Blog : การลงทุนทองคำ
รหัสอ้างอิง : 2096
ชื่อสมาชิก : ดวงนภา สุขะหุต
เพศ : หญิง
อีเมล์ : duangnapa@mju.ac.th
ประเภทสมาชิก : บุคลากรภายใน [สังกัด]
ลงทะเบียนเมื่อ : 17/8/2559 16:45:46
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 17/8/2559 16:45:46

รายการบทความการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งหมดของ Blog : การลงทุนทองคำ
การลงทุนทองคำ ทองคำ ถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับการยอมรับในสากลว่าเป็น "หน่วยรักษามูลค่า" เพราะสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ดังนั้นทองคำจึงถือว่าเป็นสกุลเงินชนิดหนึ่ง นอกจากนี้ ทองคำถือว่าเป็น โลหะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทองคำมีต้นทุนในการผลิตและขุดเจาะ ที่แพงขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้ราคาทองคำปรับตัวแพงขึ้นมาตลอด ในขณะเดียวกันความต้องการซื้อทองคำเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ก็ไม่เคยลดลงไป ทั้งนี้เพราะทองคำมีคุณสมบัติที่เป็นสื่อที่เหนี่ยวนำกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด จึงเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น ในการผลิตอิเล็กทรอนิกส์, โทรศัพท์ ดังนั้น ถ้าโลกยังต้องการเทคโนโลยี โลกก็จะยังต้องการทองคำเช่นเดียวกัน สำหรับสังคมไทย ทองคำอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน แสดงฐานะวัดความมั่งคั่งส่วนบุคคล คุณสมบัติพิเศษของทองคำที่ต่างจากโลหะมีค่าชนิดอื่นในแง่ของความงดงาม ความคงทน ความหายาก และการที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้นับครั้งไม่ถ้วน จึงไม่เพียงทำให้ทองคำเป็นเครื่องประดับที่ได้รับความนิยมเท่านั้นแต่ยังสามารถเก็บออมไว้เพื่อความมั่งคั่งในระยะยาวได้อีกด้วย ทำให้ในปัจจุบันการลงทุนในทองคำได้รับความนิยมมากขึ้น ประโยชน์ของการลงทุนทองคำ ดังนี้ 1 ส่วนต่างกำไร เมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นสามารถสร้างผลตอบแทนได้จากการซื้อถูกขายแพง 2 ใช้ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อได้ เมื่อเศรษฐกิจขยายตัว ราคาสินค้าจะแพงขึ้น เช่น อาหาร, ที่อยู่อาศัย, ค่ารักษาพยาบาล ที่เพิ่มขึ้น ที่เรียกว่า เงิน เงินเฟ้อสูงขึ้น ทองคำถือว่าเป็น โลหะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ก็จะเติบโตไปพร้อมๆ กับราคาข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้น ทำให้ เงินกระดาษ (Fiat Currency) ใช้ซื้อสินค้าได้น้อยลง ซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับ 'ทองคำ' ดังนั้น ทองคำกลายเป็น Safe Asset ที่จะคอยปกป้องความมั่งคั่งของ 3 ใช้เป็นการกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง การลงทุนในทองคำมักจะไม่เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกันกับการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์เพื่อการลงทุนอื่นๆ ดังนั้นการมีทองคำเป็นสินทรัพย์ส่วนหนึ่งจึงช่วยกระจายความเสี่ยงเมื่อสินทรัพย์อื่นลดมูลค่าลง วิธีการลงทุนในทอง 1 ลงทุนซื้อทองรูปพรรณ หรือทองคำแท่ง ข้อดีของการซื้อทองคำแท่งคือการซื้อขายคล่องตัวกว่าทองรูปพรรณและไม่มีค่ากำเหน็จ แต่การลงทุนด้วยการซื้อทองคำแท่งมาเก็บไว้โดยตรงมีข้อจำกัด เช่น การสูญหาย ถูกขโมย การลงทุนในทองคำรูปพรรณสามารถซื้อตามน้ำหนักที่ต้องการได้เลย แล้วยังสามารถเลือกลวดลายและนำมาสวมใส่เป็นเครื่องประดับได้ในระหว่างที่ถือครอง แต่มีข้อเสียคือมีค่ากำเหน็จ หรือค่าแรงในการทำทองที่เพิ่มเข้ามาทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะถูกหรือแพงก็ขึ้นอยู่กับร้านและลวดลายของทองที่ซื้อ นอกจากนี้ยังสามารถสึกกร่อนได้ เมื่อนำไปขายคืนจะถูกหักค่าเสื่อมประมาณ 5% ส่วนทองคำแท่งมักจะมีการกำหนดซื้อขั้นต่ำและอาจมีค่าบล็อกบ้างเล็กน้อย จึงต้องใช้เงินทุนที่มากกว่าในการซื้อ แต่ไม่มีค่ากำเหน็จจึงมีราคาถูกกว่าทองคำรูปพรรณ เวลาขายคืนไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือมีน้อยกว่าทองรูปพรรณมาก ทองคำแท่งจึงทำกำไรได้มากกว่าทองรูปพรรณและเป็นที่นิยมสำหรับนักลงทุนที่ลงทุนในทอง นิยมซื้อขายกันในขนาดตั้งแต่ 5 บาท, 10 บาท, 20 บาท และ 50 บาท 2 การลงทุนทางอ้อมผ่าน “กองทุนรวมทองคำ” กองทุนรวมจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนนำเงินไปลงทุนในทองคำแทนเรา ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการและการถือครองที่ผู้ลงทุนต้องศึกษาให้รอบคอบ ข้อดีคือ นักลงทุนไม่ต้องเดินไปซื้อทองคำที่ร้านทองด้วยตัวเอง และจำนวนเงินขั้นต่ำสำหรับการลงทุน และรูปแบบในการลงทุนที่มีให้เลือกหลากหลาย การลงทุนใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่มาก ส่วนใหญ่กำหนดเงินลงทุนไว้ต่ำกว่า 10,000 บาท และสามารถทำการซื้อขายได้สะดวกโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปร้านทอง ไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญหาย แต่ละกองทุนจะมีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลเรื่องการลงทุนให้และ ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนระหว่างการลงทุนไม่ว่าจะในรูปของเงินปันผล (ซึ่งจะมีภาษี ณ ที่จ่าย 10%) หรือในรูปของกำไรจากส่วนต่างในมูลค่าหน่วยลงทุน (Capital Gain) ซึ่งไม่ต้องเสียภาษี สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนในทองคำ ต้องศึกษาทำความเข้าใจให้รอบคอบ ก่อนการลงทุน เพราะทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนตลอดเวลาตามปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก เช่น ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ และนโยบายการเงินของธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลก ดังนั้นการลงทุนในทองคำจึงมีความเสี่ยงเหมือนกับการลงทุนในด้านอื่น ๆ *หมายเหตุ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน
URL สำหรับอ้างอิงถึงหน้านี้