การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการด้วยตำราและหนังสือ
วันที่เขียน 25/12/2567 16:11:17     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/9/2569 7:28:44
เปิดอ่าน: 384 ครั้ง

การเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการด้วยตำราหรือหนังสือมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับบุคลากรสายวิชาการในสถาบันอุดมศึกษาที่ต้องการพัฒนาศักยภาพด้านวิชาการและผลงานเขียนเชิงวิชาการ การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้เกี่ยวกับเกณฑ์และกระบวนการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการตามระเบียบ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการจัดทำตำราหรือหนังสือ ซึ่งต้องแสดงถึงความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง มีการตรวจสอบคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และสอดคล้องกับมาตรฐานระดับสากล เนื้อหาในการอบรมครอบคลุมถึงการตั้งชื่อเรื่องและการจัดทำเค้าโครงตำราและหนังสือ การใช้ภาษาเขียนในเชิงวิชาการ การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ รวมถึงข้อควรระวังในการหลีกเลี่ยงการคัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้วิธีการผลิตผลงานวิชาการที่มีเอกลักษณ์และคุณภาพ ซึ่งไม่เพียงช่วยในการขอกำหนดตำแหน่งวิชาการ แต่ยังเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในศาสตร์ที่ศึกษาและยกระดับมาตรฐานการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา การอบรมนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการพัฒนาทั้งในด้านวิชาการและการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าในวงการศึกษา

เนื้อหาการอบรมเชิงปฏิบัติการวันที่หนึ่ง
การอบรมเชิงปฏิบัติการในวันแรกแบ่งออกเป็น ๒ หัวข้อหลัก ดังนี้

หัวข้อที่ 1: ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการด้วยตำราและหนังสือ

ดำเนินการโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ชุติมา สัจจานันท์ วิทยากรได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ เกณฑ์การขอกำหนดตำแหน่งวิชาการตามระเบียบ พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยเน้นถึงเกณฑ์สำคัญสำหรับการขอกำหนดตำแหน่งด้วยตำราหรือหนังสือ ซึ่งมีข้อสรุปดังนี้:

  1. ตำรา ต้องเป็นผลงานที่มีลักษณะเป็นเอกสารหลักสำหรับการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา โดยมีเนื้อหาที่แสดงถึงความเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง และเขียนให้มีคุณค่าทางวิชาการที่ชัดเจน
  2. หนังสือ ต้องเป็นผลงานที่มีเนื้อหาเชิงวิชาการในเชิงลึก ซึ่งสะท้อนถึงพัฒนาความรู้ใหม่หรือความรู้ในสาขาเฉพาะทาง

เกณฑ์เพิ่มเติม:

  • ผลงานทั้งสองประเภทต้องผ่านกระบวนการ ตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) อย่างน้อย ๓ ท่าน
  • ผู้ทรงคุณวุฒิที่ประเมินหนังสือหรือตำราจะเป็นผู้ประเมินตำแหน่งวิชาการไม่ได้
  • ผลงานต้องเขียนโดยผู้ขอในฐานะชื่อแรก ประกอบด้วยเนื้อหาอย่างน้อย ๕ บท และไม่น้อยกว่า ๘๐ หน้า
  • สามารถเผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น e-book ได้
  • หากหนังสือหรือตำราไม่ผ่านเกณฑ์ที่ ก.พ.อ. กำหนด สามารถปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มเติมเนื้อหาเพื่อนำเสนอขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการใหม่ได้ แต่ต้องผ่านการประเมินคุณภาพใหม่อีกครั้ง

ข้อควรระวังสำคัญ:

  • หลีกเลี่ยง การคัดลอกผลงานของผู้อื่น (Plagiarism) ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง หากเป็นการรวบรวมเนื้อหาเดิม ต้องระบุแหล่งที่มาชัดเจนและแสดงความคิดริเริ่มในการเรียบเรียงใหม่

เกณฑ์คุณภาพของหนังสือและตำราที่ผ่านการพิจารณาแบ่งตามระดับตำแหน่งทางวิชาการ ดังนี้:

  1. ระดับผู้ช่วยศาสตราจารย์และรองศาสตราจารย์ (เกณฑ์ B):

    • ตำรา: มีเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง สมบูรณ์ ทันสมัย พร้อมแนวคิดและการนำเสนอที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา
    • หนังสือ: มีเนื้อหาสาระที่ถูกต้อง สมบูรณ์ ทันสมัย พร้อมแนวคิดและการนำเสนอที่ชัดเจน และเป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการ
  2. ระดับศาสตราจารย์ (เกณฑ์ A):
    ใช้เกณฑ์พื้นฐานเดียวกับระดับ B แต่ต้องเพิ่มเติมคุณสมบัติดังนี้:

    • ตำราและหนังสือ:
      1. มีการวิเคราะห์และเสนอความรู้หรือวิธีการที่ทันสมัยต่อความก้าวหน้าทางวิชาการ และเป็นประโยชน์ต่อวงวิชาการ
      2. มีการสอดแทรกความคิดริเริ่ม ประสบการณ์ หรือผลงานวิจัยของผู้เขียนที่แสดงถึงความรู้ที่มีประโยชน์ต่อการเรียนการสอนหรือวงวิชาการ
      3. สามารถนำไปใช้อ้างอิงอย่างกว้างขวางในวงวิชาการระดับชาติหรือระดับนานาชาติ พร้อมแสดงความละเอียดและความลุ่มลึกทางวิชาการในระดับสูง

หัวข้อที่ 2: การตั้งชื่อเรื่องและการจัดทำเค้าโครงตำราและหนังสือ

ดำเนินการโดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.ชุติมา สัจจานันท์, ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.สิริวรรณ ศรีพหล และศาสตราจารย์เกียรติคุณ ดร.บุญทิพย์ สิริธรังศรี

เนื้อหาสำคัญประกอบด้วย:

  • การตั้งชื่อเรื่อง

    • ชื่อเรื่องควรมีความชัดเจนและไม่ซ้ำกับผลงานที่มีผู้อื่นเรียบเรียงไว้ก่อนหน้า เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์และความแตกต่างของเนื้อหา
    • ควรใช้ภาษาเชิงวิชาการที่เหมาะสมกับผลงาน เช่น หลีกเลี่ยงคำที่ไม่เป็นทางการหรือคำสแลง เช่นคำว่า “ปัง”
  • การจัดทำเค้าโครงตำรา

    • หากเป็น ตำรา ควรคำนึงถึงความเชื่อมโยงกับ YLO (Year Learning Outcomes), CLO (Course Learning Outcomes) และ PLO (Program Learning Outcomes) เพื่อให้เนื้อหาในตำราสอดคล้องกับเป้าหมายการเรียนรู้ในระดับรายวิชาและหลักสูตร
    • ตำราสามารถออกแบบให้ครอบคลุมทั้งรายวิชาหรือเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของรายวิชาก็ได้
  • โครงสร้างที่ครบถ้วน

    • ทั้งตำราและหนังสือควรมีดัชนีค้นคำ (Index) เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถค้นหาเนื้อหาได้ง่ายและสะดวก
    • เนื้อหาควรมีการนำเสนอที่ชัดเจนและมีลำดับขั้นตอนที่เหมาะสม

หัวข้อที่ 3: เทคนิคการใช้ภาษาเขียน การวิเคราะห์ สังเคราะห์องค์ความรู้ และสอดแทรกงานวิจัยในตำราและหนังสือ

ในกิจกรรมนี้ วิทยากรได้แบ่งผู้เข้าร่วมเป็นกลุ่มตามสาขาวิชา โดยในกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สมาชิกต้องนำเสนอชื่อเรื่องตำราหรือหนังสือพร้อมเค้าโครงเนื้อหา เพื่อรับข้อเสนอแนะและแนวทางปรับปรุง 

หัวข้อที่ 4: องค์ประกอบของตำรา และเกณฑ์ประเมินตำราและหนังสือ

เนื้อหาสำคัญประกอบด้วย:

  • การวางโครงสร้างตำราหรือหนังสือที่ครบถ้วน เช่น บทนำ, เนื้อหา, สรุป, และรายการอ้างอิง
  • การเตรียมผลงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินคุณภาพ

หัวข้อที่ 5: เกร็ดน่ารู้ในการประเมินผลงาน จากประสบการณ์ของผู้ประเมินตำราและหนังสือ

วิทยากรได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับการประเมินผลงานตำราหรือหนังสือ พร้อมแนวทางในการหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ประเด็นสำคัญเพิ่มเติม:

  1. การใช้ภาษาเขียนเชิงวิชาการ: ชื่อเรื่องและเนื้อหาต้องมีความชัดเจนและสอดคล้องกับลักษณะของผลงานในสาขานั้น ๆ
  2. การจัดทำเนื้อหาให้ตรงตามหลักวิชาการ:
    • การวิเคราะห์และสังเคราะห์องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง
    • การแทรกงานวิจัย โดยเฉพาะงานวิจัยของตนเอง เพื่อแสดงความเชี่ยวชาญในศาสตร์ที่ศึกษา

ปัญหาที่พบบ่อยในการอ้างอิงเอกสาร:

  • แหล่งอ้างอิงไม่น่าเชื่อถือ
  • ขอบเขตของการอ้างอิงจำกัดอยู่เฉพาะภาษาไทย สถาบันใดสถาบันหนึ่ง หรือผู้เขียนคนใดคนหนึ่ง
  • แหล่งอ้างอิงล้าสมัย
  • การอ้างอิงมากเกินไปหรือน้อยเกินไป
  • อ้างอิงไม่ครบถ้วนหรือไม่ถูกต้องตามรูปแบบ
  • ไม่มีความสม่ำเสมอในการอ้างอิง
  • การไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล แนวคิด หรือผลงาน

ข้อแนะนำในการอ้างอิง

  • ประเมินแหล่งอ้างอิง: ควรตรวจสอบว่าแหล่งที่มามีความน่าเชื่อถือและมีคุณภาพ
  • อ้างอิงตามความเป็นจริง: การอ้างอิงต้องสอดคล้องกับข้อมูลหรือแนวคิดที่ใช้
  • อ้างอิงตามความจำเป็นและสมควร: อ้างอิงในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากหรือน้อยเกินไป
  • อ้างอิงให้ครบถ้วน: ควรระบุแหล่งที่มาของข้อความ แนวคิด รูปภาพ หรือผลงานของผู้อื่นอย่างชัดเจน
  • อ้างอิงในตำแหน่งที่เหมาะสม: ระบุแหล่งอ้างอิงในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและชัดเจน

การอ้างอิงที่มีคุณภาพและเหมาะสมไม่เพียงช่วยให้ตำราหรือหนังสือมีความน่าเชื่อถือและผ่านการประเมิน แต่ยังช่วยส่งเสริมความโปร่งใสและจริยธรรมทางวิชาการในงานเขียน

สรุป
การอบรมเชิงปฏิบัติการทั้งสองวันมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเข้าใจใน หลักการจัดทำตำราและหนังสือที่มีคุณภาพ ช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถผลิตผลงานวิชาการที่มีมาตรฐาน ตรงตามเกณฑ์การขอกำหนดตำแหน่งทางวิชาการ และสะท้อนความเชี่ยวชาญในสาขาของตนได้อย่างเหมาะสม.

 

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1543
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 21:59:48   เปิดอ่าน 8  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 5:59:16   เปิดอ่าน 35  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 16/9/2569 1:57:20   เปิดอ่าน 41  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง