BRICS มีพัฒนาการจากความร่วมมือของบราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ ไปสู่การขยายสมาชิกและประเทศหุ้นส่วนจากหลายภูมิภาค ทำให้ BRICS มีบทบาทมากขึ้นในฐานะเวทีความร่วมมือของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ความร่วมมือครอบคลุมทั้งด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจและการเงิน ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประชาชน
สำหรับประเทศไทย การเป็นประเทศหุ้นส่วนของ BRICS เปิดโอกาสในการขยายตลาดสินค้าและบริการ ดึงดูดการลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยว และสร้างความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม พลังงาน และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีประชากรและขนาดเศรษฐกิจจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวของ BRICS เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ประเทศไทยจึงควรหลีกเลี่ยงการมอง BRICS ในลักษณะของการ “เลือกข้าง” แต่ควรใช้ประโยชน์จากความร่วมมือดังกล่าวควบคู่กับการรักษาความสัมพันธ์กับประเทศและกลุ่มเศรษฐกิจอื่น ๆ รวมถึงอาเซียน เพื่อรักษาความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการต่างประเทศ
การรับมือในอนาคตจึงควรให้ความสำคัญกับ 5 ประเด็น ได้แก่ (1) การกระจายตลาดและการลงทุน เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง (2) การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (3) การเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินและการชำระเงินระหว่างประเทศ (4) การสร้างความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และ (5) การเสริมบทบาทของไทยในการเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง BRICS กับอาเซียน
ดังนั้น BRICS ไม่ควรถูกมองเฉพาะในมิติของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ แต่ควรมองเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอนาคต การเตรียมพร้อมของประเทศไทยควรมุ่งสร้างความยืดหยุ่น กระจายความเสี่ยง และแสวงหาโอกาสจากความร่วมมือกับหลายกลุ่มประเทศ เพื่อให้สามารถรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของประเทศภายใต้สภาพแวดล้อมโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง