การตั้งตำรับน้ำมันเหลือง
วันที่เขียน 5/4/2566 16:08:00     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/4/2569 23:19:04
เปิดอ่าน: 587 ครั้ง

ขมิ้นชันและไพลเป็นสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและสรรพคุณทางยาหลากหลาย สารสกัดและน้ำมันที่สกัดจากสมุนไพรทั้งสองชนิดมีการนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือนำมาผลิตเพื่อใช้เป็นยาประจำบ้านลักษณะการใช้ทาภายนอก ในงานวิจัยนี้ ได้ตั้งตำรับน้ำมันเหลืองที่สกัดได้จากเทคนิคการกลั่นด้วยไอน้ำและมีน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชันและไพลเป็นองค์ประกอบที่ สัดส่วนต่าง ๆ (1:1 1:2 และ 2:1 โดยปริมาตร) นำน้ำมันหอมระเหยผสมมาผ่านกระบวนการบ่มด้วย พิมเสน การบูร เมนทอล ที่สภาวะสุญญากาศ นอกจากนี้ ได้นำน้ำมันเหลืองแต่ละสูตรมาศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ผลการศึกษาพบว่า น้ำมันเหลืองที่มี องค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชันและไพลที่สัดส่วน 2:1 โดยปริมาตร มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ดี สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Methicillin-resistant Staphylococcus aureus (MRSA) และ Staphylococcus epidermidis อย่างน้อยที่ ระดับความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร นอกจากนี้ ความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย (Minimum inhibition concentration, MIC) ทั้งสองสายพันธุ์เท่ากับ 58.25 และ 50.55 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สำหรับค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Minimum bactericidal concentration, MBC) ในทั้งสองเชื้อแบคทีเรีย มีคา่ เท่ากับ 200.00 ไมโครกรัม/ มิลลิลิตร ตามลำดับ

ขมิ้นชันและไพลเป็นสมุนไพรไทยที่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและสรรพคุณทางยาหลากหลาย สารสกัดและน้ำมันที่สกัดจากสมุนไพรทั้งสองชนิดมีการนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือนำมาผลิตเพื่อใช้เป็นยาประจำบ้านลักษณะการใช้ทาภายนอก ในงานวิจัยนี้ ได้ตั้งตำรับน้ำมันเหลืองที่สกัดได้จากเทคนิคการกลั่นด้วยไอน้ำและมีน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชันและไพลเป็นองค์ประกอบที่ สัดส่วนต่าง ๆ (1:1 1:2 และ 2:1 โดยปริมาตร) นำน้ำมันหอมระเหยผสมมาผ่านกระบวนการบ่มด้วย พิมเสน การบูร เมนทอล ที่สภาวะสุญญากาศ นอกจากนี้ ได้นำน้ำมันเหลืองแต่ละสูตรมาศึกษาฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย ผลการศึกษาพบว่า น้ำมันเหลืองที่มี องค์ประกอบของน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชันและไพลที่สัดส่วน 2:1 โดยปริมาตร มีประสิทธิภาพในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ดี สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย Methicillin-resistant Staphylococcus aureus (MRSA) และ Staphylococcus epidermidis อย่างน้อยที่ ระดับความเข้มข้น 1 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร นอกจากนี้ ความเข้มข้นต่ำสุดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย (Minimum inhibition concentration, MIC) ทั้งสองสายพันธุ์เท่ากับ 58.25 และ 50.55 ไมโครกรัม/มิลลิลิตร สำหรับค่าความเข้มข้นต่ำสุดที่ สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (Minimum bactericidal concentration, MBC) ในทั้งสองเชื้อแบคทีเรีย มีคา่ เท่ากับ 200.00 ไมโครกรัม/ มิลลิลิตร ตามลำดับ

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1339
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานสายวิชาการ
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » ตีพิมพ์อย่างมีกลยุทธ์: การเลือกวารสารวิชาการสำหรับอาจารย์ยุคดิจิทัล
บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้จากการอบรมเรื่อง “การเลือกวารสารเพื่อตีพิมพ์ผลงานวิชาการ” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะของอาจารย์ในการคัดเลือกวารสารที่เหมาะสมทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ครอบคลุมการวิเคราะห์ Ai...
Scopus  TCI  การตีพิมพ์บทความวิจัย  การเลือกวารสาร  อาจารย์ยุคดิจิทัล     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 28/4/2569 16:54:10  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/4/2569 22:50:41   เปิดอ่าน 4  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การเผยแพร่ความรู้ที่ได้จากการเข้าร่วมงานประชุมวิชาการ/อบรม/สัมมนา » ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการประเมินแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และจัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570
ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการประเมินแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 และจัดทำแผนปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 โดยแบ่งออกเป็น 2 กิจกรรม ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2568 - 26 ธันวาคม ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน เพชรลดา กันทาดี  วันที่เขียน 8/4/2569 20:32:41  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/4/2569 1:31:17   เปิดอ่าน 114  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » การออกแบบการวิจัยทางการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์: บทบาทใหม่ของอาจารย์ในฐานะนักวิจัยร่วมกับ AI
บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้จากการอบรมเรื่อง “การออกแบบการวิจัยทางการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์” โดยมุ่งอธิบายบทบาทของ AI ในฐานะทั้งเครื่องมือและตัวแปรทางการวิจัย ตลอดจนแนวทางการออกแบบงานวิจัยเชิงปริมาณ...
Mixed Methods  การวิจัยทางการศึกษา  การออกแบบการวิจัย  จริยธรรมการวิจัย  ปัญญาประดิษฐ์ (AI)     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 2/4/2569 21:04:01  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/4/2569 1:31:43   เปิดอ่าน 2147  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้สำหรับพัฒนาความเป็นอาจารย์ยุคใหม่ » การออกแบบการวิจัยทางการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์: บทบาทใหม่ของอาจารย์ในฐานะนักวิจัยร่วมกับ AI
บทความนี้นำเสนอองค์ความรู้จากการอบรมเรื่อง “การออกแบบการวิจัยทางการศึกษาในยุคปัญญาประดิษฐ์” โดยมุ่งอธิบายบทบาทของ AI ในฐานะทั้งเครื่องมือและตัวแปรทางการวิจัย ตลอดจนแนวทางการออกแบบงานวิจัยเชิงปริมาณ...
Mixed Methods  การวิจัยทางการศึกษา  การออกแบบการวิจัย  จริยธรรมการวิจัย  ปัญญาประดิษฐ์ (AI)     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานสายวิชาการ
ผู้เขียน อัณชยารัศมิ์ เนาว์โสภา  วันที่เขียน 2/4/2569 21:03:34  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/4/2569 1:33:07   เปิดอ่าน 80  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง