การเข้าร่วมอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศ CWIE สำหรับผู้ที่ไม่เคยอบรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566) รุ่นที่ 6
วันที่เขียน 17/3/2569 13:25:08     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 7:10:47
เปิดอ่าน: 587 ครั้ง

การอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศ CWIE (Cooperative and Work Integrated Education) ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566 มุ่งพัฒนาสมรรถนะอาจารย์ให้สอดคล้องกับประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 ผู้เข้าอบรมต้องผ่านการเรียนออนไลน์เพื่อปรับพื้นฐาน ก่อนเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการ เนื้อหาในการอบรมครอบคลุมมาตรฐาน และแนวทางพัฒนาหลักสูตร CWIE ช่วยพัฒนานักศึกษาให้มีทักษะวิชาชีพ soft skills วุฒิภาวะ และมุมมองอาชีพจากประสบการณ์จริง สถาบันการศึกษาได้ประโยชน์ด้านการพัฒนาหลักสูตร ความร่วมมือกับสถานประกอบการ และการผลิตบัณฑิตตรงตลาดแรงงาน คณาจารย์นิเทศมีบทบาทสำคัญตั้งแต่การเตรียมความพร้อม วางแผน นิเทศ ติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผล กระบวนการดำเนินงาน CWIE ครอบคลุมก่อน ระหว่าง และหลังการปฏิบัติงาน โดยเน้นความร่วมมือ 3 ฝ่าย โครงงานสหกิจศึกษาต้องเน้นการแก้ปัญหาจริงในสถานประกอบการ และประเมินผลร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยและสถานประกอบการ การให้คำปรึกษาแก่นักศึกษาและการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องอาศัยการวิเคราะห์สาเหตุอย่างเป็นระบบ และความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง การอบรมช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในการบริหารจัดการ CWIE มากยิ่งขึ้น

จากประกาศคณะกรรมการมาตรฐานการอุดมศึกษาเรื่อง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเพื่อส่งเสริมการจัดหลักสูตรสหกิจศึกษาและการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน พ.ศ. 2565 https://www.ops.go.th/th/role/edu-standard/item/7949-2565-10  กำหนดคุณสมบัติของคณาจารย์นิเทศคือ ต้องมีประสบการณ์การสอนไม่น้อยกว่า 1 ภาคการศึกษา และผ่านการอบรมการนิเทศงานเพื่อให้มีสมรรถนะในการทำหน้าที่คณาจารย์นิเทศ ตามหลักสูตรที่สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกำหนด และเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรที่นักศึกษาสังกัดอยู่  ดังนั้น ข้าพเจ้าจึงสนใจที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรคณาจารย์นิเทศ CWIE สำหรับผู้ที่ไม่เคยอบรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566) รุ่นที่ 6  ระหว่างวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569  ณ โรงแรมเบส์ เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี รุ่นนี้มีจำนวนผู้เข้าอบรม 142 คน จากหลากหลายสถาบัน ที่มากที่สุดคือมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ รองลงมาคือมหาวิทยาลัยศรีปทุม ก่อนการอบรมผู้เข้าร่วมโครงการอบรมจะต้องผ่านการเรียนออนไลน์ ในหัวข้อ https://learn.thaimooc.ac.th/courses/course-v1:MHESI+00835+0/about เพื่อเป็นการปรับพื้นฐานความรู้ความเข้าใจ

วันแรก มีการทดสอบก่อนการอบรม และฟังบรรยายเกี่ยวกับมาตรฐานและแนวทางการพัฒนาหลักสูตร CWIE (Cooperative and Work Integrated Education) เมื่อเทียบเคียงกับ CWIE พบว่า หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถิติและการจัดการสารสนเทศ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จัดเป็นสหกิจศึกษาแบบแยก (Separate) : เรียนภาคทฤษฎีในมหาวิทยาลัยจนครบตามกำหนดหลังจากนั้นจึงไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการตามระยะเวลาที่กำหนด  การบรรยายชี้ให้เห็นข้อดีในการที่นักศึกษาที่ได้ไปปฏิบัติ CWIE คือ มีวุฒิภาวะสูงขึ้น มีพื้นที่ให้สามารถนำความรู้ไปปฏิบัติจริง  เรียนรู้ว่าการทำงานจริงต้องมีสมรรถนะอย่างไร ได้พัฒนา soft skill สังคมการทำงานและ การนำเสนองาน ค้นพบตัวเอง เปิดโลกทัศน์ เห็นช่องทางอาชีพ และการพัฒนาตนเอง  มีโอกาสได้ความรู้เพิ่มและใช้เทคโนโลยี/เครื่องมือใหม่ ๆ ในการทำงานจริง สร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ได้เครือข่ายคนทำงานและกลุ่มสังคม ในส่วนของสถาบันอุดมศึกษา มีข้อดี คือ หลักสูตรมีความทันสมัย อาจารย์ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงโลกของการทำงาน ผลิตบัณฑิตตรงตามความต้องการตลาดงาน พัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์เชิงลึกกับสถานประกอบการ มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับ ทำให้การลงทุนทางการศึกษาคุ้มค่า ในส่วนของสถานประกอบการ มีข้อดีคือ ร่วมอุดมการณ์พัฒนากำลังคนของประเทศ ได้พนักงานตรงตามความต้องการ ลดค่าใช้จ่ายในการสรรหาพนักงาน

นอกจากนี้ในการบรรยาย กล่าวถึงกระบวนการก่อนไปปฏิบัติ CWIE สำหรับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีดังนี้ 1. ประชุมระหว่างคณาจารย์และนักศึกษาในหลักสูตร 2. หาตำแหน่งงานสหกิจศึกษาให้นักศึกษา (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 3. เตรียมเอกสารสมัครงานของนักศึกษา (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 4. เตรียมความพร้อมให้นักศึกษา  5. เตรียมความพร้อมด้านทรัพยากร/งบประมาณ 6. จัดทำเอกสารสำหรับรายละเอียดรายวิชาประสบการณ์ภาคสนาม (มคอ. 4) 7. ประกาศตำแหน่งงานให้นักศึกษาสมัคร (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 8. ประสานงานการส่งเอกสาร/สัมภาษณ์/การคัดเลือกนักศึกษากับสถานประกอบการ (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 9. ให้คำแนะนำแก่นักศึกษาเกี่ยวกับการเลือกสถานประกอบการ/การเตรียมตัว  10. จับคู่สถานประกอบการกับนักศึกษา โดยพิจารณาความพร้อมทางวิชาการ  สุขภาพกาย/ใจ ภูมิหลังอื่น ๆ  11. ประกาศผลการสมัครงานสหกิจศึกษา (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 12.จัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ หนังสือส่งตัวนักศึกษาเข้าปฏิบัติงาน / แบบประเมินผลการปฏิบัติงาน / แนวปฏิบัติของพนักงานที่ปรึกษาของสถานประกอบการ (ร่วมกับเจ้าหน้าที่) 13. การเตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาก่อนการปฏิบัติ CWIE  14. กำหนดอาจารย์นิเทศสำหรับนักศึกษาและประกาศให้นักศึกษาทราบ 15. ประชุมชี้แจงนักศึกษาก่อนไปปฏิบัติ CWIE   ในส่วนของนักศึกษา ควรปฏิบัติดังนี้ 1. ศึกษาข้อมูลของสถานประกอบการที่จะไปปฏิบัติงาน 2. เลือกสถานประกอบการที่จะไปปฏิบัติงาน (ตามความสมัครใจ) 3. จัดทำใบสมัครงานและประวัติ 4. เตรียมความพร้อมด้านวิชาการและทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน อาทิทักษะทางด้านอารมณ์ สังคม ภาษา ดิจิทัล ความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รวมไปถึงการพัฒนาตนเอง 5. จัดทำบันทึกความคาดหวังที่ต้องการปฏิบัติงาน

ในส่วนบทบาทและหน้าที่ของคณาจารย์นิเทศ ควรปฏิบัติดังนี้ 1.วางแผนและประสานงานได้แก่ ศึกษาความเหมาะสมของสถานประกอบการ (ลักษณะงาน, สวัสดิการต่าง ๆ, สถานที่ตั้ง, ความปลอดภัย, ประสบการณ์ของสถานประกอบการและผู้นิเทศงาน) วางแผนการนิเทศ และเตรียมเอกสารประกอบการนิเทศ เช่น วัน-เวลา เอกสารประกอบการนิเทศ 2. เตรียมความพร้อมให้กับนักศึกษาและปฐมนิเทศ ได้แก่ เตรียมความพร้อมทั้งด้าน soft skill และ hard skill  ให้นักศึกษาเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ในสถานประกอบการ  ให้คำแนะนำด้านจรรยาบรรณ วินัย และมารยาทในวิชาชีพ แนะนำวิธีปฏิบัติตัวและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อต้องเผชิญปัญหา  3. นิเทศและติดตามผล ได้แก่ นิเทศงานเพื่อตรวจเยี่ยม ติดตามผลการปฏิบัติงานและประเมินผล  สังเกตพฤติกรรมการทำงาน ทักษะการแก้ปัญหาและการสื่อสารของนักศึกษา  พบผู้นิเทศงานและนักศึกษาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 4. ให้คำปรึกษาระหว่างการปฏิบัติงาน ได้แก่ ให้คำปรึกษาทั้งทางด้านวิชาการและการดำเนินชีวิต  แนะนำแนวทางการพัฒนาตนเอง ส่งเสริมให้นักศึกษากล้าคิด กล้าแสดงออก และแก้ปัญหาด้วยตนเอง 5. เจรจาต่อรอง ได้แก่ เจรจาเรื่องลักษณะงานเจรจาต่อรองช่วงระยะเวลาการปฏิบัติงาน (ในบางกรณี) เจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างนักศึกษากับสถานประกอบการ เจรจาขอความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ของคณะ/มหาวิทยาลัย 6. ประเมินผลการปฏิบัติงาน ได้แก่ ประเมินผลตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ทักษะวิชาชีพ จรรยาบรรณ ความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์รายงานการปฏิบัติงานและแบบประเมินจากสถานประกอบการ ให้คะแนนตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ 7. สรุป ประเมินผลและสะท้อนผล ได้แก่ สรุปผลการนิเทศ และนำเสนอข้อเสนอแนะในการพัฒนาหลักสูตร ประเมินสถานประกอบการ  นำประสบการณ์จากการนิเทศมาแลกเปลี่ยนในเวทีวิชาการ

วันที่สอง ฟังบรรยายเกี่ยวกับการบริหารจัดการความร่วมมือของสถานประกอบการ ระหว่างการปฏิบัติงาน CWIE สถานประกอบการควรปฏิบัติดังนี้ 1. มอบหมายภาระงานหรือโครงงานที่ตรงตามสาขา วิชาของนักศึกษาที่มาปฏิบัติงาน 2. จัดให้นักศึกษาที่มาปฏิบัติงานเสมือนเป็นพนักงานชั่วคราวเต็มเวลา 3. อบรมความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน 4. จัดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และแนวทางการปฏิบัติงานระหว่างนักศึกษา คณาจารย์นิเทศ และผู้นิเทศงาน 5. มีการติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาสมรรถนะของนักศึกษาจากการปฏิบัติงานระหว่างนักศึกษา คณาจารย์นิเทศและผู้นิเทศงาน และมีการปรับปรุงในกรณีที่นักศึกษายังไม่เกิดสมรรถนะตามที่กำหนด การบริหารจัดการความร่วมมือของนักศึกษา ระหว่างการปฏิบัติงาน CWIE นักศึกษาควรปฏิบัติดังนี้ 1. รายงานตัวต่อผู้นิเทศงานและหัวหน้าแผนก ณ แผนกที่นักศึกษาต้องปฏิบัติงาน 2. มาปฏิบัติงานเสมือนเป็นพนักงานชั่วคราวเต็มเวลา 3. ทำรายงานประจำวันและประจำสัปดาห์ โดยแสดงความคิดเห็นและความรู้สึกระหว่างการปฏิบัติงานในแบบการวิเคราะห์สะท้อนคิดตามแบบฟอร์มที่กำหนดไว้ 4. ส่งรายงานความก้าวหน้าต่อผู้นิเทศงานและคณาจารย์นิเทศตามข้อตกลงร่วมกัน 5. ส่ง (ร่าง) รายงานฉบับสมบูรณ์ให้คณาจารย์นิเทศและผู้นิเทศงานก่อนเสร็จสิ้นการปฏิบัติงานและต้องแก้ไขตามที่คณาจารย์นิเทศและผู้นิเทศงานแนะนำให้เรียบร้อย 6. ประเมินคณาจารย์นิเทศ และผู้นิเทศงานตามแบบประเมินที่สถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการร่วมกันกำหนด

คณาจารย์นิเทศไปนิเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เป็นกำลังใจให้นักศึกษา/ส่งนักศึกษา ณ สถานประกอบการ 2. ติดตามปัญหาที่เกิดหรืออาจเกิดขึ้นพร้อมแก้ไข/ไกล่เกลี่ย 3. ประเมินผลการปฏิบัติงาน CWIE ของนักศึกษา 4. ติดตามความก้าวหน้าของโครงงาน/ปรับการทำโครงงานให้เหมาะสมกับพื้นความรู้ของนักศึกษาและความต้องการของสถานประกอบการ 5.ประเมินความเข้าใจเกี่ยวกับ CWIE ความเป็นอยู่ และสวัสดิการ การนิเทศนักศึกษา CWIE ณ สถานประกอบการเป็นการประชุมหารือ/พิจารณาดำเนินการ 3 ฝ่าย คือ คณาจารย์นิเทศ กับ นักศึกษา  คณาจารย์นิเทศ กับ ผู้นิเทศงาน และ คณาจารย์นิเทศ กับ ผู้นิเทศงาน กับ นักศึกษา (ประชุมร่วมกัน 3 ฝ่าย) ใช้เวลา ณ สถานประกอบการไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง การกำหนดคณาจารย์นิเทศควรพิจารณา สถานที่ตั้งของสถานประกอบการเพื่อ ลดต้นทุนและความเชี่ยวชาญพิเศษของคณาจารย์เพื่อการติดตามความก้าวหน้าและการต่อยอด นอกจากนี้วิทยากร ยังได้กล่าวถึงโครงงานสหกิจศึกษาซึ่งเป็นงานที่นักศึกษาจัดทำขึ้นในระหว่างการปฏิบัติงานในระบบสหกิจศึกษาโดยมีเป้าหมายเพื่อ “แก้ปัญหา ปรับปรุง หรือพัฒนางาน” ในสถานประกอบการโดย “ใช้ความรู้ จากที่เรียนมา พร้อมกับทักษะที่ได้รับจากการทำงานจริง” ลักษณะโครงงานสหกิจศึกษา ควรมีขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้ 1. เป็นงานที่มีความ “สำคัญหรือเป็นประโยชน์” ต่อสถานประกอบการ และสถานประกอบการสามารถนำไปใช้งานได้จริง 2. มีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และนำเสนอผลอย่างเป็นระบบ 3. มีอาจารย์ที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัย และ ผู้นิเทศงาน (พี่เลี้ยง) จากสถานประกอบการให้คำแนะนำ 4. เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลการปฏิบัติงานสหกิจศึกษา (การประเมิน 50:50) 5. นักศึกษาต้องจัดทำรายงานสรุป มีการนำเสนอต่อสถานประกอบการก่อนกลับจากปฏิบัติงาน และนำเสนอต่ออาจารย์หลังจากปฏิบัติงานเสร็จสิ้น และวิทยากรยังได้กล่าวถึงแนวทางการได้มาหัวข้อโครงงานสหกิจศึกษาคณาจารย์นิเทศ ต้องสร้างแผนการนิเทศ ซึ่งเป็นการระบุกิจกรรมที่จะต้องมีการติดตามความก้าวหน้ากับนักศึกษาและหรือผู้นิเทศงานในตลอดระยะเวลา 16 สัปดาห์

การให้คำปรึกษาและแก้ปัญหา ระหว่างที่นักศึกษาปฏิบัติสหกิจศึกษาอาจมีปัญหาเกิดขึ้นโดยวัตถุประสงค์ของการให้คำปรึกษาเพื่อ 1. ค้นหาสาเหตุของปัญหา 2. หาแนวทางออกร่วมกัน 3. ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีกในอนาคต โดยผู้มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษา ได้แก่ นักศึกษา ผู้นิเทศ (พี่เลี้ยง)อาจารย์นิเทศ / อาจารย์ประจำหลักสูตร  ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ เช่น ผู้ปกครอง หลักการให้คำปรึกษาและแก้ปัญหา CWIE ประกอบด้วย 1. การรับฟังปัญหาและค้นหาข้อมูล 2. ฟังอย่างเข้าใจ 3. วิเคราะห์ปัญหาและหาทางออก 4. ดำเนินการแก้ปัญหา  โดยประเภท/สาเหตุปัญหามี 3 รูปแบบ คือ 1. ปัญหาที่เกิดจากลักษณะงาน 2. ปัญหาที่เกิดจากคนที่ทำงาน 3. ปัญหาที่เกิดจากตัวนักศึกษา

กระบวนการหลังการปฏิบัติงาน CWIE สำหรับสถานประกอบการควรปฏิบัติดังนี้ 1.จัดให้มีการนําเสนอผลการปฏิบัติงานและประสบการณ์ที่ได้รับต่อผู้นิเทศ 2. ผู้นิเทศตรวจสาระและให้ข้อเสนอ ในการเขียนรายงานการปฏิบัติงาน 3. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษา และรายงานสถานศึกษา และองค์กร 4. ประเมินผลการปฏิบัติงานของนักศึกษาตามผลลัพธ์การเรียนรู้ที่คาดหวัง  สำหรับสถานศึกษาและนักศึกษาควรปฏิบัติดังนี้ 1. ตรวจรายงานการปฏิบัติงาน CWIE ได้แก่ ตรวจสาระรายงาน รูปแบบรายงาน การเขียน รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ 2. จัดให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างนักศึกษา คณาจารย์นิเทศ และ คณาจารย์ประจำสาขาวิชา 3. การนําเสนอผลการปฏิบัติงาน ประกอบด้วย ความน่าสนใจของเนื้อหา สื่อในการนําเสนอ การบริหารเวลา การตอบคําถาม และบุคลิกภาพ  การประเมินผลการปฏิบัติงาน มีการกำหนดสัดส่วนอย่างสอดคล้อง เครื่องมือในการประเมินอาจใช้การประเมินผลการปฏิบัติงาน การวิเคราะห์สะท้อนคิด

การตัดเกรดอาจเป็น S และ U หรือ A-F ให้คําแนะนํากับนักศึกษา เช่น การเติมเต็มศักยภาพให้มีความพร้อมในการประกอบอาชีพตามจุดมุ่งหมายของนักศึกษา การเลือกสถานประกอบการในอนาคต การพัฒนาต่อยอดผลงานสู่งานวิชาการ เมื่อจบการบรรยาย มีการทดสอบหลังการอบรม และตอบคำถามจากผู้เข้าร่วมอบรม

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1663
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 20:28:45   เปิดอ่าน 40  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 22/9/2569 5:12:28   เปิดอ่าน 42  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 8:33:06   เปิดอ่าน 49  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง