มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ให้การต้อนรับ Dr. H. Roni Subhan, S.Pd., M.Pd. ผู้แทนจาก Faculty of Islamic Economics and Business (FEBI), Universitas Islam Negeri Kiai Haji Achmad Siddiq Jember (UIN KHAS Jember), จังหวัดชวาตะวันออก สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมคารวะและหารือความร่วมมือทางวิชาการกับมหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ซึ่งทั้งสองสถาบันได้มีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (Memorandum of Understanding: MOU) ร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง ในการนี้ ดร.ฐิระ ทองเหลือ คณบดี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล อังคณานนท์ หัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อาจารย์วัฒนา แดงประเทศ และนักศึกษาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต เพื่อยกระดับการพัฒนาการศึกษา การวิจัย และการสร้างเครือข่ายระดับนานาชาติระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โอกาสดังกล่าว คณบดี ได้กล่าวต้อนรับคณะผู้แทน พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซียต่างมีความสัมพันธ์อันดีและแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านการศึกษา เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คณบดีกล่าวว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 90 ปี มีความโดดเด่นด้านการเกษตร วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การบริหารจัดการ และการพัฒนาชุมชน ขณะที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร มุ่งผลิตบัณฑิตและสร้างงานวิจัยเพื่อการพัฒนาภาคใต้ของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "การเรียนรู้ควบคู่การปฏิบัติ (Learning by Doing)" และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยคณาจารย์มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการแก่สังคม ครอบคลุมสาขาการเกษตรสมัยใหม่ การพัฒนาท้องถิ่น เศรษฐกิจชุมชน การบริหารภาครัฐ นโยบายสาธารณะ ความมั่นคงทางอาหาร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่สามารถต่อยอดความร่วมมือกับ FEBI ได้อย่างมีศักยภาพ ในขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของ Faculty of Islamic Economics and Business (FEBI) ในการผลิตบัณฑิตด้านเศรษฐศาสตร์อิสลาม การเงินอิสลาม การธนาคาร การบริหารธุรกิจ และการพัฒนาผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคและระดับโลก โดยเฉพาะในประชาคมอาเซียนที่มีประชากรมุสลิมจำนวนมาก ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันหารือแนวทางการดำเนินกิจกรรมภายใต้กรอบความร่วมมือทางวิชาการในหลากหลายมิติ ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนนักศึกษา (Student Exchange Program) เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในต่างประเทศ พัฒนาทักษะภาษา การเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรม และสร้างเครือข่ายสากล การแลกเปลี่ยนคณาจารย์ (Faculty Exchange Program) เพื่อสนับสนุนการสอน การบรรยายพิเศษ และการทำวิจัยร่วมการวิจัยร่วม (Joint Research) ในประเด็นที่ทั้งสองสถาบันมีความสนใจร่วมกัน อาทิ เศรษฐกิจชุมชน เศรษฐกิจฮาลาล การเงินอิสลาม การพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ความมั่นคงทางอาหาร การพัฒนาชนบท นโยบายสาธารณะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และธุรกิจเกษตรการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการและสัมมนานานาชาติ (International Conference) เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ของนักวิชาการและนักศึกษาจากทั้งสองประเทศการเชิญ Visiting Professor และ Guest Lecturer เพื่อร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้และยกระดับความเป็นนานาชาติของหลักสูตรการพัฒนาหลักสูตรระยะสั้น การฝึกอบรม การศึกษาดูงาน และกิจกรรมบริการวิชาการ รวมถึงการส่งเสริมผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การท่องเที่ยวชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร มีความพร้อมในการสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือดังกล่าวอย่างเต็มศักยภาพ ทั้งด้านบุคลากร ทรัพยากรทางวิชาการ ห้องปฏิบัติการ สิ่งอำนวยความสะดวก และเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สามารถต่อยอดสู่โครงการความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืน และร่วมกันยกระดับคุณภาพการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาสังคมของทั้งสองประเทศ อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของประชาคมอาเซียนในอนาคต