นโยบายและประโยชน์จากเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม
วันที่เขียน 17/12/2568 15:49:45     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/10/2569 22:33:04
เปิดอ่าน: 685 ครั้ง

บทบาทของเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม (Genome Editing) ในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน ความมั่นคงทางอาหาร และการรักษาโรค รัฐบาลไทยได้ออกนโยบายและประกาศรับรองพืช สัตว์ และสัตว์น้ำที่พัฒนาจากเทคโนโลยีนี้ พร้อมสนับสนุนงานวิจัยผ่าน สวก. เพื่อพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ที่ทนต่อโรคและสภาพแวดล้อม ความก้าวหน้าครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ พืชเศรษฐกิจ เช่น ข้าวและมันสำปะหลัง ประมงที่มุ่งเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ ปศุสัตว์ที่เน้นต้านโรคและปรับปรุงคุณภาพเนื้อ และการแพทย์ที่ใช้การแก้ไขยีนเพื่อรักษาโรคทางพันธุกรรม เทคโนโลยีนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

นโยบายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม รัฐบาลไทยกำหนดนโยบายสนับสนุนเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม (Genome Editing) เพื่อรับมือกับวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและศัตรูพืช โดยเน้นว่าเทคโนโลยีนี้เป็นเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูงที่ปลอดภัยและไม่ใช่ GMO มีการออกประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ และกรมประมง ระหว่างปี 2567–2568 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การรับรองพืช สัตว์ และสัตว์น้ำที่พัฒนาจากเทคโนโลยีนี้ พร้อมทั้งกระทรวงพาณิชย์ชี้ว่าประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวด้านนโยบาย การสื่อสาร และการลงทุนวิจัย เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมชีวภาพ ผู้สนับสนุนทุน สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการทุนวิจัยด้านการเกษตรและอาหารของประเทศ โดยสนับสนุนงานวิจัยที่ตอบสนองนโยบายรัฐและยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) รูปแบบทุนประกอบด้วยงานเชิงกลยุทธ์ การนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ และแผนงานเป้าหมายสำคัญ โดยงานวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมอยู่ในกรอบ N32 เพื่อพัฒนาพันธุ์พืชและสัตว์ที่ทนต่อโรค แมลง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงนวัตกรรมการผลิตที่รองรับภัยพิบัติ ตัวอย่างการสนับสนุน ได้แก่ การค้นหายีนสำคัญในเห็ดแครง ข้าวโพด มันสำปะหลัง และการใช้เทคนิคการปรับแต่งจีโนมเพื่อพัฒนาพันธุ์ถั่วเหลือง ข้าว และพืชเศรษฐกิจอื่น ๆ ให้มีคุณภาพสูงและศักยภาพเชิงพาณิชย์ ความก้าวหน้าด้านพืช เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม (Genome Editing) โดยเฉพาะเทคนิค CRISPR-Cas กำลังถูกใช้เพื่อแก้ไขยีนในพืชอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องนำยีนจากสิ่งมีชีวิตอื่นมาใส่ ทำให้ไม่เข้าข่าย GMO ปัจจุบันหลายประเทศอนุญาตและมีผลิตภัณฑ์วางขายแล้ว เช่น มะเขือเทศกาบาสูงและผักที่ไม่เปลี่ยนสีน้ำตาล ส่วนในประเทศไทยมีการวิจัยพัฒนาพืชหลายชนิด เช่น ข้าวเพื่อเพิ่มผลผลิตและต้านโรค มันสำปะหลังเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ อ้อยทนสภาพแวดล้อม สับปะรดเพื่อคุณภาพ และกล้วยไม้สกุลหวายเพื่อทนแล้งและทนเค็ม รวมถึงฟ้าทะลายโจรเพื่อเพิ่มสารสำคัญ โดยงานวิจัยเน้นการสร้างพันธุ์ที่ทนต่อโรค แมลง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับความต้องการด้านอาหารและความยั่งยืนในอนาคต ความก้าวหน้าด้านประมง กรมประมงมีบทบาทหลักในการวิจัยและพัฒนาพันธุกรรมสัตว์น้ำเพื่อเพิ่มผลผลิตและคุณภาพ เช่น การเจริญเติบโตเร็วและต้านทานโรค แม้ในประเทศไทยยังไม่ได้นำเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมมาใช้จริง แต่กำลังศึกษาแนวทางการประยุกต์ใช้ ขณะที่ต่างประเทศมีงานวิจัยกว่า 60 เรื่องเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนี้ในสัตว์น้ำ โดยเน้นเพิ่มปริมาณเนื้อ ควบคุมเพศ และลดความเครียด ตัวอย่างเช่น ปลามะไดที่ปรับแต่งจีโนมให้มีเนื้อมากขึ้น 20% ลดต้นทุนอาหาร และมีการจำหน่ายเชิงพาณิชย์แล้วในญี่ปุ่น รวมถึงการปรับสีปลานิลให้เป็นสีแดง และการลดจำนวนก้างในกลุ่มปลาที่มีก้างมากเพื่อเพิ่มคุณภาพเนื้อปลา ซึ่งแสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนในอนาคต ความก้าวหน้าด้านปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์มุ่งวิจัยและพัฒนาพันธุ์สัตว์เพื่อการผลิตที่ยั่งยืน โดยเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมช่วยลดเวลาและต้นทุนในการปรับปรุงพันธุ์ พร้อมเพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขยีนเป้าหมาย ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อเพิ่มความต้านทานโรค เช่น PRRS, ASF และ CSF ในสุกร รวมถึงปรับปรุงคุณภาพเนื้อ ลดไขมัน และลดความจำเป็นในการตอนเพศผู้ ในสัตว์ปีกใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต ต้านโรค และคัดเลือกเพศล่วงหน้า ส่วนในวัวใช้เพื่อต้านทานโรค เพิ่มผลผลิต ปรับปรุงคุณภาพเนื้อ สวัสดิภาพสัตว์ และการปรับตัวต่อสิ่งแวดล้อม แสดงถึงศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ในการยกระดับอุตสาหกรรมปศุสัตว์ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น ความก้าวหน้าด้านการแพทย์ เทคโนโลยีปรับแต่งจีโนมเป็นเครื่องมือสำคัญในทางการแพทย์ โดยใช้แก้ไขยีนในเซลล์ร่างกายเพื่อรักษาโรคทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งจอตาในเด็ก (retinoblastoma) และป้องกันการสูญเสียการได้ยินจากความผิดปกติทางพันธุกรรมในคนไข้ที่เกิดจากการฉีด aminoglycoside ปัจจุบันเทคโนโลยีนี้ยังไม่ยอมรับสำหรับการแก้ไขยีนที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมในมนุษย์ แต่สามารถใช้ในเซลล์ร่างกายเพื่อการรักษาได้ นอกจากนี้ การพัฒนาเทคนิคการถอดรหัสจีโนมแบบละเอียด (long-read sequencing) ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติและป้องกันโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อนาคตเน้นการใช้เทคโนโลยีนี้ในระดับยีน เซลล์ และอวัยวะ เช่น การปลูกถ่ายอวัยวะจากสุกรที่แก้ไขยีนเพื่อลดการปฏิเสธของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างมาก ที่มา: เอกสารประกอบการเสวนาทางวิชาการออนไลน์ เรื่อง จากนโยบายสู่การปฏิบัติ และประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน 2568

ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ » AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ
การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการจัดการเรียนการสอนและการวิจัยสำหรับ โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตร AI for Modern Educators สำหรับอาจารย์ผู้สอนและบุคลากรสายวิชาการ การใช้ประยุกต์เพื่อเป็นแนวทางกา...
AI  สายวิชาการ     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ฐิติพรรณ ฉิมสุข  วันที่เขียน 2/10/2569 13:20:03  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/10/2569 21:43:08   เปิดอ่าน 87  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้รับจากการอบรม » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
ปัจจุบันปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีบทบาทสำคัญในการช่วยพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับผู้เรียนในยุคดิจิทัลมากขึ้น AI สามารถช่วยผู้สอนในการจัดทำเนื้อหา สื่อการเรียนรู้ กิจกรรม และแบบประเม...
การพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI)  การพัฒนาสื่อการสอน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รุ่งกานต์ ใจวงค์ยะ  วันที่เขียน 28/9/2569 9:58:28  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/10/2569 11:39:56   เปิดอ่าน 288  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
องค์ความรู้ » การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้าน (AI) ให้กับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้
การเข้าร่วมโครงการพัฒนาสมรรถนะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับบุคลากรและนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ในหัวข้อ “การประยุกต์ใช้ AI เพื่อการเรียนการสอน การจัดทำเอกสารประกอบการสอนและตำราให้เข้าถึงผู้เรียนยุ...
การใช้ AI  การพัฒนาสื่อการสอน  สมรรถนะด้าน AI     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน รัชนีวรรณ วงศ์พระจันทร์  วันที่เขียน 23/9/2569 15:58:21  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/10/2569 18:47:53   เปิดอ่าน 104  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
เกมการเงิน: นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความรู้ทางการเงินและส่งเสริมการบริการวิชาการสู่สังคม » บทนำ ในยุคที่สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและการเงินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ประชาชนจำเป็นต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการใช้จ่าย การบริหารหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน ความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) จึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตและการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของบุคคลและครัวเรือน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาความรู้ทางการเงินผ่านการเรียนการสอนแบบบรรยายเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การนำแนวคิดการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) และการจัดการเรียนรู้แบบเกม (Game-Based Learning) มาประยุกต์ใช้ จึงเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์ และการตัดสินใจในสถานการณ์จำลองที่ใกล้เคียงกับชีวิตจริง เกม การเงิน (Financial Games) จึงได้รับการยอมรับว่าเป็นนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยส่งเสริมความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบการศึกษาและการบริการวิชาการแก่สังคม ความสำคัญของเกมการเงิน เกมการเงินเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่ออกแบบให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและตัดสินใจทางการเงินภายใต้เงื่อนไขหรือสถานการณ์จำลองต่าง ๆ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางทฤษฎีกับการประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม การเรียนรู้ผ่านเกมช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในประเด็นทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่ การวางแผนการเงิน การบริหารรายรับรายจ่าย การจัดการหนี้สิน การออม การลงทุน และการบริหารความเสี่ยง นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในศตวรรษที่ 21 ด้วยเหตุนี้ เกมการเงินจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อความสนุกสนาน แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางการเงินของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิผล บอร์ดเกมการเงินในปัจจุบัน บริษัท ฟินไดซ์ เอ็ดดูเคชั่น จำกัด เป็นผู้พัฒนาเกมการเงินที่มุ่งเน้นการสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง โดยออกแบบเกมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการเงินที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน ซึ่งประกอบด้วยเกมสำคัญ ดังนี้ 1. Calculate your net worth รู้หน้าไม่รู้หนี้ เกมรู้หน้าไม่รู้หนี้มุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับภาระหนี้สินและสถานะทางการเงินที่แท้จริงของบุคคล เกมนี้จะช่วยฝึกทักษะการบริหารสินทรัพย์ การคำนวณความมั่งคั่งสุทธิ และการจัดการสภาพคล่อง ผ่านการจำลองชีวิตจริงได้ 2. Shop Me Please ซื้อฉันเถอะ เกมซื้อฉันเถอะเป็นเกมที่จำลองสถานการณ์การเลือกซื้อสินค้าและบริการภายใต้งบประมาณที่จำกัด ผู้เล่นจะต้องพิจารณาความจำเป็น ความคุ้มค่า และผลกระทบจากการใช้จ่ายแต่ละรายการ เกมนี้ช่วยพัฒนาทักษะการวางแผนการใช้จ่าย การจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน และการตัดสินใจบริโภคอย่างมีเหตุผล 3. Risky Lossy มีฉันไว้ อุ่นใจนะ Risky Lossy เป็นเกมที่เสริมสร้างความเข้าใจด้านการบริหารความเสี่ยงและการประกันภัย โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้เล่นเข้าใจว่าการโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกันสามารถปกป้องความมั่งคั่งในชีวิตจริงได้ เน้นการเรียนรู้เรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทน 4. The Next Step บันไดภาษี The Next Step เป็นบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ออกแบบโดย Findice โดยจำลองกระแสรายได้ รายจ่าย และให้ผู้เล่นวางแผนใช้สิทธิลดหย่อนภาษี เป้าหมายหลักของเกมคือการทำความเข้าใจโครงสร้างอัตราภาษีแบบก้าวหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีเกินความจำเป็น 5. Trade In Trade Out แลกไปแลกมา Trade In Trade Out เป็นการ์ดเกมและบอร์ดเกมจำลองสถานการณ์การแลกเปลี่ยนสิ่งของ (Barter System) ออกแบบมาเพื่อสอนพื้นฐานการเงิน การต่อรอง และความสำคัญของการประเมินมูลค่าสิ่งของ โดยไม่มีเงินตราเป็นสื่อกลาง ผู้เล่นจะต้องสวมบทบาทในยุคที่ยังไม่มีเงินสด และต้องใช้วิธีนำสิ่งของที่มีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับผู้เล่นคนอื่นเพื่อให้ได้ไอเทมที่ต้องการ 6. Trader Hunter หุ้นซิ่งทะลุกระดาน Trader Hunterเป็นเกมจำลองการลงทุนในตลาดหุ้นที่ เกมนี้ช่วยให้ผู้เล่นได้ปูพื้นฐานการลงทุนในหุ้น 8 กลุ่มอุตสาหกรรม เรียนรู้การทำกำไรทั้งสายเก็งกำไรระยะสั้น (Day Trade) และสายออมหุ้นระยะยาวเพื่อรับปันผล (Value Investor) พร้อมสร้างความเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยง การวิเคราะห์ข้อมูล และการรับมือกับข่าวสารเหตุการณ์โลกที่มีผลกระทบต่อราคาหุ้น โดยเป้าหมายหลักคือการเรียนรู้วิธีบริหารพอร์ตการลงทุนและเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างมีเหตุผลและการบริหารความเสี่ยงในการลงทุน การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานการศึกษา เกมการเงินสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยเฉพาะในสาขาการเงิน การบัญชี เศรษฐศาสตร์ และบริหารธุรกิจ เนื่องจากช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเชิงทฤษฎี การใช้เกมการเงินในชั้นเรียนช่วยส่งเสริมรูปแบบการเรียนรู้แบบ Active Learning ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสื่อสาร และการทำงานเป็นทีม นอกจากนี้ ผู้สอนยังสามารถใช้เกมเป็นกรณีศึกษาเพื่อเชื่อมโยงกับเนื้อหารายวิชาต่าง ๆ เช่น การวางแผนการเงินส่วนบุคคล การบริหารความเสี่ยง การลงทุน และการเป็นผู้ประกอบการ โดยผลลัพธ์ที่สำคัญคือผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ทางการเงินควบคู่กับการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตในอนาคต การประยุกต์ใช้เกมการเงินในงานบริการวิชาการ นอกจากประโยชน์ด้านการศึกษาแล้ว เกมการเงินยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินงานบริการวิชาการแก่สังคม โดยเฉพาะการส่งเสริมความรู้ทางการเงินให้แก่ประชาชน นักเรียน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจ
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน ประภาพร กิจดำรงธรรม  วันที่เขียน 16/9/2569 15:58:17  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 17/10/2569 12:10:58   เปิดอ่าน 94  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง