ASEAN DIGITAL LITERACY PROGRAMME (การรู้เท่าทันสื่อในสังคมออนไลน์)
วันที่เขียน 9/2/2566 9:42:54     แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/5/2567 2:57:02
เปิดอ่าน: 882 ครั้ง

ปัจจุบันการดำเนินชีวิตประจำวันมีความเกี่ยวข้องกับสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ โซเซียลมีเดีย โดยเฉพาะในประเทศไทย มีการใช้งานโซเซียลมีเดียเพื่อการติดต่อสื่อสาร การจำหน่ายสินค้า การโฆษณาชวนเชื่อ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลหรือข่าวสารที่ปรากฏในสื่อดังกล่าว มีทั้งข้อมูล สารสนเทศ ที่เป็นจริงและข้อมูลบิดเบือน ผู้ใช้งานควรมีความรู้เท่านั้นสื่อในสังคมออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เช่น ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวสารที่เป็นเท็จ การพลั้งเผลอให้ข้อมูลทางด้านการเงิน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลความลับขององค์กร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน การดำเนินธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อองค์กรและตัวบุคคล

โครงการอบรม เรื่อง “ASEAN DIGITAL LITERACY PROGRAMME”(การรู้เท่าทันสื่อในสังคมออนไลน์)

วิทยากร ผศ.ดร.สายัณห์ อุ่นนันกาศ

วันที่ 11 มกราคม 2566 เวลา 14.00-16.00 น. ณ อาคารจุฬาภรณ์

จัดโดยคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

           วัตถุประสงค์ เพื่อถ่ายทอดความรู้ ให้กับผู้รับผลประโยชน์ปลายทาง สำหรับนักศึกษา บุคลากร และผู้ที่สนใจ ได้มีความรู้ในด้านการรู้เท่าทันสื่อในสังคมออนไลน์ ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ ลดผลกระทบในเชิงลบของข้อมูลบิดเบือนในประเทศสมาชิกอาเซียน และสร้างภูมิคุ้มกันต่อข้อมูลบิดเบือน และข้อมูลเท็จให้แก่ชุมชนในภูมิภาค

          ปัจจุบันการดำเนินชีวิตประจำวันมีความเกี่ยวข้องกับสื่อออนไลน์ โดยเฉพาะการใช้งานผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือ โซเซียลมีเดีย โดยเฉพาะในประเทศไทย มีการใช้งานโซเซียลมีเดียเพื่อการติดต่อสื่อสาร การจำหน่ายสินค้า การโฆษณาชวนเชื่อ ฯลฯ ซึ่งข้อมูลหรือข่าวสารที่ปรากฏในสื่อดังกล่าว มีทั้งข้อมูล สารสนเทศ ที่เป็นจริงและข้อมูลบิดเบือน ผู้ใช้งานควรมีความรู้เท่านั้นสื่อในสังคมออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ เช่น ป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของข่าวสารที่เป็นเท็จ การพลั้งเผลอให้ข้อมูลทางด้านการเงิน ข้อมูลส่วนบุคคล หรือข้อมูลความลับขององค์กร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงาน การดำเนินธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อองค์กรและตัวบุคคล จากสถิติ พบว่า จำนวนประชากรอาเซียน คิดเป็น 8.58% ของประชากรโลก (จำนวนประชากรโลก 683.3 ล้านคน)

                   - มีจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเกือบร้อยละ 10.0 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

                   - จำนวนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย คิดเป็นร้อยละ 12.7

                   - คนวัยทำงานใช้เวลา 3.15 ชม.ต่อวัน บนโซเซียลมีเดีย

                   - เยาวชนใช้เวลากับอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต  10 ชั่วโมงต่อวัน

                   - ประเทศไทยมีอัตราการใช้งานอินเทอร์เน็ตต่อวัน สูงสุดติดอันดับ 7 ของโลก

                   - ประเทศไทยมีอัตราการใช้โซเชียลมีเดียเป็นแหล่งที่มาของข่าวสูงติดอันดับ 3 ของโลก

                   - โซเซียลมีเดีย ที่มีความนิยมใช้งานมากที่สุดในปี 2022 ได้แก่ FB , youtube และ Whatsapp (แหล่งอ้างอิง) https://www.wordstream.com/blog/ws/2022/01/11/most-popular-social-media-platforms

           ในยุคก่อนอินเทอร์เน็ต ข้อมูลส่วนใหญ่มาจากแหล่ง ห้องสมุด หนังสือพิม์ โทรทัศน์  ผู้นำชุมชน
เพื่อน/ครอบครัว หรือการบอกต่อ ๆ กัน ซึ่งมีขั้นตอนการกลั่นกรอง ตรวจสอบอย่างเป็นระบบก่อนเผยแพร่ แต่ปัจจุบันข้อมูลอยู่ในรูปแบบดิจิทัลผ่านระบบออนไลน์ ทำให้เผยแพร่ ส่งต่ออย่างรวดเร็วโดยไม่มีการตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือไม่

ข้อดี-ข้อเสีย ของโซเชียลมีเดีย

  1. เสี่ยงต่อการเสพติดเป็นโรคซึมเศร้า
  2. ผู้ใช้เงินถูกมิจฉาชีพเชิดเงินในบัญชี
  3. ทำให้ตกเป็นเหยื่อคำโฆษณาชวนเชื่อได้ง่าย
  4. เป็นช่องทางการปุกปั่นก่อให้เกิดความรุนแรง
  5. เป็นช่องทางการกลั่นแกล้ง (Cyberbullying)
  6. ผลการเลือกตั้งถูกบิดเบือน

ความผิดปกติของข้อมูลข่าวสาร แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. ข้อมูลที่แฝงเจตนาร้าย (Mal-information) ข้อมูลมีพื้นฐานของความจริง แต่ถูกนำไปใช้เพื่อทำร้ายบุคคล องค์กร หรือประเทศ
  2. ข้อมูลเท็จ/ข้อมูลที่ผิด (Misinformation) ข้อมูลสารสนเทศที่ปลอมขึ้นมาหรือเป็นเท็จ แต่บุคคลที่เผยแพร่เชื่อว่าเป็นความจริง จึงอาจจะแชร์ต่อไปโดยไม่ได้ตั้งใจให้เกิดผลเสียหาย
  3. ข้อมูลบิดเบือน (Disinformation) ข้อมูลที่ถูกบิดเบือน ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่ออกไปโดยที่ผู้เผยแพร่รู้แก่ใจว่าไม่เป็นความจริง หรือมีเป้าหมาย คือ เพื่อผลประโยชน์และตั้งใจทำให้เกิดผลเสียหาย

ข้อมูลบิดเบือน 4 ประเภท ได้แก่

  1. คลิกเบท (Click-Bait) คอนเทนส์ที่ใช้คำ หรือ รูปภาพพาดหัวเพื่อดึงดูดให้คนคลิกเข้าไปอ่านเนื้อหาเพิ่มเติมในเว็บไซต์
  2. การสื่อสารที่สร้างความเกลียดชัง (Hate Speech) การสื่อสารในลักษณะก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นทางวาจา การเขียน หรือพฤติกรรมที่โจมตี หรือพฤติกรรมที่เหยียดหยาม หรือเลือกปฏิบัติ โดยพาดพิงถึงอัตลักษณ์ของบุคคล หรือกลุ่มบุคคล
  3. ข้อมูลบิดเบือนทางการเมือง (Political Disinformation) ข้อมูลที่นำมาใช้ในการแก่งแย่ง แย่งชิงอิทธิพลและอำนาจภายในประเทศ มีเป้าหมายเป็นปัจเจก กลุ่มรณรงค์ หรือพรรคการเมือง
  4. ข้อมูลบิดเบือนจากรัฐบาล (State Sponsored) ข้อมูลที่ถูกสร้างโดยรัฐบาลใน หรือต่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ทางการเมือง เน้นสร้างความขัดแย้งระหว่างกลุ่มก้อนทางการเมือง

การปลอมเชิงลึก (Deepfakes) การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เช่น AI หรือ Machine Learning ในการปลอมแปลงรูปภาพ วีดีโอ และคลิปเสียงเพื่อทำให้เกิดการเข้าใจผิด

แนวทางต่อสู้/ป้องกันข้อมูลบิดเบือน/ข้อมูลเท็จ

  1. การตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact-checking)

1.1 พิสูจน์อักษร พิสูจน์ความจริงของข้อโต้แย้ง หาแหล่งที่มา

1.2 ใช้เครื่องมือออนไลน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าว/ข้อมูล เช่น AFP Fact Check, Co-Fact หรือไลน์แม่รู้ดี Bot

1.3 ค้นหาประวัติโปรไฟล์ของผู้โพสต์บน Wikipedia หรือ โซเชียลมีเดีย

  1. สื่อสารมวลชนคุณภาพ (Quality Journalism)

2.1 สื่อสารมวลชนคุณภาพ คือ หนึ่งในกลยุทธ์ต่อสู้กับข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน

2.2 อย่างไรก็ตาม สื่อสารมวลชนคุณภาพมีราคาสูง ไม่สามารถทำผลกำไรได้ กินเวลาและไม่น่าดึงดูดใจเท่าข่าวปลอม

2.3 หลักฐานพื้นฐานของสื่อมวลชน ได้แก่ ความถูกต้องแม่นยำ มนุษยธรรม ไม่ขึ้นต่อใคร ความรับผิดชอบ ความยุติธรรม ความโปร่งใส การเก็บความลับ

  1. ทักษะการรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy)

คือ การที่ไม่หลงเนื้อหาที่ได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง แต่สามารถคิดวิเคราะห์ สงสัย และรู้จักตั้งคำถามว่าข้อมูลนั้นจริงหรือไม่จริง ใครเป็นคนให้ข้อมูล คนให้ข้อมูลต้องการสื่ออะไร หรือมีจุดมุ่งหมายแอบแผงหรือไม่

  1. จริยธรรมสื่อ (Media Ethics)

จริยธรรมสื่อ คือ หลักการและมาตรฐานที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง การพิสูจน์ข้อเท็จจริงก่อนเผยแพร่ ความสมดุล ความเป็นกลาง และการกรองข้อมูลสู่สาธารณะ

จริยธรรมสื่อดิจิทัล คือ จริยธรรมที่ครอบคลุมสื่อดิจิทัล ทั้งในเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัย ปริมาณข้อมูลที่มากเกินไป ความแบ่งแยกทางดิจิทัล ความแบ่งแยกทางเพศและการเซ็นเซอร์

 

ประเทศไทยมีโซเซียลมีเดียแฟลตฟอร์มบน Facebook ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand)

หรือเว็บไซต์  https://www.antifakenewscenter.com ที่รายงานข่าวปลอมที่เผยแพร่ผ่านระบบออนไลน์

Facebook ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

https://www.facebook.com/AntiFakeNewsCenter

แหล่งอ้างอิงข้อมูล

https://www.wordstream.com/blog/ws/2022/01/11/most-popular-social-media-platforms

https://www.antifakenewscenter.com

https://www.facebook.com/AntiFakeNewsCenter

คำสำคัญ :
กลุ่มบทความ :
หมวดหมู่ :
แชร์ :
https://erp.mju.ac.th/acticleDetail.aspx?qid=1321
ความคิดเห็นทั้งหมด (0)
ไม่มีข้อมูลตามเงื่อนไขที่ท่านกำหนด
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้หมวดหมู่ : กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง » Assignment in Microsoft Teams
การมอบหมายงาน (Assignment ) สำหรับนักศึกษาในห้องเรียน ระบบ Microsoft Teams สร้างความสะดวกในการมอบหมายงานให้กับนักศึกษา การส่งงาน และสามารถให้คะแนนนักศึกษาแต่ละคนในห้องเรียน สำหรับผู้ที่อยู่ในสถาบัน...
Assignment  Microsoft Teams  การมอบหมายงาน  การให้คะแนน     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน สุภาพรรณ อนุตรกุล  วันที่เขียน 26/3/2567 18:01:20  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/5/2567 0:24:09   เปิดอ่าน 163  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ความรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมประชุม/อบรม/สัมมนา » Google Sites สร้างเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย
Google Sites คือโปรแกรมหนึ่งของ บริษััท Google ที่เปิดให้ สมาชิกของ Google สามารถ สร้างเว็บไซต์ของตนเองได้ฟรี โดยการสร้างเว็บไซต์ ด้วย Google Sites นั้น ทำได้ง่าย เหมือนกับการแก้ไข เอกสารธรรมดา ๆ ช...
Google Sites  เว็บไซต์     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน สุภาพรรณ อนุตรกุล  วันที่เขียน 11/3/2567 17:19:12  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/5/2567 2:20:47   เปิดอ่าน 295  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การพัฒนาระบบสารสนเทศ » การกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้รายวิชา CLOs ผ่าน มคอ.3
หัวข้อนี้เน้น การออกแบบหลักสูตรให้ตอบสนองต่อผลการเรียนรู้ที่คาดหวังของหลักสูตร สะท้อนถึงความต้องการ ของผู้ที่เกี่ยวข้องครบทุกภาคส่วน และผลการเรียนรู้นั้นต้องครอบคลุมทั้งความรู้ ทักษะเฉพาะทางและทักษ...
CLO  ELO  PLO     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน สมนึก สินธุปวน  วันที่เขียน 18/11/2566 23:45:59  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/5/2567 1:38:07   เปิดอ่าน 412  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
การพัฒนาระบบสารสนเทศ » แอปพลิเคชันสำหรับช่วยในการจัดเรียนการสอน
การเรียนผ่านเครื่องมือช่วยสอนโดยใช้แอปพลิเคชันมีบทบาทในการส่งเสริมและช่วยเหลืออาจารย์และนักศึกษาเป็นอย่างมาก บทความนี้ได้รวบรวม 8 เครื่องมือช่วยสอนสำหรับอาจารย์ในการช่วยจัดการเรียนการสอนให้เกิดความ...
Canva  Kahoot  Nearpod  Plicker  Quizizz  Storyboard  Visme  Voxer     กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร   กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ
ผู้เขียน สมนึก สินธุปวน  วันที่เขียน 18/11/2566 23:01:13  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 28/5/2567 0:34:14   เปิดอ่าน 312  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง