สรุปโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ WebService ครั้งที่ 2
วันที่เขียน 10/4/2557 15:12:16     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/8/2563 8:49:00
เปิดอ่าน: 2567 ครั้ง

ประโยชน์ที่ได้รับ การพัฒนาระบบด้วย Web Service จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สรุปได้ว่า ก่อให้เกิดข้อดี ดังนี้ 1. ป้องกันการกรอกและบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน 2. ป้องกันการกรอกข้อมูลผิดพลาด 3. การพัฒนาระบบรายงานไม่ต้องเริ่มต้นการพัฒนาจากศูนย์ ไม่ต้องออกแบบฐานข้อมูล พัฒนาระบบ หรือแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลใหม่ 4. ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือของข้อมูล 5. มีผู้ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นฐานข้อมูลแหล่งเดียว 6. เป็นการผลักดัน และก่อให้เกิด Data Center ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย 7. การสำรองข้อมูลเกิดขึ้นที่ส่วนกลาง 8. การปรับปรุงแก้ไขเกิดขึ้นที่ส่วนกลาง 9. การตกแต่งหน้าเว็บไซด์รายงานผล สามารถทำได้ด้วยตนเอง ทั้งนี้หน่วยงานสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้จาก Search Engine ทุกระบบ โดยใช้คำสำคัญ อาทิเช่น Web Service, NuSOAP เป็นต้น

โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

“การนำเทคโนโลยี Web Service มาประยุกต์ใช้ในการบริหารสารสนเทศของมหาวิทยาลัย”

ครั้งที่ 2/2556 วันที่ 6 สิงหาคม 2556 เวลา 13.30-16.00 น.

ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ

----------------------------------------------------------------

          โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “การนำเทคโนโลยี Web Service มาประยุกต์ใช้ในการบริหารสารสนเทศของมหาวิทยาลัย” ครั้งที่ 2 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2556 เวลา 13.30-16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 1 ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการ รวมทั้งสิ้น 25 คน จากหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักฟาร์มมหาวิทยาลัย สำนักหอสมุด สำนักวิจัยและส่งเสริมการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์ คณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ คณะสัตวศาสตร์และเทคโนโลยี คณะศิลปศาสตร์ คณะบริหารและพัฒนาวิชาการ กองกลาง สำนักอธิการบดี และกองคลัง สำนักอธิการบดี โดยมีคณะคณะวิศวกรรมและอุตสาหกรรมเกษตร คณะเศรษฐศาสตร์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และออกแบบสิ่งแวดล้อม เพิ่มเติมจากโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ครั้งที่ 1 ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้

          ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และได้กล่าวถึงที่มาของการจัดโครงการในครั้งนี้ ว่าเป็นการจัดโครงการต่อเนื่อง มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอหน่วยงานตัวอย่างที่ได้นำเทคโนโลยี Web Service ไปประยุกต์ใช้ โดยครั้งนี้ ได้แนะนำคณะวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมเกษตร เป็นหน่วยงานตัวอย่าง จากหลายๆ หน่วยงานที่ได้ประสานงานนำไปใช้ประโยชน์ อาทิ คณะบริหารธุรกิจ และบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งนี้หากหน่วยงานต้องการใช้บริการ Web Service สามารถจัดทำบันทึกข้อความและรายการข้อมูลที่ต้องการมายังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบแบบ Client Server ของมหาวิทยาลัย ที่ทำให้ทุกหน่วยงานสามารถนำข้อมูลไปใช้ร่วมกันได้ โดยการเข้าถึงข้อมูล ยังมีความมั่นคงปลอดภัย อย่างมีประสิทธิภาพ

          คณะวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมเกษตร ได้นำเสนอแนวทางการประยุกต์ใช้ ว่าเริ่มจากการปรึกษาหารือกับผู้บริหาร เพื่อไม่เกิดปัญหาการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน เนื่องจากข้อมูลถูกกรอกและบันทึกผ่านระบบ e-Manage ซึ่งเดิมคณะฯ เคยพัฒนาระบบ แต่พบปัญหาการบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน จึงหาวิธีการป้องกัน แก้ไข จึงประสานงานมายังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อขอใช้บริการจาก Web Service และนำข้อมูลเผยแพร่ในเว็บไซด์ของคณะฯ ต่อไป โดยได้ดำเนินการกับระบบฐานข้อมูลในรายการเบื้องต้นได้แก่ โครงการวิจัย งานบริการวิชาการ และบุคลากร ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้คือ PHP Programming Language เทคนิดวิธีการพัฒนาระบบคือ การเปลี่ยนการติดต่อโดยตรงกับฐานข้อมูลเป็นการติดต่อผ่าน Web Services โดยไม่จำกัดด้านภาษาคอมพิวเตอร์

ประโยชน์ที่ได้รับ

          การพัฒนาระบบด้วยวิธีนี้ จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน สรุปได้ว่า ก่อให้เกิดข้อดี ดังนี้

  1. ป้องกันการกรอกและบันทึกข้อมูลซ้ำซ้อน
  2. ป้องกันการกรอกข้อมูลผิดพลาด
  3. การพัฒนาระบบรายงานไม่ต้องเริ่มต้นการพัฒนาจากศูนย์ ไม่ต้องออกแบบฐานข้อมูล พัฒนาระบบ หรือแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลใหม่
  4. ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือของข้อมูล
  5. มีผู้ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนของข้อมูล เพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นฐานข้อมูลแหล่งเดียว
  6. เป็นการผลักดัน และก่อให้เกิด Data Center ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย
  7. การสำรองข้อมูลเกิดขึ้นที่ส่วนกลาง
  8. การปรับปรุงแก้ไขเกิดขึ้นที่ส่วนกลาง
  9. การตกแต่งหน้าเว็บไซด์รายงานผล สามารถทำได้ด้วยตนเอง

          ทั้งนี้หน่วยงานสามารถค้นหาความรู้เพิ่มเติมได้จาก Search Engine ทุกระบบ โดยใช้คำสำคัญ อาทิเช่น Web Service, NuSOAP เป็นต้น

 ประเด็นแลกเปลี่ยนเรียนรู้

  1. ผู้พัฒนาระบบภายในหน่วยงาน ไม่ทราบว่ามีข้อมูลอะไรบ้างใน ระบบ e-Manage เนื่องจากไม่ใช้เป็นผู้กรอกข้อมูล และใช้ได้บาง Function เท่านั้น จึงขอให้มีการแนะนำข้อมูลที่สามารถนำมาใช้ได้

ตอบ: หน่วยงานสามารถแจ้งรายการข้อมูล ชื่อฟิลด์ มายังศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศได้ โดยเอาโจทย์ที่ต้องการมาเป็นประเด็นในการจัดทำข้อมูล หากไม่มีข้อมูลในระบบ e-Manage จะได้นำรายการไปพัฒนาเพิ่มเติมได้ ซึ่งก่อให้เกิดการจัดทำข้อมูลร่วมกัน ผู้พัฒนาระบบจากคณะ/หน่วยงานต่างๆ ไม่ต้องเริ่มการพัฒนาจากศูนย์ ทำให้มหาวิทยาลัยก้าวสู่อนาคตได้เร็วขึ้น และข้อมูลที่ใช้ร่วมกัน และเกิดการประสานงานกันระหว่างหน่วยงาน ทำให้เกิดการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกัน ทั้งนี้รายงานข้อมูลที่ขอมาส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เป็นรายการข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประกันคุณภาพ

  1. การจัดทำรายงานในรูปแบบที่มีการสร้างตารางฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างหลายตาราง จะสามารถทำได้หรือไม่

          ตอบ: ทีมพัฒนาระบบ e-Manage จะจัดดำเนินการให้ได้ ซึ่งหากเป็นการดำเนินการที่มีความซับซ้อน อาจต้องมีการใช้วิธีสร้าง Function ซ้อน Function เพื่อให้ได้ข้อมูลตามความต้องการของหน่วยงาน

  1. กรณีที่ต้องการรายการข้อมูลในลักษณะที่มีการคำนวณ จะสามารถทำได้หรือไม่

ตอบ: โดยปกติจะออกแบบ Service เป็นรายการข้อมูลดิบ และสามารถจัดทำในรูปแบบที่หน่วยงานต้องการได้ โดยหารือร่วมกันระหว่างทีมพัฒนาระบบ e-Mange และผู้พัฒนาระบบจากหน่วยงาน

  1. ในรายการข้อมูลที่มีในระบบฐานข้อมูลของบุคลากร กองการเจ้าหน้าที่ จะต้องประสานงานอย่างไร

          ตอบ: หน่วยงานสามารถปะสานงานผ่านศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศได้ เพราะได้ดำเนินการพัฒนาระบบเชื่อมโยงไปยังระบบฐานข้อมูลของกองการเจ้าหน้าที่แล้ว

  1. ขอให้มีการจัดทำคู่มือ และตัวอย่าง Code Connect ทั้งนี้หน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ในการพัฒนาระบบ ได้แก่ ASP, PHP
  2. เป็นเรื่องที่ดี หากคณะมีฐานข้อมูลที่แตกต่างจากส่วนกลาง จะขอความร่วมจากคณะเพื่อสร้าง Web Service และใช้ข้อมูลร่วมกัน
  3. โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กลุ่มสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ถือเป็นงานขาดแคลน จึงเสนอแนะให้พิจารณาร่วมกับการประยุกต์ด้านการเกษตร

 ประเด็นที่ได้รับ

          แนวทางการพัฒนาระบบ เน้นการใช้ประโยชน์ข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือของข้อมูล

ประธานกล่าวสรุป

          ตามนโยบายของผู้บิรหารมหาวิทยาลัย ได้กำหนดให้มี 1 ฐานข้อมูล 1 ผู้รับผิดชอบ จึงขอให้แต่ละหน่วยงานนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อประโยชน์ต่อส่วนร่วม และมหาวิทยาลัย และโดยขอให้มีการจัดทำหนังสือมอบหมายผู้ดูแลระบบและกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูลของเครื่องให้บริการ (Server) เป็นลายลักษณ์อักษร และหวังเป็นอย่างยิ่งที่คณะจะนำไปเทคโนโลยี Web Service ใช้เพิ่มเติม

ผู้บันทึกการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

นางสาวณัฐกฤตา โกมลนาค

ตำแหน่ง นักวิชาการคอมพิวเตอร์

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=286
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ » ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
กองเทคโนโลยีดิจิทัล มีภารกิจดูแลการให้บริการซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ที่ให้บริการภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งผู้ใช้งานทั้งอาจารย์ นักวิจัย เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา มีความต้องการใช้งานซอฟต์แวร์ที่หลากหลาย และซอฟต์...
ซอฟท์แวร์ลิขสิทธิ์  โปรแกรมลิขสิทธิ์  โปรแกรมสำเร็จรูป     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน บรรพต โตสิตารัตน์  วันที่เขียน 13/5/2563 11:03:42  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/8/2563 2:50:56   เปิดอ่าน 569  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
MS OFFICE » คู่มือใช้งาน Google Classroom สำหรับอาจารย์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้
Google Classroom เป็นบริการของ Google ที่มีเครื่องมือสำหรับให้อาจารย์ผู้สอนได้ใช้ประโยชน์ในการสร้างห้องเรียนเสมือนได้ ซึ่งการใช้งานนั้น สามารถเข้าใช้งานได้ทุกอุปกรณ์ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์แท็ปเล็ต...
Google Classroom     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน ศุภวรรณ สัจจากุล  วันที่เขียน 8/4/2563 14:42:54  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 10/8/2563 15:52:20   เปิดอ่าน 495  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ทั่วไป » ทำงานที่บ้าน จะติดต่อระหว่างหน่วยงานอย่างไร
เดิมปกติจะใช้เบอร์โต๊ะโทรประสานงานกัน แต่ช่วงนี้เราจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน หากคนที่เคยติดต่อกันทาง facebook line ก็จะไม่มีปัญหา แล้วคนอื่น หน่วยงานอื่นล่ะจะทำยังไง เรามีเครื่องมือไว้ให้พร้อมแล้ว ...
  กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน วสุ ไชยศรีหา  วันที่เขียน 27/3/2563 12:21:15  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 11/8/2563 3:55:18   เปิดอ่าน 833  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง