องค์ความรู้เรื่องการพัฒนากาวกั้นสีจากกลอย การพัฒนากาวกั้นสีจากกลอยเป็นการนำทรัพยากรท้องถิ่นของจังหวัดแพร่มาประยุกต์ใช้ร่วมกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และชีวนวัตกรรม เพื่อสร้างวัสดุกั้นสีจากธรรมชาติสำหรับใช้ในการผลิตผ้าหม้อห้อมและผ้าบาติก โดยมีแนวคิดสำคัญในการลดการใช้เทียนและวัสดุสังเคราะห์ พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบในท้องถิ่น องค์ความรู้เริ่มจากการคัดเลือกหัวกลอยแก่จัด นำมาปอกเปลือก ล้างทำความสะอาด และลดสารพิษด้วยการแช่น้ำปูนใสเป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นนำมาบด กรอง และทำแห้งที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จนได้แป้งกลอยดิบที่มีคุณภาพเหมาะสมสำหรับนำไปพัฒนาต่อ กระบวนการดังกล่าวช่วยลดสารพิษในหัวกลอยและทำให้ได้แป้งที่มีเนื้อเนียน สีอ่อน และมีกลิ่นลดลง จากนั้นนำแป้งกลอยมาดัดแปรด้วยเอนไซม์กลุ่มอะไมเลส เพื่อปรับคุณสมบัติของแป้งให้สามารถขึ้นรูปเป็นกาวกั้นสีได้ โดยศึกษาปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณแป้งกลอย ปริมาณเอนไซม์ และปริมาณน้ำมันพืช ผ่านการออกแบบการทดลองแบบ CCD ผลการทดลองพบว่าสูตรที่เหมาะสมประกอบด้วยแป้งกลอย 15% (w/v) เอนไซม์ 0.75 U/mL และน้ำมันพืช 5% (v/v) โดยใช้เวลาในการย่อย 24 ชั่วโมง สูตรดังกล่าวให้สมบัติด้านการยึดเกาะ การหลุดล้าง และความเข้มของสีที่เหมาะสม และเมื่อนำไปทดลองผลิตจริงและขยายขนาดการผลิต 1 กิโลกรัม พบว่าค่าที่ได้มีความใกล้เคียงกับค่าที่แบบจำลองคาดการณ์ แสดงถึงความเหมาะสมและเสถียรภาพของสูตร องค์ความรู้ด้านการใช้กาวกั้นสีจากกลอยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการพิมพ์ลายผ้าได้ทั้งการสกรีนผ่านบล็อกฉลุลายและการใช้แป้นไม้ปั๊มลายแบบดั้งเดิม เมื่อนำกาวไปพิมพ์บนผ้าแล้วต้องผึ่งลมในที่ร่มจนกาวแห้ง จากนั้นจึงนำผ้าไปย้อมด้วยสีหม้อห้อมธรรมชาติ เมื่อย้อมได้สีตามต้องการจึงล้างกาวออกด้วยน้ำสะอาด ทำให้เกิดลวดลายบนผ้าที่มีความแตกต่างระหว่างบริเวณที่กาวกั้นสีกับบริเวณที่รับสี องค์ความรู้ดังกล่าวยังถูกนำไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ได้แก่ ผ้าเช็ดหน้า BANDANA และ “ย่ามน้อย” โดยใช้ลาย “ดอกยมหิน” ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดแพร่ เป็นลวดลายอัตลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีการทดลองนำกาวกลอยไปใช้กับแม่พิมพ์ไม้แกะสำหรับปั๊มลายแทนการใช้เทียน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการประยุกต์ใช้กับกระบวนการผลิตของชุมชน องค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงานประกอบด้วย 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การผลิตกาวกั้นสีจากแป้งกลอยด้วยเอนไซม์ การออกแบบและหาสภาวะที่เหมาะสมของสูตรกาวด้วยการทดลองแบบ CCD การใช้ชีวนวัตกรรมในกระบวนการก่อหม้อย้อมธรรมชาติ การเตรียมผ้าก่อนย้อมด้วยกระบวนการทางชีวภาพ และการออกแบบลวดลายที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดแพร่ โดยองค์ความรู้เหล่านี้สามารถจัดทำเป็นขั้นตอนมาตรฐานและถ่ายทอดให้ผู้ผลิตในชุมชนสามารถนำไปใช้ได้จริง ผลที่ได้รับจากการพัฒนาองค์ความรู้ คือ ได้สูตรกาวกั้นสีจากกลอยที่สามารถนำไปใช้ในการผลิตผ้าหม้อห้อมและผลิตภัณฑ์สิ่งทอได้จริง สามารถผลิตผลิตภัณฑ์ต้นแบบและขยายการผลิตในระดับ 1 กิโลกรัมได้ อีกทั้งยังได้ผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดหน้า BANDANA และย่ามน้อยที่ใช้ลายดอกยมหิน และสามารถนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดให้กับนวัตกรจากวิสาหกิจชุมชนจำนวน 3 คน เพื่อให้เกิดการนำไปใช้และต่อยอดในอาชีพ การถ่ายทอดองค์ความรู้ถือเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนา เนื่องจากช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ชุมชนสามารถนำวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ในพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม ลดการพึ่งพาวัสดุจากภายนอก และสร้างทางเลือกในการผลิตสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีศักยภาพในการพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์และการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในอนาคต โดยสรุป องค์ความรู้เรื่องกาวกั้นสีจากกลอยเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างทรัพยากรท้องถิ่น ภูมิปัญญาการทำผ้าหม้อห้อม และเทคโนโลยีชีวภาพ สามารถพัฒนาหัวกลอยให้เป็นผลิตภัณฑ์กาวกั้นสีจากธรรมชาติที่นำไปใช้สร้างลวดลายบนผ้าได้จริง องค์ความรู้นี้จึงมีทั้งคุณค่าด้านการอนุรักษ์ภูมิปัญญา การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน และการส่งเสริมการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG