ตอนที่ 1 : ข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก
รหัสอ้างอิง : 1414
ชื่อสมาชิก : เพ็ญศิริ หน่อแก้ว
เพศ : หญิง
อีเมล์ : pensiri@mju.ac.th
ประเภทสมาชิก : บุคลากรภายใน[สังกัด]
ลงทะเบียนเมื่อ : 10/10/2556 10:23:18
แก้ไขล่าสุดเมื่อ : 10/10/2556 10:23:18


ตอนที่ 2 : ประวัติการเขียนบทความของสมาชิก
การนำความรู้จากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ประโยชน์ การเข้าร่วมกิจกรรม AI for Business Research ในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และมุมมองใหม่เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการดำเนินงานด้านการวิจัยทางธุรกิจ โดยเฉพาะในยุคที่ข้อมูลมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และองค์กรจำเป็นต้องใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเวลา และรอบด้านเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ องค์ความรู้ที่ได้รับจึงสามารถนำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และยกระดับคุณภาพของการวิเคราะห์ข้อมูลให้มีความเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ในด้านการปฏิบัติงาน สามารถนำ AI มาประยุกต์ใช้ในการสืบค้น รวบรวม และคัดกรองข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานวิจัยทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ความต้องการของลูกค้า สถานการณ์การแข่งขันของคู่แข่ง ตลอดจนข่าวสารหรือปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ซึ่งเดิมอาจต้องใช้ระยะเวลาในการค้นคว้าและอ่านเอกสารจากหลายแหล่งข้อมูลเป็นจำนวนมาก การใช้ AI จะช่วยสรุปประเด็นสำคัญ จัดหมวดหมู่ข้อมูล และเปรียบเทียบสาระจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถนำเวลาไปมุ่งเน้นกับการวิเคราะห์เชิงลึกและการวางแนวทางดำเนินงานได้มากขึ้น นอกจากนี้ AI ยังสามารถนำมาใช้สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพได้ เช่น การสรุปผลแบบสอบถาม การวิเคราะห์ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียนจากลูกค้า การรวบรวมประเด็นจากรีวิวสินค้าและบริการ รวมถึงการค้นหารูปแบบหรือแนวโน้มที่ปรากฏซ้ำในข้อมูลจำนวนมาก การนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ช่วยให้การประมวลผลข้อมูลมีความรวดเร็ว ลดความคลาดเคลื่อนจากการทำงานซ้ำ ๆ และทำให้สามารถมองเห็นประเด็นสำคัญที่อาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจหรือแนวทางการปรับปรุงบริการได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ในส่วนของการจัดทำรายงานและการสื่อสารผลการวิจัย สามารถใช้ AI ช่วยเรียบเรียงข้อมูล สรุปสาระสำคัญ จัดโครงสร้างรายงาน และปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้รับสารได้ ตัวอย่างเช่น การจัดทำสรุปสำหรับผู้บริหาร การสรุปประเด็นสำคัญจากรายงานฉบับเต็ม หรือการจัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล ทั้งนี้ การใช้ AI ในขั้นตอนดังกล่าวจะช่วยให้การนำเสนอข้อมูลมีความกระชับ เข้าใจง่าย และมุ่งเน้นประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้ปฏิบัติงานยังคงต้องตรวจสอบความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และความเหมาะสมของข้อมูลทุกครั้งก่อนนำไปใช้งานจริง ในระดับองค์กร ความรู้ที่ได้รับสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ โดยใช้ข้อมูลเป็นฐานในการตัดสินใจมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาด การประเมินความต้องการของลูกค้า การติดตามการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค หรือการศึกษาคู่แข่งในอุตสาหกรรม ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการใช้ AI จะช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ หรือแคมเปญการตลาดได้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของตลาดมากขึ้น รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่อาศัยเพียงประสบการณ์หรือความคิดเห็นส่วนบุคคล อีกทั้ง ความรู้ด้านการเขียนคำสั่งหรือการกำหนดคำถามให้ AI ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า Prompt Engineering ยังสามารถนำไปต่อยอดในการทำงานของทีมได้ โดยสามารถถ่ายทอดแนวทางการใช้ AI อย่างเหมาะสมแก่บุคลากรภายในหน่วยงาน เพื่อให้สามารถใช้เครื่องมือดังกล่าวในการค้นคว้าข้อมูล สรุปเอกสาร วิเคราะห์ประเด็น และจัดทำร่างเนื้อหาเบื้องต้นได้อย่างมีมาตรฐานร่วมกัน การแบ่งปันความรู้เช่นนี้จะช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดรับเทคโนโลยี ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกัน และเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ควรดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงความถูกต้องของข้อมูล แหล่งที่มาของข้อมูล ความลับขององค์กร และข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ใช้งานควรตรวจสอบข้อมูลที่ AI สรุปหรือวิเคราะห์ก่อนนำไปอ้างอิงเสมอ รวมถึงหลีกเลี่ยงการป้อนข้อมูลสำคัญหรือข้อมูลที่มีความอ่อนไหวเข้าสู่ระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อให้การใช้เทคโนโลยีเกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่ไปกับความปลอดภัยและความรับผิดชอบในการทำงาน โดยสรุป การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ช่วยให้สามารถนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิจัยทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในการลดระยะเวลาการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ยกระดับคุณภาพของรายงาน และสนับสนุนการวางแผนเชิงกลยุทธ์ขององค์กร อันจะนำไปสู่การทำงานที่มีความรวดเร็ว แม่นยำ และตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 (บ่าย) วิทยาลัยพลังงานทดแทนนำโดย ผศ.ดร.นิกราน หอมดวง คณบดีวิทยาลัยพลังงานพลังงานทดแทน พร้อมด้วย ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่เข้าศึกษาดูงาน ณ GPSC Smart energy center solar viewing platform ศูนย์นวัตกรรมพลังงานอัจฉริยะ พร้อมทั้งยังสามารถนำประโยชน์และความรู้ทางด้านต่างๆ ดังนี้ • พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Energy): เข้าใจถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงกระบวนการติดตั้งและการจัดการระบบแผงโซลาร์เซลล์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพลังงาน • ศูนย์พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy Center): เรียนรู้แนวทางการบริหารจัดการและการใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะในการควบคุมและบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้ระบบเซ็นเซอร์และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการตรวจสอบและควบคุมการใช้พลังงาน • การจัดการพลังงาน (Energy Management): ศึกษาวิธีการจัดการพลังงานแบบรวมศูนย์ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและลดการสูญเสียพลังงาน รวมถึงการจัดการพลังงานแบบกระจาย (Decentralized Energy Management) • นวัตกรรมด้านพลังงาน (Energy Innovations): เรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการผลิตและจัดการพลังงาน เช่น การใช้พลังงานทดแทนจากแหล่งต่าง ๆ การจัดเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูง และการพัฒนาระบบกริดอัจฉริยะ (Smart Grid) • ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม (Sustainability and Environment): เข้าใจถึงความสำคัญของการใช้พลังงานทดแทนและการจัดการพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งเสริมความยั่งยืน • การวิจัยและพัฒนา (Research and Development): ศึกษาการดำเนินการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับพลังงานอัจฉริยะและพลังงานทดแทน ซึ่งสามารถนำไปปรับใช้ในงานวิจัยและการพัฒนาของวิทยาลัยพลังงานทดแทน • การศึกษาและฝึกอบรม (Education and Training): เรียนรู้แนวทางการให้การศึกษาและการฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะและพลังงานทดแทน เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านนี้ การศึกษาดูงานครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้และทักษะในด้านพลังงานทดแทนและการจัดการพลังงานอัจฉริยะให้กับบุคลากรของวิทยาลัยพลังงานทดแทน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน การวิจัย และการบริการวิชาการของวิทยาลัยต่อไป วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ การนำความรู้และประโยชน์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการพัฒนาและบริหารจัดการพลังงานของวิทยาลัยพลังงานทดแทน รวมถึงส่งเสริมการเรียนการสอนและการวิจัยในด้านพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างยั่งยืน
- ยังไม่มีรายการคำถาม
วันที่ 16 พฤษภาคม 2567 (เช้า) วิทยาลัยพลังงานทดแทนนำโดย ผศ.ดร.นิกราน หอมดวง คณบดีวิทยาลัยพลังงานพลังงานทดแทน พร้อมด้วย ผู้บริหาร อาจารย์ และเจ้าหน้าที่เข้าศึกษาดูงาน ณ Wangchan Vally : Smart city for Innovation Development,Rayong เลขานุการ พร้อมทั้งยังสามารถนำประโยชน์และความรู้ทางด้านต่างๆ ดังนี้ • แนวคิดเมืองอัจฉริยะ (Smart City Concepts): เรียนรู้แนวคิดและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่เน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการจัดการเมืองและสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น ระบบขนส่งสาธารณะอัจฉริยะ การจัดการพลังงาน การบริหารจัดการขยะ และการควบคุมมลพิษ • พลังงานทดแทน (Renewable Energy): เข้าใจการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทนในเมืองอัจฉริยะ เช่น การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ลม และชีวมวล เพื่อสร้างความยั่งยืนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม • การพัฒนานวัตกรรม (Innovation Development): เรียนรู้วิธีการสนับสนุนและส่งเสริมนวัตกรรมภายในเมือง เช่น การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดค้นและทดสอบนวัตกรรมใหม่ ๆ การสนับสนุนสตาร์ทอัพ และการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ • การบริหารจัดการเมือง (City Management): ศึกษาการบริหารจัดการเมืองอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี เช่น การใช้ระบบเซ็นเซอร์และข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ในการบริหารจัดการทรัพยากรและบริการต่าง ๆ ให้ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ • การส่งเสริมความร่วมมือ (Collaboration Enhancement): เรียนรู้วิธีการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อผลักดันการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน • การศึกษาและวิจัย (Education and Research): ศึกษารูปแบบการสนับสนุนการศึกษาและการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเตรียมพร้อมบุคลากรในอนาคตให้มีความสามารถในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในบริบทของเมืองอัจฉริยะ การศึกษาดูงานครั้งนี้จะช่วยให้วิทยาลัยพลังงานทดแทนได้รับความรู้และแนวทางใหม่ ๆ ในการพัฒนาและบริหารจัดการพลังงาน รวมถึงการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาวิทยาลัยและส่งเสริมการเรียนการสอนต่อไป วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ การนำประโยชน์และความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานนี้ไปประยุกต์ใช้ จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการพัฒนาและบริหารจัดการพลังงานของวิทยาลัยพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการเรียนการสอนและการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในอนาคต
- ยังไม่มีรายการคำถาม
วันที่ 15 พฤษภาคม 2567 วิทยาลัยพลังงานทดแทนนำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิกราน หอมดวง คณะผู้บริหาร อาจารย์ เจ้าหน้าที่สำนักงาน เข้าศึกษาดูงาน คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา เรื่อง Digital Transformation as a Diver of Innovation : Navigating Organizational Change towards Visionary Success โดย ผศ.ดร. วีระยุทธ พิมพาภรณ์ และสำนักงานอัจฉริยะ โดย คุณวิลาวรรณ ชูแก้ว หัวหน้าสำนักงานเลขานุการ พร้อมทั้งยังสามารถนำประโยชน์และความรู้ทางด้านต่างๆ ดังนี้ • การเปลี่ยนแปลงดิจิทัล (Digital Transformation): เข้าใจถึงกระบวนการและแนวทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ • การขับเคลื่อนนวัตกรรม (Innovation Driver): เรียนรู้วิธีการใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมและขับเคลื่อนนวัตกรรมภายในองค์กร รวมถึงการจัดการความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ • การจัดการการเปลี่ยนแปลงองค์กร (Organizational Change Management): เข้าใจวิธีการจัดการกับความเปลี่ยนแปลงในองค์กรเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่วางไว้ รวมถึงการปรับตัวของบุคลากรในองค์กร • สำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office): เรียนรู้การปรับปรุงสำนักงานให้เป็นสำนักงานอัจฉริยะ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการทำงาน • การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้: สามารถนำความรู้และแนวทางที่ได้รับไปปรับใช้กับการพัฒนาระบบงานและกระบวนการทำงานของวิทยาลัยพลังงานทดแทน ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและทันสมัยตามกระแสการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การศึกษาดูงานในครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความรู้และทักษะในการจัดการกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการนำไปใช้ประโยชน์ การนำประโยชน์และความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานนี้ไปประยุกต์ใช้ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งและความสามารถในการแข่งขันของวิทยาลัยพลังงานทดแทน ทำให้สามารถพัฒนาองค์กรและบุคลากรให้มีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ยังไม่มีรายการคำถาม