สรุปประเด็นที่ได้จากการอบรม
การอบรมครั้งนี้มุ่งให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนด ISO/IEC 17025:2017 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลว่าด้วยความสามารถของห้องปฏิบัติการทดสอบและห้องปฏิบัติการสอบเทียบ โดยเน้นทั้งด้านระบบบริหารจัดการและด้านวิชาการ เพื่อให้ผลการทดสอบหรือสอบเทียบมีความถูกต้อง น่าเชื่อถือ และได้รับการยอมรับในระดับสากล เอกสารอธิบายให้เห็นความหมายของการรับรองห้องปฏิบัติการ การตรวจสอบและรับรอง (conformity assessment) ตลอดจนบทบาทของหน่วยงานรับรองที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนว่าการดำเนินงานของห้องปฏิบัติการไม่ได้มุ่งเพียงการปฏิบัติตามขั้นตอนเท่านั้น แต่ต้องแสดงให้เห็นถึง “ความสามารถ” ในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบและตรวจสอบได้
โดยสาระสำคัญของมาตรฐานฉบับปี 2017 เน้นการเปลี่ยนแปลงหลัก 3 ด้าน ได้แก่
- ความสามารถทางวิชาการของห้องปฏิบัติการ (Competence)
- ความเป็นกลาง (Impartiality)
- การปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ (Consistent operation)
โดยมาตรฐานฉบับนี้ยังปรับให้สอดคล้องกับแนวคิดของ ISO 9001:2015 มากขึ้น ทั้งในมิติของการมองกระบวนการ (process approach) การคิดเชิงความเสี่ยง (risk-based thinking) และวงจร PDCA อีกทั้งยังปรับเนื้อหาให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีปัจจุบัน เช่น ระบบการบันทึกข้อมูล การรายงานผล และระบบการจัดการสารสนเทศของห้องปฏิบัติการ
อีกประเด็นสำคัญที่ได้รับจากการอบรมคือ การทำความเข้าใจข้อกำหนดทั่วไปของระบบ โดยเฉพาะเรื่อง ความเป็นกลาง และ การรักษาความลับ ห้องปฏิบัติการต้องมีโครงสร้างและการบริหารที่ลดอิทธิพลจากแรงกดดันทางการค้า การเงิน หรือความสัมพันธ์ส่วนบุคคลที่อาจกระทบต่อความเป็นกลางของผลการทดสอบ ขณะเดียวกันต้องมีระบบรักษาความลับของข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการทดสอบ และข้อมูลที่ได้รับจากแหล่งอื่นอย่างรัดกุม การอบรมจึงช่วยให้เห็นว่า ความน่าเชื่อถือของห้องปฏิบัติการไม่ได้เกิดจากเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากจริยธรรม ความเป็นมืออาชีพ และความโปร่งใสในการดำเนินงานด้วย
ในส่วนของข้อกำหนดด้านทรัพยากรและการดำเนินงาน ห้องปฏิบัติการต้องจัดให้มีบุคลากรที่มีคุณสมบัติ ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์เหมาะสมกับหน้าที่ มีการกำหนดสมรรถนะ การฝึกอบรม การมอบหมายงาน และการประเมินความสามารถอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังต้องดูแลสิ่งอำนวยความสะดวก สภาพแวดล้อม เครื่องมือ วัสดุอ้างอิง และการสอบกลับได้ทางมาตรวิทยาให้เพียงพอและเหมาะสมต่อการสร้างผลที่ถูกต้อง การคัดเลือกวิธีทดสอบ การทวนสอบวิธี การตรวจสอบความใช้ได้ของวิธี การชักตัวอย่าง การจัดการตัวอย่าง การบันทึกทางวิชาการ การประเมินค่าความไม่แน่นอนของการวัด และการประกันความใช้ได้ของผล ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างมีหลักฐานและตรวจสอบย้อนกลับได้
นอกจากนี้ การอบรมยังทำให้เข้าใจบทบาทของการบริหารความเสี่ยงและโอกาสในระบบ ISO/IEC 17025:2017 อย่างชัดเจน โดยห้องปฏิบัติการต้องพิจารณาปัจจัยภายในและภายนอกที่อาจกระทบต่อความถูกต้องของผลการทดสอบและความสามารถของระบบ เช่น บุคลากร เครื่องมือ วิธีการ เทคโนโลยี กฎหมาย หรือข้อกำหนดจากลูกค้า จากนั้นจึงวางแผนควบคุม ป้องกัน ลดผลกระทบ และใช้โอกาสที่เกิดขึ้นเพื่อการปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวคิดนี้ทำให้เห็นว่าระบบคุณภาพไม่ใช่เรื่องของเอกสารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหาก่อนเกิด และยกระดับผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ในมิติของการรายงานผลและการควบคุมระบบบริหาร การอบรมได้เน้นว่ารายงานผลทดสอบหรือสอบเทียบต้องมีความชัดเจน ถูกต้อง ไม่กำกวม ผ่านการทบทวนและอนุมัติก่อนออกผล พร้อมทั้งต้องระบุข้อมูลสำคัญตามข้อกำหนด เช่น วิธีทดสอบ ข้อมูลตัวอย่าง วันที่ดำเนินการ หน่วยของผลทดสอบ ผู้อนุมัติผล และกรณีที่มีการระบุความสอดคล้องตามข้อกำหนด ต้องกำหนดกฎการตัดสิน (decision rule) ให้ชัดเจนด้วย ขณะเดียวกัน ห้องปฏิบัติการยังต้องมีระบบรองรับข้อร้องเรียน งานที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด การตรวจติดตามภายใน การปฏิบัติการแก้ไข การทบทวนการบริหาร และการควบคุมเอกสาร/บันทึก เพื่อให้ระบบมีความครบถ้วนและสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
กล่าวโดยสรุป การอบรมครั้งนี้ทำให้ผู้เข้าอบรมเห็นภาพรวมของการพัฒนาห้องปฏิบัติการสู่มาตรฐาน ISO/IEC 17025:2017 อย่างเป็นระบบ ทั้งในด้านโครงสร้างองค์กร บุคลากร เครื่องมือ วิธีการทดสอบ การบริหารความเสี่ยง ระบบเอกสาร และการควบคุมคุณภาพผลการทดสอบ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ว่าห้องปฏิบัติการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีมาตรฐาน เป็นกลาง ถูกต้อง และเชื่อถือได้