จากการเข้าร่วมอบรม เรื่อง ส่งเสริมการขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นสายสนับสนุน โดย นายปภาณภณ ปภังกรภูรินท์ ผู้อำนวยการกองบริหารงานคณะนิเทศศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ สามารถสรุปเนื้อหาออกเป็น 5 ส่วนหลัก ดังนี้
- บทนำ: เปลี่ยนงานประจำให้เป็นโอกาสทางวิชาชีพ
- ประเด็นหลัก: ปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่องานประจำ โดยไม่มองว่าเป็นเพียงภาระที่เหนื่อยล้าหรือจำเจ แต่เป็น "โอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง" เพื่อเติบโตได้เต็มศักยภาพ
- แนวคิดสำคัญ: การทำงานเชิงรุกโดยเข้าไปเรียนรู้ร่วมกับผู้รับบริการหรือกลุ่มเป้าหมาย และปรับใช้หลักการบริหารงานแนวใหม่อย่าง "Seek First to Understand, then to Be Understood" (มุ่งทำความเข้าใจผู้อื่น วิธีคิด และมุมมองของเขาก่อนที่จะเรียกร้องให้เขาเข้าใจเรา)
- จากข้อมูลสู่นวัตกรรม: ลำดับขั้นของความรู้ (DIKW Pyramid)
- ประเด็นหลัก: พัฒนาการของความรู้ในงานประจำที่จะถูกยกระดับเพื่อนำไปสู่ความก้าวหน้าในอาชีพ
- แนวคิดสำคัญ:
- ทฤษฎีระบบ (System Theory & DIKW): กระบวนการเปลี่ยน ข้อมูลดิบ (Data) ที่ยังไม่วิเคราะห์ ไปสู่ สารสนเทศ (Information) ที่ถูกจัดกลุ่มและประมวลผล, ยกระดับเป็น ความรู้ (Knowledge) ที่ผ่านกระบวนการคิดเข้าใจ และสูงสุดคือ ปัญญา (Wisdom) ที่สะท้อนผ่านคุณค่า ความเชื่อ และนำไปใช้ตัดสินใจในโลกจริงได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ
- Swanson’s Taxonomy of Performance: การประยุกต์ใช้เพื่อวิเคราะห์ระดับการแสดงออกของผลงาน ตั้งแต่ขั้นการจดจำ ทำความเข้าใจ นำไปใช้ วิเคราะห์ ประเมินผล ไปจนถึงขั้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่
- เครื่องมือขับเคลื่อนองค์กรแห่งการเรียนรู้: R2R และ KM
- ประเด็นหลัก: การบูรณาการงานประจำเข้ากับการจัดการความรู้และงานวิจัยเพื่อการพัฒนาองค์กร
- แนวคิดสำคัญ:
- R2R (Routine to Research): การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัยที่มีเป้าหมายหลักในการนำผลลัพธ์ไป "ปรับปรุงงานประจำให้ดีขึ้น" ไม่ได้ทำเพียงเพื่อต้องการได้ตำแหน่งหรือผลงานวิจัยเท่านั้น R2R จึงเป็นเครื่องมือพัฒนาคนเพื่อพัฒนางานและขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ "องค์การแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)"
- KM (Knowledge Management): หากงานสำเร็จให้ระบุความสำเร็จ ถอดบทเรียน แสวงหาแนวปฏิบัติที่ดีเลิศ (Best Practice) แล้วนำไปจัดเก็บเผยแพร่ แต่หากงานมีปัญหาให้ระบุปัญหา ทำการวิจัย และพัฒนางานอย่างเป็นวงจรต่อเนื่อง
- ตัวอย่างการปรับปรุงงานประจำ: การประยุกต์ใช้แนวคิดระบบคุณภาพ เช่น แนวคิดลีน (Lean) เพื่อลดความสูญเปล่าในกระบวนงาน หรือ หลักการ ECRS ในการลดขั้นตอน ระยะเวลา และค่าใช้จ่ายเพื่อให้งานมีประสิทธิภาพสูงสุด
- เทคนิคและแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อเลื่อนตำแหน่ง
- ประเด็นหลัก: แนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับสายสนับสนุนในการทำผลงานให้ผ่านการประเมิน
- แนวคิดสำคัญ:
- การเลือกหัวข้อ: ควรสร้างสรรค์ผลงานในขอบเขตหรือเนื้อหาที่เป็นความเชี่ยวชาญเดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เพื่อแสดงถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ลึกซึ้ง
- ขอบเขตประโยชน์: การขอตำแหน่งระดับ ชำนาญการพิเศษ ขึ้นไป ควรเน้นผลงานที่สร้างประโยชน์ต่อหน่วยงานหรือมหาวิทยาลัยในภาพกว้าง ไม่จำกัดอยู่เฉพาะแค่งานที่ตนเองรับผิดชอบเท่านั้น
- ความแตกต่างสร้างสรรค์: หลีกเลี่ยงการทำผลงานที่ซ้ำซ้อนกับสิ่งที่เคยมีผู้ทำไว้แล้ว หากเป็นเรื่องใกล้เคียงกันต้องมีการต่อยอดให้เห็นถึงความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้
- การเผยแพร่: ตีพิมพ์ผลงานในช่องทางที่ได้รับการยอมรับ เช่น วารสารทางวิชาการ หรือรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings)
- การวางแผนและการเตรียมตัวเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จ
- ประเด็นหลัก: วิธีการบริหารจัดการตนเองและทรัพยากรรอบตัวเพื่อไปถึงเป้าหมาย
- แนวคิดสำคัญ:
- วางแผนชีวิต: กำหนดเป้าหมายความก้าวหน้าของตนเองให้ชัดเจน (เช่น จะต้องได้ตำแหน่งภายในกี่ปี) วิเคราะห์จุดอ่อนของตนเองและลงมือกำจัดจุดอ่อนนั้นทันที
- หาต้นแบบ: มองหา Role Model และศึกษาวิธีการทำงานรวมถึงเส้นทางสู่ความสำเร็จของเขาเพื่อเดินตาม
- บริหารเวลา: จัดสรรเวลาเป็นประจำที่ปลอดจากการถูกรบกวนเพื่อทำผลงาน (ไม่ควรเบียดบังเวลางานประจำ)
- สร้างเครือข่ายและที่ปรึกษา: หาที่ปรึกษาที่ทำงานใกล้ชิดเพื่อขอคำแนะนำอย่างใกล้ชิด และเข้าร่วมเวทีวิชาการเพื่อกระตุ้นและเปิดมุมมองใหม่ ๆ
- ทำงานประจำให้ดี: ไม่ควรมุ่งทำแต่ผลงานวิชาการจนละเลยงานประจำ ต้องพัฒนาทั้งสองด้านควบคู่กันไปอย่างสมดุล