โครงการวันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๙ CWIE ๕.๐
วันที่เขียน 6/6/2569 10:51:12     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 21/9/2569 4:37:32
เปิดอ่าน: 165 ครั้ง

การเข้าร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจภาพรวมของการขับเคลื่อน CWIE ทั้งในมิตินโยบาย ระดับการบริหารจัดการหลักสูตร ระดับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ และระดับผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคตว่า การผลิตบัณฑิตจำเป็นต้องมุ่งสู่การสร้างคนที่ พร้อมทำงาน สร้างนวัตกรรม ปรับตัวได้ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคการทำงานจริง

         จากการเข้าร่วมงาน วันสหกิจศึกษาบูรณาการกับการทำงาน (CWIE DAY) ครั้งที่ ๑๖ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ทำให้ได้รับความรู้และมุมมองที่ชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของการจัดการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน หรือ CWIE ในการพัฒนากำลังคนของประเทศ ภายใต้แนวคิด “CWIE . for Entrepreneurial Society: Innovation, Resilience, and Lifelong Learning” ซึ่งสะท้อนการมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีทั้งความรู้ทางวิชาการ ทักษะการทำงานจริง ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญเพื่อถ่ายทอดนโยบายระดับประเทศด้านการพัฒนากำลังคน เผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการศึกษาแบบ CWIE และยกย่องผลงานดีเด่นระดับชาติ และเปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคสังคม และนักศึกษา

            ประเด็นสำคัญประการแรก คือ การตระหนักว่า CWIE เป็นกลไกสำคัญของการศึกษาเชิงประสบการณ์บนฐานสมรรถนะ ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ส่งเสริมมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๕ เพื่อเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมเข้าสู่โลกการทำงานจริงทันทีหลังสำเร็จการศึกษา แนวทางนี้เน้นความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาและสถานประกอบการในการร่วมผลิตบัณฑิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศและตลาดแรงงาน ทั้งยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า CWIE ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเสริมหลักสูตร แต่เป็นแนวทางเชิงนโยบายที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพบัณฑิตในระดับประเทศอย่างเป็นรูปธรรม      

            อีกประเด็นหนึ่งที่ได้รับความรู้อย่างชัดเจน คือ ความก้าวหน้าและผลลัพธ์ของการขับเคลื่อน CWIE ในระดับประเทศ ในปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาที่จัดหลักสูตร CWIE จำนวนมาก หลักสูตรและจำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีความร่วมมือกับสถานประกอบการทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นวงกว้าง ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า CWIE เป็นระบบที่ได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ และมีส่วนช่วยให้บัณฑิตได้งานทำรวดเร็วกว่าหลักสูตรปกติ ขณะเดียวกันสถานประกอบการก็มีความพึงพอใจต่อคุณภาพของบัณฑิตและเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นทุกปี จึงนับเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่าการจัดการศึกษารูปแบบนี้มีประสิทธิผลและตอบสนองต่อความต้องการของสังคมและเศรษฐกิจยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี

            จากการรับฟังการปาฐกถาพิเศษเรื่อง ทำให้ทราบถึงการความสำคัญของ CWIE ในบริบทปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการฝึกประสบการณ์ทำงานเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับการสร้างผู้ประกอบการ การพัฒนานวัตกรรม การเสริมความยืดหยุ่นในการทำงาน และการสร้างทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อให้บัณฑิตสามารถดำรงอยู่และเติบโตได้ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

            นอกจากนี้ ในเวทีอภิปรายหัวข้อ “Entrepreneurs’ Voices: What Employers Expect from CWIE Graduates” และช่วง CWIE TALK: Resilience DNA ยังช่วยเปิดมุมมองที่สำคัญเกี่ยวกับความคาดหวังของผู้ใช้บัณฑิตและประสบการณ์จริงของผู้ผ่านระบบ CWIE โดยเฉพาะการเน้นให้ผู้เรียนมีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะวิชาชีพ การสื่อสาร การทำงานร่วมกับผู้อื่น ความรับผิดชอบ ความสามารถในการปรับตัว และการนำประสบการณ์จริงไปต่อยอดสู่ความสำเร็จในอาชีพ รวมทั้งสามารถสร้างผลงานนวัตกรรมหรือก้าวสู่เวทีระดับชาติและนานาชาติได้ ประเด็นนี้ทำให้เห็นชัดว่าการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในสถานประกอบการเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหล่อหลอมสมรรถนะที่จำเป็นในศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

            กล่าวโดยสรุป การเข้าร่วมงานครั้งนี้ทำให้เข้าใจภาพรวมของการขับเคลื่อน CWIE ทั้งในมิตินโยบาย ระดับการบริหารจัดการหลักสูตร ระดับการมีส่วนร่วมของสถานประกอบการ และระดับผลลัพธ์ที่เกิดกับผู้เรียนอย่างชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เห็นแนวโน้มสำคัญของการพัฒนาการศึกษาไทยในอนาคตว่า การผลิตบัณฑิตจำเป็นต้องมุ่งสู่การสร้างคนที่พร้อมทำงาน สร้างนวัตกรรม ปรับตัวได้ และเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ภายใต้ความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคการทำงานจริง              

  • ประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่

       ได้รับความรู้และความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบาย แนวคิด และแนวทางการดำเนินงาน CWIE ๕.๐ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน และการบริหารจัดการสหกิจศึกษาในหลักสูตรได้อย่างเหมาะสม

  • ประโยชน์ต่อหน่วยงาน (ระดับงาน/หลักสูตร/คณะ)

       ๑ สามารถนำมุมมองจากผู้ใช้บัณฑิตและตัวอย่างความสำเร็จของนักศึกษา CWIE ไปใช้ในการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะด้านนวัตกรรม ความยืดหยุ่น การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

       ๒ เกิดโอกาสในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับสถาบันอุดมศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และสถานประกอบการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดี การพัฒนางาน CWIE และการต่อยอดความร่วมมือเชิงวิชาการและวิชาชีพต่อไปในอนาคต

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1686
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 19:10:26   เปิดอ่าน 34  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » การใช้ ICT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน (การใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน)
การอบรมเชิงปฏิบัติการนี้มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ (ICT) โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือ AI อัจฉริยะในการจัดการ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 6:01:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 14:40:54   เปิดอ่าน 39  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การใช้เครื่องมือ Image Recognition สำหรับผู้เริ่มต้นด้วย CNN ใน R Studio เป็นแนวทางให้ผู้ใช้สามารถนำเทคนิค Deep Learning มาประยุกต์กับงานจำแนกรูปภาพผ่านเครื่องมือและไลบรารีที่ » ระดมความคิดเห็นพิจารณาร่างมาตรฐนอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพอุตสาหกรรมดิจิทัล อาชีพนักพัฒนาระบบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5
การประชุมระดมความคิดเห็นนี้จัดขึ้นเพื่อพิจารณาและปรับปรุงร่างมาตรฐานอาชีพนักพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ ระดับ 5 โดยมุ่งเน้นการกำหนดสมรรถนะ ทักษะ และความรู้ที่จำเป็นสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมดิจิทัลให้สอ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน พิชิต สิทธิกัน  วันที่เขียน 4/9/2569 5:57:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 20/9/2569 22:33:00   เปิดอ่าน 48  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง