินมูลค่าผลประโยชน์ทางสังคม
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การประเมินไม่ใช่เพียงการรายงานว่า “ดำเนินกิจกรรมครบหรือไม่”
แต่สามารถตอบได้ว่า “กิจกรรมนั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรให้กับสังคม”
ประโยชน์ที่หน่วยงานจะได้รับ
การนำ SROI มาใช้ช่วยให้หน่วยงาน
- เห็นคุณค่าของโครงการในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
- มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้านงบประมาณ
- สามารถสื่อสารผลกระทบของงานวิจัยและบริการวิชาการได้ชัดเจน
- พัฒนาระบบตัวชี้วัดให้มุ่งเน้น Outcome และ Impact
- ใช้ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงและขยายผลโครงการ
- สร้างฐานข้อมูลผลกระทบสำหรับการรายงานต่อผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ข้อควรระวัง
การประเมิน SROI ควรให้ความสำคัญกับ คุณภาพของข้อมูลและความสมเหตุสมผลของสมมติฐาน มากกว่าการมุ่งให้ได้ค่า SROI ที่สูง
สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่
- ไม่เลือก Financial Proxy เพียงเพราะให้มูลค่าสูง
- ต้องมีหลักฐานสนับสนุนว่า Outcome เกิดขึ้นจริง
- ต้องพิจารณาว่าผลลัพธ์เกิดจากโครงการมากน้อยเพียงใด
- ต้องคำนึงถึง Deadweight, Attribution และ Displacement
- ต้องเปิดเผยวิธีการคำนวณและสมมติฐานอย่างโปร่งใส
- ไม่ควรตีความว่า SROI สูงหมายความว่าโครงการมีคุณภาพสูงกว่าเสมอ เพราะต้องพิจารณาบริบทและคุณภาพของหลักฐานร่วมด้วย
สรุปองค์ความรู้
SROI เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยน “ผลลัพธ์ของโครงการ” ให้เห็นเป็น “คุณค่าที่เกิดขึ้นต่อสังคม”
หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลข SROI เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่กระบวนการตั้งแต่การระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การค้นหาการเปลี่ยนแปลง การกำหนดตัวชี้วัด การเลือก Financial Proxy และการพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถอธิบายได้อย่างมีเหตุผลว่า การลงทุนของโครงการนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอะไร และสร้างคุณค่าให้กับใคร
ดังนั้น การนำ SROI มาประยุกต์ใช้กับ งานวิจัยและโครงการบริการวิชาการ จะช่วยให้มหาวิทยาลัยสามารถแสดงให้เห็นคุณค่าของการลงทุนทางวิชาการได้อย่างเป็นรูปธรรม และนำผลการประเมินไปใช้ในการพัฒนาโครงการ การจัดสรรทรัพยากร และการสร้างผลกระทบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
SROI ไม่ได้วัดเพียงว่าเราใช้เงินไปเท่าไร แต่ช่วยให้เห็นว่าเงินที่ลงทุนไป
สร้างการเปลี่ยนแปลงและคุณค่าให้กับสังคมอย่างไร”
คำสำคัญ
SROI, Social Return on Investment, ผลตอบแทนทางสังคม, Social Impact, Outcome, Impact, Stakeholder, Stakeholder Analysis, Financial Proxy, งานวิจัย, บริการวิชาการ