เพิ่มประสิทธิภาพงานบริหารและธุรการด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรม
วันที่เขียน 17/1/2561 16:31:44     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 23/8/2569 1:23:32
เปิดอ่าน: 4534 ครั้ง

การสร้างนวัตกรรมจากงานประจำ

ประชุมวิชาการเครือข่ายพัฒนาระบบบริการธุรการ

เรื่อง “เพิ่มประสิทธิภาพงานบริหารและธุรการด้วยการสร้างนวัตกรรม

 

การสร้างนวัตกรรมจากงานประจำ

นวัตกรรม (Innovation) คือ การใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาหรือประดิษฐ์สิ่งใหม่ เช่น บริหาร ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ๆ (Service, Product, Process) เป็นต้น ที่มีคุณค่า (Value Creation) และมีประโยชน์ต่อผู้อื่น เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งมีคุณค่าและมีประโยชน์แล้วจะสามารถขยายผลต่อไปได้เชิงพาณิชย์ หรือขายได้นั่นเอง (อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง)

Innovation = Creativa + New + Value Creation (ความคิดสร้างสรรค์ + สิ่งใหม่ + มีคุณค่า)

 

เมื่อนวัตกรรมมีความสำคัญและเป็นจุดเปลี่ยนที่ผู้ประกอบการเอสเอ็สอีให้ความสนใจ กรอบความคิดต่อไปนี้อาจจะมีส่วนช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถคิดนอกกรอบและสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดได้

  1. นวัตกรรมเกิดได้จากความบกพร่อง นวัตกรรมที่เกิดขึ้นแทบทั้งหมดเกิดขึ้นจากความคิดเพื่อแก้ไขในสิ่งที่เป็นปัญหาและข้อพกพร่องแทบทั้งสิ้น และมีอยู่ส่วนน้อยมากที่เป็นการคิดค้นเริ่มต้นนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาด้วยตัวเอง
  2. ลูกค้ามักจะบอกเราว่าต้องทำอะไร บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการมักเผชิญกับความท้าทายในการคิดนอกกรอบ ขณะที่ผู้ประกอบการอีกกลุ่มคิดนอกกรอบไปไกลจนลืมสนใจลูกค้า บ่อยครั้งเรามักพบว่านวัตกรรมเกิดขึ้นง่ายๆ จาก Pain Point และคนที่บอกเล่าได้ดีที่สุดคือลูกค้านั่นเอง
  3. คิดให้ใหญ่ แต่เริ่มต้นทำจากสิ่งเล็กๆ ทุกครั้งที่ผู้ประกอบการคิดถึงนวัตกรรมมักจะมองไปถึงอะไรที่แปลกและแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง และมักจะถอดใจกับการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม เพราะมีอุปสรรคที่ขวางหน้าอยู่มากมาย ดังนั้นในกระบวนการสร้างนวัตกรรมที่กูรูนวัตกรรมแนะนำ มักจะบอกว่า “จงคิดให้ใหญ่แต่ให้ทำจากสิ่งเล็กๆ”

 

อย่างไรก็ตาม การคิดสร้างนวัตกรรมนั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของความชำนาญและความเชี่ยวชาญ มีแต่ความเข้าใจที่ลึกซึ้งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้นจึงจะเกิดความแตกยอดความคิดออกมาเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ได้ ดังนั้นผู้ประกอบการเองจึงต้องทำความเข้าใจกับธุรกิจที่ทำอยู่ให้ลึกซึ้งเสียก่อน จากนั้นจึงวิเคราะห์ธุรกิจให้เป็นจุดที่ตั้งอยู่ในปัจจุบัน และเส้นทางที่จะผลักดันธุรกิจในอนาคต แล้วจึงกำหนดเป็นแผนธุรกิจและแผนการสร้างนวัตกรรมให้องค์กร กรอบความคิดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการควรต้องคิดและวางแผนก่อนที่จะกระโดดไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ โดยทันที

 

ทักษะการโค้ชที่สำคัญในการโค้ช Talent  ในองค์กรสำหรับผู้บริหารหรือหัวหน้างาน

  1. ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ (Rapport Building)

การสร้างความสัมพันธ์เป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างหนึ่ง เพราะเป็นกระบวนการที่จะให้เกิดการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างคน 2 คน การสร้างความสัมพันธ์ในทางการโค้ชมีเทคนิคมากมาย เช่น VAKAD model, Matching & Mirroring model lotus model  จุดประสงค์ของการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้กับผู้ที่พูดคุยด้วย พร้อมเชื่อใจและเปิดใจให้ความร่วมมือในการโค้ช การคิดและความร่วมมือในการโค้ช หรือการพูดคุยเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการพูดคุย

สำหรับในการบริหารจัดการนั้น หากหัวหน้า ลูกน้อง มีความแตกต่างกันทางความคิด พื้นเพ การศึกษา สไตล์การทำงาน เมื่อมาทำงานอาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งกันได้ ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีอย่างราบรื่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 

  1. ทักษะการฟัง

เป็นทักษะที่สำคัญมาก เพราะในกระบวนการการโค้ชนั้น โค้ชจะใช้เวลาในการฟังถึง 80% (อีก 20 % สำหรับการถาม, feedback) การฟังแบบโค้ชจะแตกต่างจากากรฟังแบบทั่วไป การฟังทั่วไปจะได้ยินสิ่งที่แสดงออกมา สิ่งที่เขาต้องการให้รู้เนื้อหา (Content) แต่การฟังแบบโค้ช ต้องฟังให้ถึงความรู้สึก ความเชื่อ ความคิด สามารถกับประเด็นและได้ยินในสิ่งที่ผู้รับการโค้ชไม่ได้พูดและทวนออกมาได้ (Context) เหมือนกับเป็นกระจกสะท้อนผู้รับการโค้ชได้

 

  1. ทักษะการถาม

การถามทำให้เกิดกระบวนการคิด ตรึกตรอง และค้นหาคำตอบ สำหรับคนเจน Y นั้นชอบคิด ค้นคว้าหาคำตอบ ดังนั้นการถามจึงเป็นการกระตุ้นความคิด เมื่อเกิดการฝึกฝนคิดบ่อยๆ เข้าผู้ที่ถูกถามจะสามารถคิด และแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง คำถามที่ดีความเป็นคำถามปลายเปิด เพื่อให้ผู้ถามได้แสดงความคิด

 

  1. ทักษะการให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback)

การให้ข้อมูลย้อนกลับหรือ feedback นั้น ไม่ใช่ด่า หรือบ่นแต่อย่างใด แต่เป็นการให้ข้อมูลกับผู้ปฏิบัติงานหรือลูกน้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น หลักการให้ข้อมูลย้อนกลับ จะมีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ส่วน คือ

  • ส่วนของพฤติกรรม
  • ส่วนของผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
  • ส่วนที่ต้องการให้เกิดแก้ไขปรับปรุงหรือชื่นชม

 

  1. ทักษะอื่นๆ เช่นการเล่าเรื่อง การจูงใจ และการสื่อสาร

 

แนวทางรับมือกับ VUCA world สำหรับผู้นำองค์กร ผู้นำทีมในการพัฒนาทีม และแนวทางการพัฒนาตัวเอง

จะต้องเตรียมตัวใน 4 ด้านหลักๆ ดังนี้

  1. มีวิสัยทัศน์ (Vision)

ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน และทันต่อเหตุการณ์ เพื่อให้สามารถตัดสินได้โดยอย่างรวดเร็วและตอบสนองได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว โดย

  • การสื่อสาร (Communicate) กับทีมงาน และคนในองค์กร การสื่อสารที่ชัดเจนและทำให้ทุกคนเป็นเป้าหมาย และวิสัยทัศน์ขององค์กรให้เป็นภาพเดียวกัน และรู้ว่าจะก้าวเดินไปในทิศทางใด
  • เชื่อมั่น (Belief) เชื่อมั่นในตัวเองและผู้อื่น และให้การสนับสนุนการเติบโตทั้งทางความคิด และการทำสไตล์ใหม่ๆ ในทางเดียวกับวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ขององค์กร
  • มั่งมั่น (Focus) มุ่งมั่นและมั่นใจว่าทีมของคุณมีความสามารถและก้าวไปด้วยกันกับทิศทางขององค์กร

 

  1. การทำความเข้าใจ (Understanding)

ทำความเข้าใจจุดแข็ง จุดอ่อนขององค์กร ขีดความสามารถและกลยุทธ์ขององค์กร ผู้นำจำเป็นต้องเข้าไปมีส่วนร่วมกับพนักงาน ลูกค้า และ stakeholder เพื่อรับฟังข้อมูลและความคิดเห็นที่เสริมสร้างมุมมองใหม่เพื่อสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดย

  • อยากรู้อยากเห็น (Curiosity) เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้คำถามปลายเปิด หรือ คำถามแบบโค้ช เปิดใจ เพื่อให้ได้ข้อมูลใหม่มาพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ในองค์กร
  • เอาใจใส่ (Empathy) ใส่ใจกับทีมงาน เพื่อให้ได้ใจ และการร่วมมือร่วมใจอย่างต่อเนื่อง
  • เปิดใจ (Open Mind) เปิดใจ เปิดรับแนวคิดใหม่ๆ เพื่อได้ไอเดียเชิงสร้างสรรคืมาพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

 

  1. ชัดเจนกระจ่าง (Clarify)

ในยุคที่ระบบและองค์กร สภาพแวดล้อมที่มีความซับซ้อนที่มากขึ้นเรื่อยๆ มีปัจจัยมากมายและซับซ้อนต่อการตัดสินใจ การสร้างเสริมความชัดเจนในนโยบายและกลยุทธ์จึงเป็นแนวทางที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง เพื่อให้การตัดสินใจทันต่อเหตุการณ์ โดย

  • การจัดระบบให้เรียบร้อย (Simplify) ลดความซับซ้อนของระบบ และเน้นประเด็นหลักๆ ที่เป็นแก่นขององค์กรจริงๆ ไม่เสียเวลากับระบบหรือขั้นตอนที่ไม่สร้างคุณค่าให้กับองค์กร
  • ตระหนักรู้ (Awareness) ใช้สัญชาตญาณ และประสบการณ์ในการทำงาน และตัดสินใจ
  • การคิดเชิงระบบ (Systems Thinking) เพื่อให้ได้มุมมองแบบองค์รวม แล้วแยกย่อยออกมาเป็นส่วนต่างๆ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน

 

  1. ความว่องไว (Agility) ต่อการเปลี่ยนแปลง

ยืดหยุ่นและมีการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้ โดยที่ยังคงเป้าหมายและวิสัยทัศน์ขององค์กรยังอยู่ โดย

  • การตัดสินใจ (Decisiveness) สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและตัดสินใจด้วยความมั่นใจ
  • การพัฒนานวัตกรรม (innovation) เรียนรู้ปัญหาของลูกค้า ใส่ในกับผู้คน แล้วพัฒนานวัตกรรมใหม่ออกมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น
  • การให้อำนาจ (Empower) การทำงานสร้างเครือข่าย การทำงานร่วมกัน และการสนับสนุนทำให้ผู้อื่นสามารถทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม

(อาจารย์ศศิมา สุขสว่าง)

 

PDCA ขั้นตอนของการทำงานอย่างมีเป้าหมาย

Plan การวางแผน

Do การปฏิบัติ

Check การตรวจสอบ

Act จัดทำเป็นมาตรฐาน

 

เป้าหมายของตนเองและองค์กร

  1. กำหนดหัวข้อที่จะพัฒนา
  2. กำหนดดัชนีชี้วัดและเป้าหมายย่อย
  3. สำรวจสภาพปัจจุบันและทบทวนเป้าหมาย
  4. วิเคราะห์สาเหตุรากเง้าของการพัฒนาให้บรรลุตามเป้าหมาย
  5. หามาตรการพัฒนา วางแผนปฏิบัติและปฏิบัติตามแผน
  6. ติดตามผลการพัฒนา
  7. จัดทำเป็นมาตรฐานและแก้ไขปัญหาในส่วนที่ยังไม่ได้ตามแผน ทบทวนเป้าหมาย
  8. กำหนดหัวข้อที่จะพัฒนาต่อไป

นวัตกรรม (ใหม่ + คุณค่า + ยอมรับ/นำไปใช้)

การสร้างสรรค์สิ่งใหม่

  • สิ่งประดิษฐ์ วิธีการใหม่ สินค้าใหม่

ที่เกิดจากความคิดใหม่

  • ผสานกลไก หลักการ เทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกัน
  • ประยุกต์วิทยาศาสตร์แขนงอื่นๆ
  • วิจัย สร้างทฤษฏีใหม่ และวิทยาการใหม่ๆ

ได้คุณค่า ยอมรับ และนำไปใช้

  • ขจัดปัญหา ใช้งานได้ประสิทธิภาพและคุณภาพเต็มที่ ลดการใช้ทรัพยากร เพิ่มคุณภาพ รวดเร็ว
  • เกิดประโยชน์ใช้งานใหม่ ลดต้นทุน สร้างรายได้เพิ่ม

(รศ.ดร.ณัชชา ทวีแสงสกุลไทย)

 

 การวิเคราะห์งานประจำ

การวิเคราะห์ หมายถึง การจำแนกแยกแยะองค์ประกอบของสิ่งไดสิ่งหนึ่งหรือเรื่องไดเรื่องหนึ่งเพื่อค้นหาที่มา ความเชื่อมโยง ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ ที่ทำให้เกิดสิ่งนั้น หรือเรื่องนั้น การวิเคราะห์จึงเป็นการศึกษาค้นคว้าหรือการศึกษาหาคำตอบอย่างละเอียดรอบคอบตามกระบวนการวิเคราะห์ต่อประเด็นที่ที่เกิดขึ้น เป็นการนำข้อมูลที่จัดทำไว้มาวิเคราะห์ที่เกิดขึ้น เป็นการนำข้อมูลที่จัดทำไว้มาวิเคราะห์โดยเลือกใช้สถิติให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์และลักษณะของข้อมูลโดยที่การวิเคราะห์ข้อมูลมีองค์ประกอบที่มีความสัมพันธ์ที่สำคัญ 3 ประการ คือ ข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ และหลักหรือตรรกวิทยาของการวิเคราะห์ (เกียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์,2547 วรภัทร์ ภู่เจริญ,2546)

การวิเคราะห์งาน (Job Analysis) การวิเคราะห์งานเป็นการศึกษา ลักษะงาน ขอบเขตและหน้าที่ความรับผิดชอบ รวมทั้งคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น ต้องการเพื่อการปฏิบัติหน้าที่หรือภารกิจนั้นๆ ได้บรรลุเป้าหมายขององค์กร ซึ่งการวิเคราะห์งานนั้นอาจมีวัตถุประสงค์หรือผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์หลายด้านในการบริหารทรัพยากรบุคคล เช่น การวางแผนทรัพยากรบุคคล การกำหนดตำแหน่ง การสรรหาและเลือกสรรเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง การพัฒนาและฝึกอบรม  สำหรับการวิเคราะห์งานเพื่อการกำหนดตำแหน่ง จะมีรายละเอียดดังนี้ คือ

 

  1. วิเคราะห์โครงสร้าง ภารกิจ ความสัมพันธ์ของตำแหน่ง เป็นการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ถึงเหตุผลความจำเป็นของการมีตำแหน่งนั้น โดยอาจแสดงความเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาล แผนบริหารราชการแผ่นดิน แผนกลยุทธ์วิสัยทัศน์พันธกิจ กรอบของกฎหมาย แผนงาน/โครงการ/งบประมาณ เป็นต้น โดยอาจแสดงให้เห็นถึงโครงการสร้าง การจัดส่วนราชการภายใน สายการบังคับบัญชา ความสัมพันธ์ในแนวระนาบและแนวดิ่งของตำแหน่งในโครงสร้างของหน่วยงานนั้น
  2. วิเคราะห์ลักษณะงาน หน้าที่ความรับผิดชอบ เป็นการวิเคราะห์ถึง กระบวนการ ขั้นตอนและวิธีการปฏิบัติงาน ลักษณะงานที่ปฏิบัติ เพื่อจะได้พิจารณากำหนดสายงานและคุณสมบัติผู้ที่จะแต่งตั้งให้มาดำรงตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม รวมทั้งกระบวนการทำงานดังกล่าวสมควรมีการปรับบทบาทภารกิจของหน่วยงานหรือปรับปรุง ขั้นตอนและวิธีการทำงานให้เหมาะสมหรือไม่ เพียงใด ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการออกแบบ กระบวนการทำงานใหม่ เพิ่มขนาดความรับผิดชอบ การขยายงาน ของตำแหน่ง
  3. การวิเคราะห์คุณภาพและความยุ่งยากซับซ้อนของงาน เป็นการวิเคราะห์ถึงระดับความรับผิดชอบ ระดับการตัดสินใจ ระดับของผลกระทบ และระดับของความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในงาน การวิเคราะห์ในส่วนนี้อาจจะพิจารณาตัวผลผลิตหรือผลลัพธ์ของการทำงาน การใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่ตำแหน่งนั้นต้องการ ขั้นตอนหรือวิธีปฏิบัติที่ยุ่งยากหรือเทคนิควิธีการที่ซับซ้อน มีการใช้ความคิดริเริ่มที่ต้องการในงานมากน้อยเพียงใด และหากเทียบเคียงกับหน่วยงานหรือองค์กรอื่นมีความเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร ทั้งนี้ต้องเป็นการพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานจริงในปัจจุบัน
  4. การจัดทำแบบบรรยายลักษณะงาน (Job Description) เป็นผลผลิตจากการวิเคราะห์งานเพื่อการกำหนดตำแหน่ง โดยได้จากการประมวลผลของการวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าวข้างต้น และนำมาเขียนเป็นลักษณะงานที่ปฏิบัติและหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่ง อีกทั้งคุณสมบัติเฉพาะสำหรับสำหรับตำแหน่งนั้นๆ ในลักษณะแบบบรรยายลักษณะงานไว้ เพื่อใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคลในส่วนราชการ หากเป็นการปรับปรุงระดับตำแหน่งให้เป็นระดับสูงขึ้น ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพของงานต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจำเป็นต้องมีการเขียนแบบบรรยายลักษณะงานขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในการพิจารณาประเมินค่างาน (ปภาณภณ ปภังกรภูรินทร์)

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=763
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
องค์ความรู้ » การประยุกต์ใช้ AI ด้วย Notebook LM (Smart Workforce Development)
การเข้าร่วมอบรม เรื่อง การประยุกต์ใช้ AI ด้วย Notebook LM (Smart Workforce Development) ในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ ยุคการทำงานสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยี AI Agent ที่มีความสามารถในกา...
AI  Notebook LM  งานสารบรรณ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
ผู้เขียน สุรีย์พร กิตติพิทยาพงศ์  วันที่เขียน 13/8/2569 14:27:23  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/8/2569 19:23:52   เปิดอ่าน 37  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
HR for Line Leader : เข้าใจคน เข้าใจงาน » HR for Line Leader : เข้าใจคน เข้าใจงาน
HR for Line Leader : เข้าใจคน เข้าใจงาน บทบาทหน้าที่ ในการบริหารงานทรัพยากรบุคคลของ ผู้จัดการ/ผู้นำ/หัวหน้าสายงาน 1. การบริหาร และวางแผนกำลังคนในสายงานที่รับผิดชอบ 2. มีส่วนร่วมในการสัมภาษณ์ คัดเลื...
-     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
ผู้เขียน สุมิตร ชัยเขตร์  วันที่เขียน 31/7/2569 7:54:53  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/8/2569 22:20:19   เปิดอ่าน 72  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » ความรู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรคณะพัฒนาการท่องเที่ยว กิจกรรมแนวทางการจัดทำเอกสารประกอบการสอนและเอกสารคำสอน เพื่อเตรียมพร้อมการประเมินการสอนอย่างมีคุณภาพ
โครงการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพบุคลากรคณะพัฒนาการท่องเที่ยว กิจกรรมแนวทางการจัดทำเอกสารประกอบการสอนและเอกสารคำสอน เพื่อเตรียมพร้อมการประเมินการสอนอย่างมีคุณภาพ วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 จัดโดยคณะพัฒ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
ผู้เขียน กนิษฐา รักสกุลกานต์  วันที่เขียน 24/6/2569 9:23:14  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/8/2569 4:46:02   เปิดอ่าน 85  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » ความรู้ที่ได้เข้าร่วมโครงการบริการวิชาการผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ เรื่อง การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) รุ่นที่ 5
โครงการบริการวิชาการผ่านการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการออนไลน์ เรื่อง การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย (R2R) รุ่นที่ 5 วันที่ 17 มิถุนายน 2569 จัดโดยคณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลา...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
ผู้เขียน กนิษฐา รักสกุลกานต์  วันที่เขียน 24/6/2569 9:11:55  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 23/8/2569 0:29:16   เปิดอ่าน 97  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
คนึงนิตย์ กอนแสง » การบูรณาการ AI ในการสร้างผังงานเพื่อยกระดับคุณภาพงานเอกสารและขั้นตอนปฏิบัติงานในระบบงานสารบรรณ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ในการสร้างผังงาน (Flowchart) เพื่อยกระดับคุณภาพงานเอกสารและขั้นตอนปฏิบัติงานในระบบงานสารบรรณ ซึ่งเป็...
ปัญญาประดิษฐ์, การบูรณาการเทคโนโลยี, ผังงาน, ระบบงานสารบรรณ, งานเอกสาร, ขั้นตอนปฏิบัติงาน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานบริหารงานทั่วไป
ผู้เขียน คนึงนิตย์ กอนแสง  วันที่เขียน 20/2/2569 14:38:10  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/8/2569 11:29:42   เปิดอ่าน 216  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง