Blog : มหัศจรรย์กระเทียมดำ
รหัสอ้างอิง : 1642
ชื่อสมาชิก : ภานรินทร์ ปรีชาวัฒนากร
เพศ : หญิง
อีเมล์ : panarin@mju.ac.th
ประเภทสมาชิก : บุคลากรภายใน [สังกัด]
ลงทะเบียนเมื่อ : 15/8/2557 10:34:23
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 15/8/2557 10:34:23

รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมดของ Blog : มหัศจรรย์กระเทียมดำ
กระเทียมดำ (Black garlic) กระเทียมดำ คือกระเทียมขาวพันธุ์ปกติ ที่ผ่านกระบวนการหมักบ่ม (Fermentation) ภายใต้อุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม เป็นเวลานาน 1 เดือน จนทำให้มีสีดำ ไม่มีกลิ่นฉุน รสหวาน รับประทานง่าย และที่สำคัญมีปริมาณสารสำคัญต่างๆ เพิ่มขึ้น 13 เท่า กระเทียมดำมีประโยชน์และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาหลากหลายและเป็นที่รู้จักกันดีแพร่หลายในครัวและวงการแพทย์ของเกาหลี ญี่ปุ่น จีน ตลอดเป็นที่นิยมในประเทศสเปน กระเทียมดำโด่งดังในฐานะเป็นสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการต่างๆ ในวงการแพทย์ทางเลือกโดยเฉพาะที่ประเทศเยอรมนี มีการเผยแพร่งานวิจัยของแพทย์ทางอายุรกรรม มหาวิทยาลัยไฟร์บวร์ก Prof. Dr. Sigrun Chrubasik-Hausmann ที่ทำการวิจัยเกี่ยวกับกระเทียมดำในทางการแพทย์ธรรมชาติต่อการรักษาโรคหลายแขนงและการบำบัดรักษาอาการปวด ซึ่งพบว่ากระเทียมดำได้มีส่วนช่วยรักษาโรค และทำให้ระบบภูมิต้านทานโรคดีขึ้น โดยได้มีการเผยแพร่บทความและงานวิจัยการเพิ่มมากขึ้น หลักการทำให้กระเทียมดำ สีดำของกระเทียมดำที่เห็นเกิดจากการหมักบ่มกระเทียมสด และเกิดจากปฏิกิริยาเมลลาร์ด (Maillard reaction) ซึ่งเป็นปฏิกิริยาการเกิดสีน้ำตาลที่ไม่เกี่ยวข้องกับเอนไซม์ เป็นผลของปฏิกริยาเคมีระหว่างน้ำตาลรีดิวซิงกับหมู่อะมิโนในโมเลกุลของกรดอะมิโนอิสระในกระเทียมทำให้ได้เป็นสารสีน้ำตาล และเมื่อผ่านกระบวนการผลิตด้วยความร้อน ฟรุคแทน (fructan) ซึ่งเป็นสารโพลีแซคคาไรด์ ในกระเทียมจะเกิดการสลายตัวกลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวได้แก่ กลูโคส และฟรุคโตส ทำจึงให้กระเทียมดำที่ได้มีรสหวาน สารสำคัญที่พบในกระเทียมดำ นักวิจัยได้ศึกษาพบว่า ในระหว่างการหมักบ่มกระเทียมสด สาระสำคัญที่ไม่คงตัว และมีกลิ่นฉุน จะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่คงตัว และไม่มีกลิ่นฉุน ซึ่งได้แก่ • S-allycysteine (SAC) เป็นสารประกอบกำมะถันที่ละลายในน้ำ มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดคลอเรสเตอรอล และป้องกันมะเร็ง • S-allyl melcaptocystein (SAMC) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง • Y-Aminobutyric acid (GABA) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรย์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ในระบบประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีคุณสมบัติบำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท • ปริมาณกรดอะมิโน 18 ชนิด โปรตีน เอนไซม์ SOD สารกลุ่ม flavonoids และสารกลุ่ม polyphenols ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกระเทียมสด ตาราง สารสำคัญในกระเทียมดำเปรียบเทียบกับกระเทียมสด ที่มา: https://www.pharmacy.mahidol.ac.th ลักษณะกระเทียมดำที่ดี สีดำ มีเนื้อสัมผัสเหนียว ยืดหยุ่นคล้ายเจลลี่ รสชาติหวาน มีกลิ่นฉุนของกระเทียมลดลง ประโยชน์ของกระเทียมดำ จากการศึกษาผลของการรับประทานกระเทียมดำ พบว่ามีประโยชน์มากมายดังนี้ 1) ช่วยบำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท เพราะกระเทียมดำมี สารY-Aminobutyric acid (GABA) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ทำหน้าที่ในระบบประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีคุณสมบัติบำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท 2) ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง กระเทียมดำมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ง่าย จึงสามารถป้องกันการเกิดมะเร็งได้เป็นอย่างดี หรือผู้ป่วยมะเร็งในระยะเริ่มแรก หากกินกระเทียมดำควบคู่ไปกับการรักษาทางการแพทย์ ก็จะทำให้ร่างกายมีการฟื้นฟูเร็วขึ้นและมีโอกาสที่จะหายขาดจากโรคมะเร็งได้เช่นกัน 3) ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย ด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์และสารต้านอนุมูลอิสระในกระเทียมดำ จึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงให้กับร่างกายได้อย่างดี 4) การควบคุมโรคภูมิแพ้ กระเทียมดำช่วยบรรเทาอาการ ภูมิแพ้ทางจมูกหรือผิวหนัง จากการศึกษายังพบว่ากระเทียมดำยังมีสรรพคุณในการหยุดยั้งยีนซึ่งเป็นสาเหตุของอาการอักเสบและปฏิกิริยาภูมิแพ้ และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากการมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระมาก กระเทียมดำยังถูกจัดเป็นปฎิชีวนะตามธรรมชาติซึ่งมีคุณสมบัติในการฆ่าแบคทีเรีย ไวรัส เรื้อรา และเชื้อโรคโดยจะไม่ทำลายเซลล์จุลินทรีย์ในลำไส้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังเช่น ยาปฎิชีวนะทั่วไป 5) ช่วยลดไขมันในเลือด กระเทียมดำมีส่วนช่วยในการลดไขมันในเลือด จึงลดความเสี่ยงหลอดเลือดอุดตันได้ดี และป้องกันการเกิดลิ่มเลือดที่จะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หัวใจวายหรือภาวะหลอดเลือดในสมองตีบตันได้เช่นกัน 6) ลดคลอเรสเตอรอล สารประกอบ S-allylcysteine (SAC) ที่ถูกสร้างขึ้นขณะบ่ม มีหน้าที่ช่วยในการปรับความสมดุลของคอเลสเตอรอล และมีงานวิจัยพบว่าช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญสารอาหารต่างๆ ให้ง่ายขึ้นได้ด้วย 7) ช่วยฟื้นฟูความเมื่อยล้า เพิ่มพลังงาน ทำให้การนอนหลับดีขึ้น กระเทียมดำจะทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลาย ลดความเครียดได้ในระดับหนึ่ง จึงทำให้นอนหลับง่ายขึ้นและหลับสนิทตลอดคืนอีกด้วย 8) ลดการหลั่งน้ำย่อย กระเทียมดำบรรเทาโรคกระเพาะ ลดการอักเสบในระบบทางเดินอาหารช่วยป้องกันไวรัส Norovirus สาเหตุของการอักเสบของระบบทางเดินอาหาร 9) ลดความดันโลหิต กระเทียมดำมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหิต ซึ่งจะทำให้ความดันอยู่ในระดับปกติมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง การกินกระเทียมดำบ่อยๆ ก็จะช่วยควบคุมระดับความดันและทำให้ผู้ป่วยหายเป็นปกติเร็วขึ้นอีกด้วย และในขณะเดียวกันก็ไม่เหมาะกับผู้ที่มีความดันต่ำเช่นกัน 10) ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา กระเทียมดำสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราได้ดี โดยเฉพาะเชื้อราที่ก่อให้เกิดโรคผิวหนังและภาวะตกขาวผิดปกติในผู้หญิง 11) บำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์กระเทียมดำมีสารที่จะทำหน้าที่ในการต่อต้านริ้วรอย จึงช่วยบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์กว่าวัยและสามารถลดเลือนริ้วรอยให้ดูจางลงได้ 12) ช่วยควบคุมโรคเบาหวาน สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในกระเทียมดำสามารถลดภาวะเครียดที่
มหัศจรรย์กระเทียมดำ » มหัศจรรย์กระเทียมดำ
นักวิจัยได้ศึกษาพบว่า ในระหว่างการหมักบ่มกระเทียมสด สาระสำคัญที่ไม่คงตัว และมีกลิ่นฉุน จะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่คงตัว และไม่มีกลิ่นฉุน ซึ่งได้แก่ • S-allycysteine (SAC) เป็นสารประกอบกำมะถันที่ละลายในน้ำ มีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดคลอเรสเตอรอล และป้องกันมะเร็ง • S-allyl melcaptocystein (SAMC) มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง • Y-Aminobutyric acid (GABA) ซึ่งเป็นสารประกอบอินทรย์ชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ในระบบประสาทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มีคุณสมบัติบำรุงสมอง และป้องกันโรคความผิดปกติของระบบประสาท • ปริมาณกรดอะมิโน 18 ชนิด โปรตีน เอนไซม์ SOD สารกลุ่ม flavonoids และสารกลุ่ม polyphenols ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายดูดซึมได้ง่าย และเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับกระเทียมสด
คำสำคัญ : กระเทียมดำ  
กลุ่มบทความ : กลุ่มงานตามสมรรถนะบุคลากร
หมวดหมู่ : กลุ่มงานช่วยวิชาการ
สถิติการเข้าถึง : เปิดอ่าน 15686  ครั้ง | แสดงความคิดเห็น 0  ครั้ง
ผู้เขียน ภานรินทร์ ปรีชาวัฒนากร  วันที่เขียน 10/9/2562 15:59:37  แก้ไขล่าสุดเมื่อ 23/11/2563 23:12:55

URL สำหรับอ้างอิงถึงหน้านี้