จากประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาเรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการจัดหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน พ.ศ. 2565 https://www.ops.go.th/th/role/edu-standard/item/7949-2565-10 กำหนดคุณสมบัติของคณาจารย์นิเทศคือ ต้องมีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา และผ่านการอบรมการนิเทศงานเพื่อให้มีสมรรถนะในการทำหน้าที่คณาจารย์นิเทศ ตามหลักสูตรที่สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด และเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรที่นักศึกษาสังกัดอยู่ ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงสนใจที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศ CWIE สำหรับผู้ที่ไม่เคยอบรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566) รุ่นที่ 6 ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมเบส์ เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี รุ่นนี้มีจำนวนผู้เข้าอบรม 142 คน จากหลากหลายสถาบัน ที่มากที่สุดคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รองลงมาคือมหาวิทยาลัยศรีปทุม ก่อนการอบรมผู้เข้าร่วมโครงการอบรมจะต้องผ่านการเรียนออนไลน์ ในหัวข้อ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:MHESI+00835+0/about เพื่อเป็นการปรับพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ
วันแรก มีการทดสอบก่อนการอบรม และฟังบรรยายเกี่ยวกับมาตรฐานและแนวทางการพัฒนาหลักสูตร CWIE (Cooperative and Work Integrated Education) เมื่อเทียบเคียงกับ CWIE พบว่า หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถิติและการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดเป็นสหกิจศึกษาแบบแยก (Separate) : เรียนภาคทฤษฎีในมหาวิทยาลัยจนครบตามกำหนดหลังจากนั้นจึงไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการตามระยะเวลาที่กำหนด การบรรยายชี้ให้เห็นข้อดีในการที่นักศึกษาที่ได้ไปปฏิบัติ CWIE คือ มีวุฒิภาวะสูงขึ้น มีพื้นที่ให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติจริง เรียนรู้ว่าการทำงานจริงต้องมีสมรรถนะอย่างไร ได้พัฒนา soft skill สังคมการทำงานและ การนำเสนองาน ค้นพบตัวเอง เปิดโลกทัศน์ เห็นช่องทางอาชีพ และการพัฒนาตนเอง มีโอกาสได้ความรู้เพิ่มและใช้เทคโนโลยี/เครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำงานจริง สร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ได้เครือข่ายคนทำงานและกลุ่มสังคม ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา มีข้อดี คือ หลักสูตรมีความทันสมัย อาจารย์ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงโลกของการทำงาน ผลิตบัณฑิตตรงตามความต้องการตลาดงาน พัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์เชิงลึกกับสถานประกอบการ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ทำให้การลงทุนทางการศึกษาคุ้มค่า ในส่วนของสถานประกอบการ มีข้อดีคือ ร่วมอุดมการณ์พัฒนากำลังคนของประเทศ ได้พนักงานตรงตามความต้องการ ลดค่าใช้จ่ายในการสรรหาพนักงาน
นอกจากนี้ในการบรรยาย กล่าวถึงกระบวนการก่อนไปปฏิบัติ CWIE สำหรับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้ 1. ประชุมระหว่างคณาจารย์และนักศึกษาในหลักสูตร 2. หาตำแหน่งงานสหกิจศึกษาให้นักศึกษา (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 3. เตรียมเอกสารสมัครงานของนักศึกษา (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 4. เตรียมความพร้อมให้นักศึกษา 5. เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร/งบประมาณ 6. จัดทำเอกสารสำหรับรายละเอียดรายวิชาประสบการณ์ภาคสนาม (มคอ. 4) 7. ประกาศตำแหน่งงานให้นักศึกษาสมัคร (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 8. ประสานงานการส่งเอกสาร/สัมภาษณ์/การคัดเลือกนักศึกษากับสถานประกอบการ (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 9. ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการเลือกสถานประกอบการ/การเตรียมตัว 10. จับคู่สถานประกอบการกับนักศึกษา โดยพิจารณาความพร้อมทางวิชาการ สุขภาพกาย/ใจ ภูมิหลังอื่น ๆ 11. ประกาศผลการสมัครงานสหกิจศึกษา (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 12.จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หนังสือส่งตัวนักศึกษาเข้าปฏิบัติงาน / แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน / แนวปฏิบัติของพนักงานที่ปรึกษาของสถานประกอบการ (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 13. การเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาก่อนการปฏิบัติ CWIE 14. กำหนดอาจารย์นิเทศสำหรับนักศึกษาและประกาศให้นักศึกษาทราบ 15. ประชุมชี้แจงนักศึกษาก่อนไปปฏิบัติ CWIE ในส่วนของนักศึกษา ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ศึกษาข้อมูลของสถานประกอบการที่จะไปปฏิบัติงาน 2. เลือกสถานประกอบการที่จะไปปฏิบัติงาน (ตามความสมัครใจ) 3. จัดทำใบสมัครงานและประวัติ 4. เตรียมความพร้อมด้านวิชาการและทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน อาทิทักษะทางด้านอารมณ์ สังคม ภาษา ดิจิทัล ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการพัฒนาตนเอง 5. จัดทำบันทึกความคาดหวังที่ต้องการปฏิบัติงาน
ในส่วนบทบาทและหน้าที่ของคณาจารย์นิเทศ ควรปฏิบัติดังนี้ 1.วางแผนและประสานงานได้แก่ ศึกษาความเหมาะสมของสถานประกอบการ (ลักษณะงาน, สวัสดิการต่าง ๆ, สถานที่ตั้ง, ความปลอดภัย, ประสบการณ์ของสถานประกอบการและผู้นิเทศงาน) วางแผนการนิเทศ และเตรียมเอกสารประกอบการนิเทศ เช่น วัน-เวลา เอกสารประกอบการนิเทศ 2. เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาและปฐมนิเทศ ได้แก่ เตรียมความพร้อมทั้งด้าน soft skill และ hard skill ให้นักศึกษาเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ในสถานประกอบการ ให้คำแนะนำด้านจรรยาบรรณ วินัย และมารยาทในวิชาชีพ แนะนำวิธีปฏิบัติตัวและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อต้องเผชิญปัญหา 3. นิเทศและติดตามผล ได้แก่ นิเทศงานเพื่อตรวจเยี่ยม ติดตามผลการปฏิบัติงานและประเมินผล สังเกตพฤติกรรมการทำงาน ทักษะการแก้ปัญหาและการสื่อสารของนักศึกษา พบผู้นิเทศงานและนักศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 4. ให้คำปรึกษาระหว่างการปฏิบัติงาน ได้แก่ ให้คำปรึกษาทั้งทางด้านวิชาการและการดำเนินชีวิต แนะนำแนวทางการพัฒนาตนเอง ส่งเสริมให้นักศึกษากล้าคิด กล้าแสดงออก และแก้ปัญหาด้วยตนเอง 5. เจรจาต่อรอง ได้แก่ เจรจาเรื่องลักษณะงานเจรจาต่อรองช่วงระยะเวลาการปฏิบัติงาน (ในบางกรณี) เจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างนักศึกษากับสถานประกอบการ เจรจาขอความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ของคณะ/มหาวิทยาลัย 6. ประเมินผลการปฏิบัติงาน ได้แก่ ประเมินผลตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ทักษะวิชาชีพ จรรยาบรรณ ความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์รายงานการปฏิบัติงานและแบบประเมินจากสถานประกอบการ ให้คะแนนตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ 7. สรุป ประเมินผลและสะท้อนผล ได้แก่ สรุปผลการนิเทศ และนำเสนอข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร ประเมินสถานประกอบการ นำประสบการณ์จากการนิเทศมาแลกเปลี่ยนในเวทีวิชาการ
วันที่สอง ฟังบรรยายเกี่ยวกับการบริหารจัดการความร่วมมือของสถานประกอบการ ระหว่างการปฏิบัติงาน CWIE สถานประกอบการควรปฏิบัติดังนี้ 1. มอบหมายภาระงานหรือโครงงานที่ตรงตามสาขา วิชาของนักศึกษาที่มาปฏิบัติงาน 2. จัดให้นักศึกษาที่มาปฏิบัติงานเสมือนเป็นพนักงานชั่วคราวเต็มเวลา 3. อบรมความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 4. จัดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และแนวทางการปฏิบัติงานระหว่างนักศึกษา คณาจารย์นิเทศ และผู้นิเทศงาน 5. มีการติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาสมรรถนะของนักศึกษาจากการปฏิบัติงานระหว่างนักศึกษา คณาจารย์นิเทศและผู้นิเทศงาน และมีการปรับปรุงในกรณีที่นักศึกษายังไม่เกิดสมรรถนะตามที่กำหนด การบริหารจัดการความร่วมมือของนักศึกษา ระหว่างการปฏิบัติงาน CWIE นักศึกษาควรปฏิบัติดังนี้ 1. รายงานตัวต่อผู้นิเทศงานและหัวหน้าแผนก ณ แผนกที่นักศึกษาต้องปฏิบัติงาน 2. มาปฏิบัติงานเสมือนเป็นพนักงานชั่วคราวเต็มเวลา 3. ทำรายงานประจำวันและประจำสัปดาห์ โดยแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกระหว่างการปฏิบัติงานในแบบการวิเคราะห์สะท้อนคิดตามแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ 4. ส่งรายงานความก้าวหน้าต่อผู้นิเทศงานและคณาจารย์นิเทศตามข้อตกลงร่วมกัน 5. ส่ง (ร่าง) รายงานฉบับสมบูรณ์ให้คณาจารย์นิเทศและผู้นิเทศงานก่อนเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานและต้องแก้ไขตามที่คณาจารย์นิเทศและผู้นิเทศงานแนะนำให้เรียบร้อย 6. ประเมินคณาจารย์นิเทศ และผู้นิเทศงานตามแบบประเมินที่สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการร่วมกันกำหนด
คณาจารย์นิเทศไปนิเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เป็นกำลังใจให้นักศึกษา/ส่งนักศึกษา ณ สถานประกอบการ 2. ติดตามปัญหาที่เกิดหรืออาจเกิดขึ้นพร้อมแก้ไข/ไกล่เกลี่ย 3. ประเมินผลการปฏิบัติงาน CWIE ของนักศึกษา 4. ติดตามความก้าวหน้าของโครงงาน/ปรับการทำโครงงานให้เหมาะสมกับพื้นความรู้ของนักศึกษาและความต้องการของสถานประกอบการ 5.ประเมินความเข้าใจเกี่ยวกับ CWIE ความเป็นอยู่ และสวัสดิการ การนิเทศนักศึกษา CWIE ณ สถานประกอบการเป็นการประชุมหารือ/พิจารณาดำเนินการ 3 ฝ่าย คือ คณาจารย์นิเทศ กับ นักศึกษา คณาจารย์นิเทศ กับ ผู้นิเทศงาน และ คณาจารย์นิเทศ กับ ผู้นิเทศงาน กับ นักศึกษา (ประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย) ใช้เวลา ณ สถานประกอบการไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง การกำหนดคณาจารย์นิเทศควรพิจารณา สถานที่ตั้งของสถานประกอบการเพื่อ ลดต้นทุนและความเชี่ยวชาญพิเศษของคณาจารย์เพื่อการติดตามความก้าวหน้าและการต่อยอด นอกจากนี้วิทยากร ยังได้กล่าวถึงโครงงานสหกิจศึกษาซึ่งเป็นงานที่นักศึกษาจัดทำขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงานในระบบสหกิจศึกษาโดยมีเป้าหมายเพื่อ “แก้ปัญหา ปรับปรุง หรือพัฒนางาน” ในสถานประกอบการโดย “ใช้ความรู้ จากที่เรียนมา พร้อมกับทักษะที่ได้รับจากการทำงานจริง” ลักษณะโครงงานสหกิจศึกษา ควรมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้ 1. เป็นงานที่มีความ “สำคัญหรือเป็นประโยชน์” ต่อสถานประกอบการ และสถานประกอบการสามารถนำไปใช้งานได้จริง 2. มีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และนำเสนอผลอย่างเป็นระบบ 3. มีอาจารย์ที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัย และ ผู้นิเทศงาน (พี่เลี้ยง) จากสถานประกอบการให้คำแนะนำ 4. เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (การประเมิน 50:50) 5. นักศึกษาต้องจัดทำรายงานสรุป มีการนำเสนอต่อสถานประกอบการก่อนกลับจากปฏิบัติงาน และนำเสนอต่ออาจารย์หลังจากปฏิบัติงานเสร็จสิ้น และวิทยากรยังได้กล่าวถึงแนวทางการได้มาหัวข้อโครงงานสหกิจศึกษาคณาจารย์นิเทศ ต้องสร้างแผนการนิเทศ ซึ่งเป็นการระบุกิจกรรมที่จะต้องมีการติดตามความก้าวหน้ากับนักศึกษาและหรือผู้นิเทศงานในตลอดระยะเวลา 16 สัปดาห์
การให้คำปรึกษาและแก้ปัญหา ระหว่างที่นักศึกษาปฏิบัติสหกิจศึกษาอาจมีปัญหาเกิดขึ้นโดยวัตถุประสงค์ของการให้คำปรึกษาเพื่อ 1. ค้นหาสาเหตุของปัญหา 2. หาแนวทางออกร่วมกัน 3. ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต โดยผู้มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา ได้แก่ นักศึกษา ผู้นิเทศ (พี่เลี้ยง)อาจารย์นิเทศ / อาจารย์ประจำหลักสูตร ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เช่น ผู้ปกครอง หลักการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหา CWIE ประกอบด้วย 1. การรับฟังปัญหาและค้นหาข้อมูล 2. ฟังอย่างเข้าใจ 3. วิเคราะห์ปัญหาและหาทางออก 4. ดำเนินการแก้ปัญหา โดยประเภท/สาเหตุปัญหามี 3 รูปแบบ คือ 1. ปัญหาที่เกิดจากลักษณะงาน 2. ปัญหาที่เกิดจากคนที่ทำงาน 3. ปัญหาที่เกิดจากตัวนักศึกษา
กระบวนการหลังการปฏิบัติงาน CWIE สำหรับสถานประกอบการควรปฏิบัติดังนี้ 1.จัดให้มีการนําเสนอผลการปฏิบัติงานและประสบการณ์ที่ได้รับต่อผู้นิเทศ 2. ผู้นิเทศตรวจสาระและให้ข้อเสนอ ในการเขียนรายงานการปฏิบัติงาน 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา และรายงานสถานศึกษา และองค์กร 4. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง สำหรับสถานศึกษาและนักศึกษาควรปฏิบัติดังนี้ 1. ตรวจรายงานการปฏิบัติงาน CWIE ได้แก่ ตรวจสาระรายงาน รูปแบบรายงาน การเขียน รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ 2. จัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักศึกษา คณาจารย์นิเทศ และ คณาจารย์ประจำสาขาวิชา 3. การนําเสนอผลการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย ความน่าสนใจของเนื้อหา สื่อในการนําเสนอ การบริหารเวลา การตอบคําถาม และบุคลิกภาพ การประเมินผลการปฏิบัติงาน มีการกำหนดสัดส่วนอย่างสอดคล้อง เครื่องมือในการประเมินอาจใช้การประเมินผลการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์สะท้อนคิด
การตัดเกรดอาจเป็น S และ U หรือ A-F ให้คําแนะนํากับนักศึกษา เช่น การเติมเต็มศักยภาพให้มีความพร้อมในการประกอบอาชีพตามจุดมุ่งหมายของนักศึกษา การเลือกสถานประกอบการในอนาคต การพัฒนาต่อยอดผลงานสู่งานวิชาการ เมื่อจบการบรรยาย มีการทดสอบหลังการอบรม และตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมอบรม