การบริหารงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐจำเป็นต้องยึดหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะ แนวคิดสำคัญของการดำเนินงานด้านนี้ประกอบด้วย 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ ความโปร่งใส (Transparency) ที่กำหนดให้กระบวนการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างต้องเปิดเผยข้อมูลและสามารถตรวจสอบได้ ความรับผิดชอบ (Accountability) ที่กำหนดให้ผู้ปฏิบัติงานต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและสามารถอธิบายการใช้จ่ายงบประมาณได้อย่างชัดเจน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Value for Money) ซึ่งมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด การดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐอยู่ภายใต้กรอบของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดมาตรฐานและกระบวนการดำเนินงานให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ พร้อมทั้งมีกลไกกำกับดูแลโดยคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องหลายชุด เพื่อป้องกันการทุจริตและส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การบริหารพัสดุของรัฐครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนจัดซื้อ การจัดหา การใช้ประโยชน์ การดูแลรักษา ตลอดจนการจำหน่ายหรือกำจัดพัสดุ โดยมีเจ้าหน้าที่พัสดุและหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ การกำหนด “ราคากลาง” ถือเป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อป้องกันการกำหนดราคาที่สูงเกินจริง และสร้างมาตรฐานในการพิจารณาข้อเสนอของผู้ประกอบการ ขณะเดียวกัน ภาครัฐยังนำระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดซื้อจัดจ้าง (e-GP) มาใช้ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสในการทุจริต ทั้งนี้ นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว จรรยาบรรณของบุคลากรภาครัฐยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยการยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ ซึ่งจะนำไปสู่ระบบการบริหารงบประมาณที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง.
“Ethics in action : โปร่งใส ใส่ใจ และใช้จ่ายอย่างรับผิดชอบ” ๑. แนวคิดหลักของการใช้จ่ายงบประมาณอย่างโปร่งใส แนวคิดสำคัญของเอกสารนี้คือการส่งเสริม ธรรมาภิบาล (Good Governance) ในการบริหารงบประมาณของหน่วยงานภาครัฐ โดยเน้น ๓ หลักการสำคัญ ได้แก่ ๑) ความโปร่งใส (Transparency) การดำเนินการด้านงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างต้องเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน สามารถตรวจสอบได้ และไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ๒) ความรับผิดชอบ (Accountability) ผู้ปฏิบัติงานต้องรับผิดชอบต่อการใช้จ่ายงบประมาณ และสามารถอธิบายเหตุผลในการตัดสินใจได้ ๓) การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า (Value for Money) การจัดซื้อจัดจ้างต้องคำนึงถึงความคุ้มค่า ประสิทธิภาพ และประโยชน์สูงสุดของหน่วยงานและสาธารณะ ซึ่งหลักการดังกล่าวเป็นแนวทางสำคัญในการป้องกันการทุจริตและการใช้จ่ายงบประมาณอย่างไม่เหมาะสมในหน่วยงานภาครัฐ ๒. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การดำเนินงานด้านพัสดุของหน่วยงานรัฐต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่กำหนดแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ กฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์สำคัญ ได้แก่ ๑) กำหนดมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ ๒) ป้องกันการทุจริตและการใช้อำนาจโดยมิชอบ ๓) ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเป็นธรรม และ ๔) เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ ซึ่งภายใต้กฎหมายดังกล่าว มีการจัดตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลระบบจัดซื้อจัดจ้างหลายชุด เช่น คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้าง คณะกรรมการกำหนดราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ คณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต และ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้มีหน้าที่กำหนดนโยบาย แนวทาง และตรวจสอบการดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐ ๓. ความหมายของ “พัสดุ” และการบริหารพัสดุ ตามกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้าง คำว่า “พัสดุ” หมายถึงสิ่งของหรือทรัพย์สินที่หน่วยงานรัฐจัดหาเพื่อใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งอาจแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ วัสดุ ครุภัณฑ์ สิ่งก่อสร้าง การบริหารพัสดุจึงครอบคลุมกระบวนการทั้งหมด ตั้งแต่ การวางแผนจัดซื้อ การจัดหา การใช้ประโยชน์ การดูแลรักษา การจำหน่ายหรือการกำจัดพัสดุ ซึ่งการบริหารพัสดุที่ดีต้องมีระบบควบคุมที่เหมาะสม เพื่อให้ทรัพย์สินของรัฐถูกใช้อย่างคุ้มค่าและไม่เกิดความสูญเสีย ๔. บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้านพัสดุ กฎหมายกำหนดให้มีบุคลากรที่รับผิดชอบงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างโดยเฉพาะ ได้แก่ หัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุ มีหน้าที่กำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานด้านการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่พัสดุ มีหน้าที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดทำเอกสาร การดำเนินการตามขั้นตอน และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบทบาทของบุคลากรกลุ่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นผู้ดำเนินการโดยตรงในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และยึดถือจรรยาบรรณในการทำงาน ๕. แนวคิดเรื่อง “ราคากลาง”ซึ่งเป็นราคาที่ใช้เป็นฐานในการพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ราคากลางมีบทบาทสำคัญในการ ป้องกันการกำหนดราคาที่สูงเกินจริง สร้างมาตรฐานในการประเมินข้อเสนอของผู้ประกอบการ และ ลดโอกาสในการทุจริตหรือฮั้วประมูล ซึ่งการกำหนดราคากลางจึงต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และมีหลักฐานอ้างอิงที่สามารถตรวจสอบได้ ๖. การป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริต ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการป้องกันอย่างรัดกุม เช่น การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ การใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดซื้อจัดจ้าง (e-GP) การกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบหลายระดับ และ การเปิดโอกาสให้มีการอุทธรณ์หรือร้องเรียน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสในการใช้อำนาจโดยมิชอบ ๗. ความสำคัญของจรรยาบรรณในการปฏิบัติงาน นอกจากการปฏิบัติตามกฎหมายแล้ว ยังเน้นความสำคัญของ จรรยาบรรณของบุคลากรภาครัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างระบบบริหารงานที่โปร่งใส ซึ่งบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายงบประมาณควรยึดหลัก ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ การปฏิบัติงานอย่างเป็นธรรม และการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยการยึดถือจรรยาบรรณดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อการบริหารงานของภาครัฐ