การพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชุมชนเกษตรตำบลห้วยทราย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
นักวิจัย :
อาจารย์ ดร.ขัตติยา กลัญทกะปกรณ์ , ร้อยละความรับผิดชอบ 40 , ตำแหน่งการวิจัย นักวิจัยรุ่นเก่า , หน่วยงานที่สังกัด มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
วันที่ดำเนินการ :
16/10/2563 - 29/12/2564
บทคัดย่อ :
การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) ศึกษาศักยภาพของชุมชนเกษตรตาบลห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร 2)ศึกษาระดับความพึงพอใจด้านศักยภาพของชุมชนเกษตรตาบลห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและ 3) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาศักยภาพภาคการเกษตรของชุมชนตาบลห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน การศึกษาครั้งนี้ได้ดาเนินการวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ซึ่งงานวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้ศึกษาศักยภาพของชุมชนเกษตรกร ศึกษาข้อมูลจากภาคเอกสาร ลงสารวจพื้นที่กรณีศึกษาด้วยวิธีการวิเคราะห์ SWOT และการวิจัยเชิงปริมาณ เพื่อศึกษาระดับความพึงพอใจด้านศักยภาพของชุมชนเกษตรตาบลห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร โดยใช้กลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง คือ กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ จานวน 120 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลคือสถิติพรรณนา โดยการวิเคราะห์ด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เพื่อบรรยายข้อมูลเชิงพรรณนา ผลการศึกษาพบว่า ศักยภาพของชุมชนเกษตรตาบลห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีจุดแข็งและโอกาส พบว่า พื้นที่ตั้งมีสภาพอากาศที่ดี มีความสวยงามของวิวธรรมชาติ และมีความเป็นส่วนตัวความเงียบสงบ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีสมาชิกที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการผลิต การตลาด มีหน่วยงานและสถาบันการศึกษาเข้ามาช่วยสนับสนุนในด้านการจัดการ มีการจัดการขั้นตอนในการผลิตสินค้าเกษตรที่ครบวงจร เน้นการทาเกษตรอินทรีย์โดยไม่มีการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิต ส่วนจุดอ่อนและอุปสรรค พบว่า พื้นที่ยังมีเส้นทางในการเดินทางค่อนข้างซับซ้อน ไม่มีป้ายบอกทางหรือพิกัดที่ชัดเจน อีกทั้งการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนยังมีน้อย ยังขาดความรู้ในด้านการจัดการวางแผนกิจกรรม ด้านการจัดการด้านความปลอดภัยกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน ตลอดจนขาดการประชาสัมพันธ์ทางด้านการตลาด และสภาพอากาศส่งผลต่อฤดูกาลท่องเที่ยว ผลการศึกษาระดับความพึงพอใจด้านศักยภาพของชุมชนเกษตรห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตร พบว่า ภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อวิเคราะห์รายมิติ นอกจากนี้ผลการศึกษารายมิติ พบว่า ด้านศักยภาพการให้บริการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ด้านศักยภาพการรองรับของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ในระดับมาก ด้านศักยภาพการบริหารจัดการของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ในระดับปานกลาง ด้านศักยภาพการดึงดูดใจของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ในระดับน้อย และด้านศักยภาพการจัดการตลาดของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรอยู่ในระดับน้อยที่สุด ผลการศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพภาคการเกษตรของชุมชนตาบลห้วยทรายเพื่อการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน ควรเริ่มจากการพัฒนาด้านการตลาด เป็นลาดับแรก แล้วจึงนาข้อมูลไปสู่การประชาสัมพันธ์กิจกรรมหรือประเด็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชุมชนซึ่งมีเอกลักษณ์ หรืออัตลักษณ์ที่น่าดึงดูดใจมากน้อยเพียงใด จากนั้นจัดทากิจกรรมเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยว เพิ่มศักยภาพการให้บริการ ในระดับของการสร้างความประทับใจในแหล่งท่องเที่ยวและการบริการ โดยเฉพาะจุดเด่นที่สาคัญของแหล่งท่องเที่ยว อาหาร การบริการห้องพัก เป็นต้น จนลูกค้ารู้สึกถึง ความประทับใจและอยากหวนกลับมาอีกครั้ง

This research aims to study on 1) the potential of the Huay Sai Sub-district agricultural community for agrotourism 2) to understand the satisfaction level of the potential of Huay Sai Sub-district agricultural community for agrotourism and 3) tourism find ways to develop the potential of the agricultural sector of the Huay Sai Sub-district community for sustainable agrotourism. This study was conducted in a combination of research both qualitative and quantitative research. The qualitative research used to study the potential of the farmers in the community. The documentary also for study all information needed. The SWOT analysis technique also used for understanding the area condition. The quantitative research used to study the satisfaction level of the potential in the Huay Sai Sub-district Agricultural Community for agrotourism. 120 undergraduate students from Chiang Mai Rajabhat University are the specific sample of this study by using questionnaires for data collection. The statistics used for data analysis were descriptive statistics, frequency, percentage, mean, and standard deviation. The study found that there are strengths and opportunities in the potential of the Huay Sai Sub-district Agricultural Community for agrotourism. In Huay Sai has good weather with the beauty of nature views, having privacy, quietness, the agro-tourism group has members with expertise in production, marketing, agencies and educational institutes to support management. There is a comprehensive management of the production process of agricultural products, to focus on organic farming without the use of chemicals in every production process. As for the weaknesses and obstacles, it was found that the route to travel is quite complicated. There are no clear signs or coordinates. In addition, the lack of participation of the people in the community, people lacking knowledge in event planning management, safety management in case of emergency as well as the lack of public relations in marketing, and also the weather affects the tourist season. The results of the study on the satisfaction level of the Huay Sai Agricultural Community for agrotourism were found that the overall picture was at the medium level by studying in the dimension. In addition, the dimension of the study found that the service potential of agrotourism sites was at the highest level, followed by the capacity of agrotourism attractions at the high level. The management potential of agrotourism sites was at a moderate level. The attractiveness of agrotourism attractions was at a low level and the market management potential of agrotourism sites was at the lowest level. The results of the study on the development of agricultural potential of the Huay Sai Sub-district community for sustainable agrotourism found that should start with marketing development first and then bring information to public relations activities or issues of unique community agrotourism sites. Then, organize activities to increase the capacity of tourism attractions and increase service potential by creating an impression of attractions and services, especially the important highlights of tourist attractions, food, service, rooms, etc., until customers feel impression and want to come back again.