|
รหัสอ้างอิง :
1642
|
|
|
ชื่อสมาชิก :
ภานรินทร์ ปรีชาวัฒนากร
|
|
เพศ :
หญิง
|
|
อีเมล์ :
panarin@mju.ac.th
|
|
ประเภทสมาชิก :
บุคลากรภายใน [สังกัด]
|
|
ลงทะเบียนเมื่อ :
15/8/2557 10:34:23
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ :
15/8/2557 10:34:23
|
|
รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมดของ Blog : อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการดูแลและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์
การดูแลและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์เป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาวิจัยและการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงหลายประการ ทั้งต่อผู้ปฏิบัติงาน สัตว์ทดลอง และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การดำเนินงานกับสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์จึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับหลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัยควบคู่กับหลักจริยธรรมและสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีมาตรฐาน ปลอดภัย และมีความรับผิดชอบ
ประเทศไทยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ พระราชบัญญัติสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ พ.ศ. 2558 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแลการดำเนินการต่อสัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสวัสดิภาพสัตว์และการใช้สัตว์อย่างเหมาะสม ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลี้ยง ดูแล และใช้สัตว์จึงควรมีความรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมาย หลักจริยธรรม และมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างถูกต้องและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสัตว์และผู้ปฏิบัติงาน
ในด้านอาชีวอนามัย ผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ทดลองอาจสัมผัสกับ โรคติดต่อระหว่างคนและสัตว์ (Zoonotic Diseases) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อที่สามารถแพร่ระหว่างสัตว์และมนุษย์ การรับสัมผัสอาจเกิดจากการถูกกัดหรือข่วน การสัมผัสเลือด ปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลาย หรือสารคัดหลั่ง รวมถึงการสูดดมละอองหรือฝุ่นที่ปนเปื้อนเชื้อโรค การป้องกันจึงต้องครอบคลุมตั้งแต่การคัดกรองและเฝ้าระวังสุขภาพสัตว์ การรักษาสุขอนามัย การใช้วิธีปฏิบัติงานที่เหมาะสม การจัดการวัสดุปนเปื้อนและของเสีย ตลอดจนการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลตามระดับความเสี่ยง
นอกจากความเสี่ยงจากเชื้อโรคแล้ว การใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ยังอาจก่อให้เกิด อันตรายจากสัตว์และกระบวนการปฏิบัติงาน เช่น การถูกกัด ข่วน หรือทำให้เกิดบาดแผล รวมถึงการสัมผัสสารเคมี สารชีวภาพ และวัสดุปนเปื้อน ดังนั้น การควบคุมอันตรายในพื้นที่สัตว์ทดลองควรใช้มาตรการที่เหมาะสมตามลักษณะความเสี่ยง โดยเริ่มจากการลดหรือกำจัดแหล่งอันตราย การใช้มาตรการควบคุมทางวิศวกรรม การกำหนดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติงานที่ปลอดภัย และการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการสัมผัสสิ่งคุกคามและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุ
การแพ้จากสัตว์ทดลอง (Laboratory Animal Allergy) เป็นปัญหาด้านสุขภาพจากการทำงานที่ควรได้รับความสนใจ เนื่องจากสารก่อภูมิแพ้สามารถพบได้ในขน รังแค น้ำลาย ปัสสาวะ และสารคัดหลั่งของสัตว์ และอาจแพร่กระจายเข้าสู่อากาศหรือปนเปื้อนตามพื้นผิวและอุปกรณ์ ผู้ปฏิบัติงานที่สัมผัสเป็นประจำอาจเกิดอาการ เช่น คัดจมูก จาม ไอ ผื่นคัน หรืออาการของโรคระบบทางเดินหายใจ การป้องกันควรเน้นการลดการสัมผัสสารก่อภูมิแพ้ การจัดการสภาพแวดล้อมและระบบระบายอากาศอย่างเหมาะสม การทำความสะอาดอย่างถูกวิธี และการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล นอกจากนี้ ควรมีความรู้ในการสังเกตอาการและการจัดการ ภาวะภูมิแพ้รุนแรงหรือภาวะช็อกจากภูมิแพ้ (Anaphylaxis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเหมาะสม
หลักอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการดูแลและใช้สัตว์จึงควรดำเนินการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การระบุอันตราย การประเมินความเสี่ยง การกำหนดมาตรการควบคุม การใช้อุปกรณ์ป้องกัน การเฝ้าระวังสุขภาพ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน โดยเฉพาะ การประเมินความเสี่ยงการสัมผัสสิ่งคุกคามในโครงการที่มีการดูแลและใช้สัตว์ ซึ่งต้องพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ ชนิดและจำนวนสัตว์ ลักษณะกิจกรรม วิธีการปฏิบัติงาน ระยะเวลาและความถี่ในการสัมผัส รวมถึงสิ่งคุกคามทางชีวภาพ เคมี กายภาพ และการยศาสตร์ จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์ระดับความเสี่ยงและกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสม
การสร้างระบบอาชีวอนามัยและความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพจึงมิได้มุ่งเพียงการป้องกันอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วยจากการทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพของการวิจัยและการใช้สัตว์อย่างมีจริยธรรม การบูรณาการหลักกฎหมาย จริยธรรม สวัสดิภาพสัตว์ การประเมินความเสี่ยง และมาตรการด้านความปลอดภัยเข้าด้วยกัน จะช่วยให้การดูแลและการใช้สัตว์เพื่องานทางวิทยาศาสตร์ดำเนินไปอย่างเหมาะสม ลดความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานและสัตว์ทดลอง และนำไปสู่สภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยและยั่งยืน
URL สำหรับอ้างอิงถึงหน้านี้