Blog : การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ
รหัสอ้างอิง : 158
ชื่อสมาชิก : ลัคนา วัฒนะชีวะกุล
เพศ : หญิง
อีเมล์ : lakhana@mju.ac.th
ประเภทสมาชิก : บุคลากรภายใน [สังกัด]
ลงทะเบียนเมื่อ : 29/1/2554 22:14:31
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 29/1/2554 22:14:31

รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมดของ Blog : การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ
การเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based learning) ซึ่งจัดโดย สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ (สุขุมวิท 11) กรุงเทพมหานคร เนื่องด้วยในปัจจุบันการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาต้องมีการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาไทย และสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาประเทศสู่ยุค Thailand 4.0 วิธีการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว สามารถทำได้หลากหลายวิธี เรียกแบบรวมว่าเป็นการจัดการเรียนรู้แบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยในวิธีการที่หลากหลายนั้น การจัดการเรียนรู้แบบ Project-based learning ถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งที่สามารถประยุกต์ใช้กับศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ และสารมารถกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เกิดการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าหาความรู้ รวมไปถึงการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี ในการอบรมนั้น ผู้บรรยายได้กล่าวถึงลักษณะกระบวนการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มีดังนี้ 1. เป็นกระบวนการทางปัญญา พัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข เน้นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 3. บูรณาการสาระการเรียนรู้ สอดคล้องกับความสนใจ ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพจริงของผู้เรียน 4. เน้นกระบวนการคิดและการปฏิบัติจริง นำไปใช้ประโยชน์ 5. เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีผู้เรียน ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายร่วมจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยโครงงาน เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างห้องเรียนกับโลกภายนอกซึ่งเป็นชีวิตจริงของผู้เรียน ทั้งนี้เพราะว่าผู้เรียนต้องนำเอาความรู้ที่ได้จากชั้นเรียนมาบูรณาการเข้ากับกิจกรรมที่จะทำเพื่อนำไปสู่ความรู้ใหม่ ๆ ด้วยการสร้างความหมาย การแก้ปัญหาและการค้นพบด้วยตนเอง ผู้เรียนต้องสร้างและกำหนดความรู้จากความคิดและแนวคิดที่มีอยู่กับความคิดและแนวคิดที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ความรู้ไม่ใช่เกิดจากผู้สอนเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนสามารถสร้างเองได้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนลงมือกระทำด้วยตนเอง โดยผู้เรียนสามารถเก็บข้อมูลของสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นโครงสร้างของสมองตนเอง และสามารถนำความรู้เดิมที่มีอยู่ปรับให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ จนเกิดเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การเรียนรู้แบบร่วมมือยังส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จากความรู้ที่ได้รับในการเข้าร่วมประชุมวิชาการดังกล่าว ข้าพเจ้าสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนวิชา สต 413 สถิติสำหรับวิจัยทางการเกษตร ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษานี้(1/2561) ในบทของการเขียนโครงร่างการวิจัย โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 11 กลุ่ม ๆ ละ 4 คน แต่ละกลุ่มให้เลือกประเภทของการเกษตรที่สนใจและตั้งประเด็นคำถามจนเกิดเป็นหัวข้อในการวิจัย และเขียนโครงร่างการวิจัยทางการเกษตร มีการนำเสนอโครงร่างการวิจัย และให้กลุ่มอื่น ๆ แสดงความเห็น และซักถาม รวมทั้งประกวดผลงานของแต่ละกลุ่ม ซึ่งนักศึกษาให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี
การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ » Active Learning Workshop ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Active Learning ช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนและผู้เรียนในชั้นเรียน อีกทั้งสร้างบทสนทนาระหว่างกันและสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้เรียนด้วยกันเอง ซึ่งจะทำให้การเรียนรู้นั้นเป็นการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ต่อเนื่องและยาวนาน ส่งเสริมการ พัฒนาศักยภาพผู้สอนให้ตอบสนองกับโลกยุคใหม่และผู้เรียน Generation ใหม่ได้เป็นอย่างดี
คำสำคัญ : Active Learning, Formative Assessment, Summative Assessment  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 319  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ลัคนา วัฒนะชีวะกุล  วันที่เขียน 26/11/2562 15:27:15  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 29/1/2563 20:56:32
การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ » วิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์แบบผสม (Mixed Method)
โดยทั่วไปวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์จะมีทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ เนื่องจากงานวิจัยบางชิ้นงานต้องการทำให้ผลการวิจัยดีขึ้น มีความน่าเชื่อถือ มีความสอดคล้อง และมีความทันสมัย ดังนั้น จึงมีการนำการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณมาใช้ร่วมกัน การนำการวิจัยทั้ง 2 แบบ มาใช้ร่วมกันมักใช้การวิจัยเชิงปริมาณเป็นตัวหลักหรือเป็นตัวเริ่มต้นในการศึกษาก่อน แล้วเสริมด้วยงานวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ 70% และการวิจัยเชิงคุณภาพ 30% นั่นคือการวิจัยเชิงคุณภาพทำขึ้นเพื่อสนับสนุนผลจากการวิจัยเชิงปริมาณ โดยเฉพาะในประเด็นที่ต้องการเน้น
คำสำคัญ : การวิจัยเชิงคุณภาพ  การวิจัยเชิงปริมาณ  การวิจัยแบบผสม  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 647  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ลัคนา วัฒนะชีวะกุล  วันที่เขียน 23/7/2562 15:25:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 29/1/2563 21:19:22
การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ » การเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based learning)
การเข้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง เทคนิคการจัดการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based learning) ซึ่งจัดโดย สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรระดับอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2561 ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ (สุขุมวิท 11) กรุงเทพมหานคร เนื่องด้วยในปัจจุบันการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาต้องมีการจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในศตวรรษที่ 21 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของการปฏิรูปการศึกษาไทย และสอดคล้องกับนโยบายพัฒนาประเทศสู่ยุค Thailand 4.0 วิธีการจัดการเรียนรู้ดังกล่าว สามารถทำได้หลากหลายวิธี เรียกแบบรวมว่าเป็นการจัดการเรียนรู้แบบการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยในวิธีการที่หลากหลายนั้น การจัดการเรียนรู้แบบ Project-based learning ถือได้ว่าเป็นรูปแบบหนึ่งที่สามารถประยุกต์ใช้กับศาสตร์สาขาวิชาต่าง ๆ และสามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนได้เกิดการคิดวิเคราะห์ การค้นคว้าหาความรู้ รวมไปถึงการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี ในการอบรมนั้น ผู้บรรยายได้กล่าวถึงลักษณะกระบวนการเรียนรู้ที่พึงประสงค์ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มีดังนี้ 1. เป็นกระบวนการทางปัญญา พัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 2. ผู้เรียนเรียนรู้อย่างมีความสุข เน้นประโยชน์ของผู้เรียนเป็นสำคัญ 3. บูรณาการสาระการเรียนรู้ สอดคล้องกับความสนใจ ทันสมัย สอดคล้องกับสภาพจริงของผู้เรียน 4. เน้นกระบวนการคิดและการปฏิบัติจริง นำไปใช้ประโยชน์ 5. เป็นกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน โดยมีผู้เรียน ครู และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทุกฝ่ายร่วมจัดบรรยากาศให้เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยโครงงาน เป็นเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างห้องเรียนกับโลกภายนอกซึ่งเป็นชีวิตจริงของผู้เรียน ทั้งนี้เพราะว่าผู้เรียนต้องนำเอาความรู้ที่ได้จากชั้นเรียนมาบูรณาการเข้ากับกิจกรรมที่จะทำเพื่อนำไปสู่ความรู้ใหม่ ๆ ด้วยการสร้างความหมาย การแก้ปัญหาและการค้นพบด้วยตนเอง ผู้เรียนต้องสร้างและกำหนดความรู้จากความคิดและแนวคิดที่มีอยู่กับความคิดและแนวคิดที่เกิดขึ้นใหม่ ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนความรู้ให้กลายเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ความรู้ไม่ใช่เกิดจากผู้สอนเพียงอย่างเดียว ผู้เรียนสามารถสร้างเองได้ การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ดีก็ต่อเมื่อผู้เรียนลงมือกระทำด้วยตนเอง โดยผู้เรียนสามารถเก็บข้อมูลของสิ่งแวดล้อมเข้าไปเป็นโครงสร้างของสมองตนเอง และสามารถนำความรู้เดิมที่มีอยู่ปรับให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอกได้ จนเกิดเป็นวงจรอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้การเรียนรู้แบบร่วมมือยังส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกัน รับผิดชอบร่วมกัน ทั้งในส่วนตนและส่วนรวม และประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ จากความรู้ที่ได้รับในการเข้าร่วมประชุมวิชาการดังกล่าว ข้าพเจ้าสามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอนวิชา สต 413 สถิติสำหรับวิจัยทางการเกษตร ซึ่งมีการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษานี้(1/2561) ในบทของการเขียนโครงร่างการวิจัย โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็น 11 กลุ่ม ๆ ละ 4 คน แต่ละกลุ่มให้เลือกประเภทของการเกษตรที่สนใจและตั้งประเด็นคำถามจนเกิดเป็นหัวข้อในการวิจัย และเขียนโครงร่างการวิจัยทางการเกษตร มีการนำเสนอโครงร่างการวิจัย และให้กลุ่มอื่น ๆ แสดงความเห็น และซักถาม รวมทั้งประกวดผลงานของแต่ละกลุ่ม ซึ่งนักศึกษาให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี
คำสำคัญ : Project-based learning  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 1528  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ลัคนา วัฒนะชีวะกุล  วันที่เขียน 9/8/2561 16:51:53  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 29/1/2563 18:08:29

URL สำหรับอ้างอิงถึงหน้านี้