ตอนที่ 1 : ข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
รหัสอ้างอิง : 1293
ชื่อสมาชิก : วีนาภัทร์ พงษ์ภา
เพศ : หญิง
อีเมล์ : weenapat@mju.ac.th
ประเภทสมาชิก : บุคลากรภายใน[สังกัด]
ลงทะเบียนเมื่อ : 28/2/2556 9:11:13
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 28/2/2556 9:11:13


ตอนที่ 2 : ประวัติการเขียนบทความของสมาชิก
“ฟ้อนเมือง” มิได้เป็นเพียงรูปแบบศิลปะการแสดงที่ประกอบด้วยท่าทางและจังหวะ หากแต่ร่างกายของผู้ฟ้อนสามารถมองได้ในฐานะ “ไวยากรณ์ที่มีชีวิต” (Grammar of Lanna Living Bodies) ซึ่งบรรจุและถ่ายทอดองค์ความรู้ ความเชื่อ ความทรงจำ ประวัติศาสตร์ และบริบททางสังคมของชุมชนล้านนาจากคนรุ่นหนึ่งสู่คนอีกรุ่นหนึ่ง “ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน: ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ” นำเสนอแนวทางการศึกษาศิลปะการแสดงที่ก้าวพ้นจากการบันทึกเพียงชื่อท่าฟ้อนหรือรูปแบบการเคลื่อนไหว ไปสู่การทำความเข้าใจ “ชีวิตของท่าฟ้อน” ผ่านร่างกายของผู้คน ความทรงจำ เสียง ความเชื่อ พิธีกรรม และสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ทำให้การฟ้อนแต่ละพื้นที่มีความหมายเฉพาะตัว แนวคิดดังกล่าวทำให้ร่างกายมิใช่เพียงเครื่องมือในการแสดง แต่เป็น พื้นที่จัดเก็บและส่งต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ องค์ความรู้สำคัญจากโครงการจึงอยู่ที่การเปลี่ยนมุมมองจาก “การเก็บท่าฟ้อน” สู่ “การเก็บความรู้ที่อยู่ในร่างกาย” เพราะการอนุรักษ์เฉพาะรูปแบบอาจทำให้ท่าฟ้อนถูกแยกออกจากบริบทที่สร้างความหมาย ขณะที่การศึกษาร่างกายควบคู่กับความทรงจำ เรื่องเล่า เสียง ความเชื่อ และบริบทของชุมชน ช่วยให้เข้าใจว่าศิลปะการฟ้อนเป็นองค์ความรู้ที่ยังคงเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลง และดำรงอยู่ร่วมกับวิถีชีวิตของผู้คน แนวคิด “ไวยากรณ์ที่มีชีวิต” จึงเป็นกรอบในการทำความเข้าใจและจัดการความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญกับ ร่างกาย–ความทรงจำ–ความเชื่อ–พื้นที่–ชุมชน ในฐานะองค์ประกอบที่สัมพันธ์กัน และสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการศึกษา การอนุรักษ์ การถ่ายทอด และการสร้างสรรค์ศิลปะการแสดงล้านนาร่วมสมัย เพื่อให้มรดกทางวัฒนธรรมมิได้เพียง “ถูกเก็บรักษา” แต่ยังคง “มีชีวิต” ผ่านผู้คนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
กองส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์ภูมิภาคศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ศึกษาและพัฒนา ลายผ้าอัตลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัย โดยนำทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่น และรากฐานด้านการเกษตรของแม่โจ้มาตีความผ่านกระบวนการออกแบบและการมีส่วนร่วมของประชาคมมหาวิทยาลัย จนได้ลาย “อินทนิลโขงนาค” ซึ่งผสานสัญลักษณ์ ดอกอินทนิลและพญานาค เพื่อถ่ายทอดความสัมพันธ์ระหว่าง “น้ำ–พืชพรรณ–องค์ความรู้ทางการเกษตร” สะท้อนอัตลักษณ์และจิตวิญญาณของมหาวิทยาลัยแม่โจ้ผ่านงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ดังนั้น ลาย “อินทนิลโขงนาค” จึงเป็นการนำ ทุนทางวัฒนธรรมมาสู่กระบวนการสร้างอัตลักษณ์ร่วมสมัย และเป็นต้นแบบของการต่อยอดองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมสู่การออกแบบและการใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม จากลวดลายสู่องค์ความรู้และการเรียนรู้ร่วมกัน การพัฒนาลาย “อินทนิลโขงนาค” มิได้สิ้นสุดเพียงการสร้างลวดลาย แต่เป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดผ่านกระบวนการจัดการความรู้ ได้พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้เพื่อถ่ายทอดทั้งที่มา ความหมาย คุณค่า และแนวทางการประยุกต์ใช้ลวดลาย สู่ศิลปะการแสดงร่วมสมัย เพื่อสื่อสารเรื่องราวของลายอินทนิลโขงนาคในมิติที่เข้าถึงได้ง่าย การเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop) ซึ่งนำภูมิปัญญาการย้อมผ้าหม้อห้อมด้วยสีธรรมชาติและเทคนิคการปั๊มเทียนมาประยุกต์ร่วมกับลายอินทนิลโขงนาค ทำให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้กระบวนการตั้งแต่การทำความเข้าใจความหมายของลาย การสร้างลวดลาย การเลือกใช้วัสดุและเทคนิค ไปจนถึงการสร้างสรรค์เป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ได้จริง กระบวนการดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การสืบสานวัฒนธรรมไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่ที่การรักษารูปแบบเดิม แต่สามารถเกิดขึ้นผ่านการทำความเข้าใจคุณค่าดั้งเดิม แล้วนำมาตีความและสร้างสรรค์ใหม่ให้สัมพันธ์กับบริบทร่วมสมัย โดยยังคงรักษาความหมายและรากทางวัฒนธรรมไว้ บทเรียนจากการดำเนินงาน องค์ความรู้สำคัญที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน คือ การสร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้ได้รับการยอมรับควรเกิดจากกระบวนการที่เชื่อมโยง “การศึกษา – การมีส่วนร่วม – การสร้างสรรค์ – การถ่ายทอด – การนำไปใช้” เข้าด้วยกัน การเปิดพื้นที่ให้ประชาคมมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในการคัดเลือกลวดลาย ทำให้อัตลักษณ์ที่เกิดขึ้นมิใช่เพียงผลงานของผู้สร้างสรรค์ แต่เป็นอัตลักษณ์ที่สมาชิกขององค์กรมีส่วนร่วมในการให้ความหมายและเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ขณะเดียวกัน การนำลวดลายไปเชื่อมโยงกับศิลปะการแสดง งานหัตถกรรม การย้อมสีธรรมชาติ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ยังช่วยขยายขอบเขตขององค์ความรู้จาก “ลวดลายบนผืนผ้า” ไปสู่การเป็น ทุนทางวัฒนธรรมที่สามารถนำไปสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ ทั้งในมิติการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม การออกแบบ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ การนำองค์ความรู้ไปใช้และต่อยอด ลาย “อินทนิลโขงนาค” สามารถพัฒนาเป็นต้นแบบสำหรับการสร้างผลิตภัณฑ์และงานสร้างสรรค์ที่หลากหลาย อาทิ ผ้าทอ ผ้าพิมพ์ เครื่องแต่งกาย ของที่ระลึก งานหัตถกรรม งานออกแบบกราฟิก และสื่อทางวัฒนธรรม ตลอดจนสามารถนำกระบวนการพัฒนาลวดลายไปประยุกต์เป็นต้นแบบสำหรับการสร้างอัตลักษณ์ของหน่วยงาน ชุมชน หรือพื้นที่อื่นได้ ดังนั้น การพัฒนาลายผ้าแม่โจ้ “อินทนิลโขงนาค” จึงเป็นมากกว่าการสร้างลวดลายประจำมหาวิทยาลัย แต่เป็น กระบวนการจัดการทุนทางวัฒนธรรมผ่านการสร้างองค์ความรู้ การมีส่วนร่วม และการออกแบบสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงรากทางวัฒนธรรมเข้ากับการใช้งานในบริบทร่วมสมัย และเป็นแนวทางหนึ่งในการสืบสานอัตลักษณ์มหาวิทยาลัยแม่โจ้ให้สามารถดำรงอยู่ ถ่ายทอด และต่อยอดสู่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม